fb
เวียดนามยกระดับมาตรฐานอาหารสุขภาพ เสริมเกณฑ์ GMP เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

เวียดนามยกระดับมาตรฐานอาหารสุขภาพ เสริมเกณฑ์ GMP เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

โดย
Tran
ลงเมื่อ 06 กุมภาพันธ์ 2569 16:51
สคต. ณ นครโฮจิมินห์ (เวียดนาม) (TTC, Ho Chi Minh City (Vietnam))
3

เนื้อข่าว 

รัฐบาลเวียดนามได้ประกาศบังคับใช้กฤษฎีกาหมายเลข 46/2026/ND-CP (Decree No. 46 /2026/ND-CP on Conditions for the Production of Health Supplements and the Application of Good Manufacturing Practice (GMP)) ซึ่งกำหนดให้สถานประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety Law) อย่างครบถ้วน และดำเนินการตามหลักการปฏิบัติที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practice: GMP) อย่างเคร่งครัด โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ เสริมสร้างความปลอดภัยของผู้บริโภค และเพิ่มความน่าเชื่อถือของอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพในเวียดนาม

image.png

ภายใต้กฤษฎีกาดังกล่าว โรงงานผลิตจะต้องจัดตั้งระบบบริหารจัดการคุณภาพที่ครอบคลุมกระบวนการผลิตและการกระจายสินค้าตลอดห่วงโซ่มูลค่า เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพที่ประกาศไว้ และมีความปลอดภัยตลอดอายุการเก็บรักษา ทั้งนี้ อาคารโรงงาน เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิตจะต้องได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การใช้งาน จัดระบบการผลิตให้เป็นทิศทางเดียว เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนและการปะปนระหว่างขั้นตอนการผลิต พร้อมดำเนินการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

ในด้านบุคลากร สถานประกอบการจะต้องมีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมด้าน GMP และความปลอดภัยอาหาร โดยหัวหน้าฝ่ายผลิตและหัวหน้าฝ่ายควบคุมคุณภาพต้องเป็นพนักงานประจำเต็มเวลา และปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระต่อกัน ขณะเดียวกัน ผู้รับผิดชอบด้านวิชาการต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 3 ปี

นอกจากนี้ กฤษฎีกายังกำหนดให้สถานประกอบการต้องจัดตั้งหน่วยงานควบคุมคุณภาพที่เป็นอิสระ ห้ามใช้วัตถุดิบที่ไม่ได้มาตรฐานและห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับการประเมินคุณภาพ กำหนดให้มีการติดตามคุณภาพและความคงตัวของผลิตภัณฑ์ (product stability) จัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ พร้อมกำหนดขั้นตอนที่ชัดเจนในการรับเรื่องร้องเรียน การเรียกคืนสินค้า และการตรวจสอบภายใน

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม (Ministry of Health) เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดแนวทางการบังคับใช้มาตรฐาน GMP สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมและคุ้มครองสุขภาพผู้บริโภคในระยะยาว

อย่างไรก็ดี กฤษฎีกาดังกล่าวกำหนดให้กิจการบางประเภทได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดในการขอใบรับรองความปลอดภัยอาหาร (Certificate of Food Safety Compliance) ได้แก่ การผลิตวัตถุดิบอาหารในระดับขนาดเล็ก การผลิตหรือจำหน่ายอาหารโดยไม่มีสถานที่ประกอบการถาวร การแปรรูปอาหารขั้นต้นในระดับขนาดเล็ก การค้าขายอาหารรายย่อย การจำหน่ายอาหารบรรจุสำเร็จรูป รวมถึงสารปรุงแต่งอาหาร สารช่วยแปรรูป และวิตามินและแร่ธาตุ (micronutrients) นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์อาหาร ร้านอาหารภายในโรงแรม ครัวรวมที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นธุรกิจอาหาร และร้านอาหารริมทาง ซึ่งถือเป็นกลุ่มกิจการที่อยู่ภายใต้ข้อยกเว้นตามกฎหมายดังกล่าว

 (แหล่งที่มา https://thesaigontimes.vn/ ฉบับวันที่ 29 มกราคม 2569)

วิเคราะห์ผลกระทบ

เวียดนามเดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลอุตสาหกรรมอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ผ่านการบังคับใช้กฤษฎีกาหมายเลข 46/2026/ND-CP ซึ่งกำหนดให้สถานประกอบการต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practice: GMP) โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ เสริมสร้างความปลอดภัยของผู้บริโภค และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล อย่างไรก็ดี รัฐบาลเวียดนามได้มีมติระงับการบังคับใช้บางข้อกำหนดเป็นการชั่วคราว ตามมติรัฐบาลเลขที่ 09/2006/NQ-CP ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 โดยให้การระงับมีผลจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 และกลับมาบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งสะท้อนความพยายามในการบริหารช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงนโยบาย และลดผลกระทบต่อภาคธุรกิจในระยะสั้น

ในเชิงผลกระทบต่อผู้ประกอบการ มาตรการดังกล่าวส่งสัญญาณชัดเจนว่าตลาดอาหารเสริมของเวียดนามกำลังก้าวเข้าสู่ระยะของการคัดกรองคุณภาพและการเพิ่มมาตรฐานการแข่งขัน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับปรุงระบบการผลิต โครงสร้างโรงงาน เครื่องจักร และระบบควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามหลัก GMP อย่างครบถ้วน แม้ว่าการระงับการบังคับใช้ชั่วคราวจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันด้านต้นทุนในระยะสั้น แต่ในทางปฏิบัติถือเป็นช่วงเวลาเตรียมความพร้อมก่อนการบังคับใช้อย่างเข้มงวดในระยะยาว

ขณะเดียวกัน การกำหนดคุณสมบัติด้านบุคลากรอย่างชัดเจน เช่น การกำหนดให้ผู้รับผิดชอบด้านวิชาการต้องมีวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ตามเกณฑ์ รวมถึงการแยกหน้าที่ของฝ่ายผลิตและฝ่ายควบคุมคุณภาพอย่างเป็นอิสระ จะช่วยยกระดับระบบกำกับดูแลภายในโรงงานให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ส่งผลให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้า และเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ในภาพรวม การกำหนดกรอบเวลาการระงับและวันเริ่มบังคับใช้อย่างชัดเจน สะท้อนว่าเวียดนามยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารเสริมอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่เลือกใช้แนวทางบริหารช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม ผู้ประกอบการที่สามารถใช้ช่วงเวลาดังกล่าวในการยกระดับมาตรฐานการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีโอกาสเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ขยายโอกาสทางการค้า และต่อยอดสู่ตลาดส่งออกในอนาคต ขณะที่ผู้ที่ไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐาน GMP ได้ อาจเผชิญข้อจำกัดทางธุรกิจและความเข้มงวดด้านการกำกับดูแลเมื่อมาตรการกลับมาบังคับใช้อย่างสมบูรณ์

 

นำเสนอโอกาส/แนวทาง

การบังคับใช้กฤษฎีกาหมายเลข 46/2026/ND-CP ของเวียดนาม ซึ่งกำหนดให้สถานประกอบการผลิตอาหารเสริมเพื่อสุขภาพต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่ดีในการผลิต (GMP) อย่างเคร่งครัด สะท้อนทิศทางนโยบายที่มุ่งยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม ควบคู่กับการคุ้มครองผู้บริโภคและการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของตลาดอาหารเสริมในระยะยาว มาตรการดังกล่าวมีแนวโน้มก่อให้เกิดการคัดกรองผู้ประกอบการในตลาด โดยเพิ่มต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านโครงสร้างโรงงาน ระบบควบคุมคุณภาพ และมาตรฐานบุคลากร ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยที่มีการส่งออกหรือดำเนินธุรกิจในเวียดนามจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงระบบการผลิตให้สอดคล้องกับข้อกำหนด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งนี้ ภายใต้กรอบการระงับการบังคับใช้บางข้อกำหนดภายใต้กฤษฎีกาดังกล่าวเป็นการชั่วคราวของรัฐบาลเวียดนาม ซึ่งกำหนดกรอบเวลาการกลับมาบังคับใช้อย่างชัดเจน ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ช่วงเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเป็นโอกาสในการเตรียมความพร้อมเชิงกลยุทธ์ โดยมุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการคุณภาพ การแยกหน้าที่ระหว่างฝ่ายผลิตและฝ่ายควบคุมคุณภาพอย่างเป็นอิสระ ตลอดจนการยกระดับศักยภาพบุคลากรให้เป็นไปตามเกณฑ์ด้านคุณวุฒิและประสบการณ์ การดำเนินมาตรการเชิงรุกในระยะนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากความเข้มงวดด้านการกำกับดูแลในอนาคต พร้อมเสริมสร้างความน่าเชื่อถือทางการค้าและความพร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล

        ในขณะเดียวกัน การยกระดับกฎระเบียบด้าน GMP มีแนวโน้มเร่งให้เกิดการปรับโครงสร้างตลาดอาหารเสริมของเวียดนาม โดยเพิ่มบทบาทของผู้ผลิตที่มีมาตรฐานสูงและลดสัดส่วนของผู้ประกอบการที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนด สถานการณ์ดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปยกระดับบทบาทในห่วงโซ่มูลค่าในฐานะผู้จัดหาวัตถุดิบคุณภาพสูง ผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านการพัฒนาแบรนด์ร่วม นอกจากนี้ ยังเอื้อต่อการเข้าถึงตลาดเฉพาะทางระดับบน และการเชื่อมโยงกับเครือข่ายการค้าในภูมิภาคอาเซียนและตลาดที่มีมาตรฐานคุณภาพสูง ซึ่งสามารถเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ

News 2 - 6 February 2026 - VN health supplement industry-Edit.pdf
Share :
Instagram