fb
การส่งออกไปยังยุโรปตะวันออกเฟื่องฟู

การส่งออกไปยังยุโรปตะวันออกเฟื่องฟู

โดย
Thanit
ลงเมื่อ 29 กันยายน 2569 23:04
สคต. ณ กรุงเบอร์ลิน (เยอรมนี) (TTC, Berlin (Germany))
2

ตลาดต่างๆ ในยุโรปตะวันออก อย่างเช่น โปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก ฮังการี และโรมาเนีย กำลังช่วยรักษาเศรษฐกิจเยอรมนีให้คงที่ ชดเชยการส่งออกไปยังคู่ค้าอย่างจีนและสหรัฐอเมริกาที่ลดลง ตัวอย่างเช่น การส่งออกของเยอรมนีไปยังโปแลนด์เพิ่มขึ้น 9.2% ในช่วงครึ่งแรกของปีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว  ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งเยอรมนี (Statistisches Bundesamt) พบว่า เยอรมนีส่งออกไปยังสาธารณรัฐเช็กเพิ่มขึ้นถึง 14%  นาง Cathrina Claas-Mühlhäuser ประธานสมาคมธุรกิจตะวันออกของเยอรมนี (OA - Ost-Ausschusses der Deutschen Wirtschaft) กล่าวว่า “ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกได้พัฒนาเป็นภูมิภาคสำคัญสำหรับภาคการส่งออกของเยอรมนี” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่แน่นอน ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกเปราะบาง และการกีดกันทางการค้าเพิ่มมากขึ้น เยอรมนีต้องใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้ การส่งออกของเยอรมนีไปยังจีนและสหรัฐอเมริกาลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว  โดยการส่งออกไปยังจีนลดลง 12.4% เหลือ 36.3 พันล้านยูโร ขณะที่การส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา มีมูลค่า 72.8 พันล้านยูโร ลดลง 6.5% จากปีที่แล้วเช่นกัน โดยการส่งออกไปสหรัฐอเมริกาที่ลดลง ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดี Donald Trump ซึ่งทำให้สินค้าเยอรมันมีราคาแพงขึ้น และความต้องการลดลงโดยอัตโนมัติ  ส่วนในประเทศจีน สินค้าส่งออกดั้งเดิมของเยอรมนี อย่างเช่น เครื่องจักรและรถยนต์ ก็มีปริมาณความต้องการลดลง เนื่องจากอุตสาหกรรมของจีนได้ก้าวทันเทคโนโลยีเยอรมันในหลายด้านแล้ว ประกอบกับสกุลเงินหยวนที่อ่อนค่า และการอุดหนุนจำนวนมหาศาลจากรัฐบาลให้แก่บริษัทในประเทศจีน ทำให้ผู้ผลิตของเยอรมนีต้องเสียเปรียบในการแข่งขันอย่างหนัก อย่างไรก็ดี ปริมาณการส่งออกของเยอรมนีกับ 2 ประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด ซึ่งลดลงอย่างมากนั้น ก็ถูกชดเชยด้วยการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญไปยังตลาดยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก โดยสมาคมธุรกิจ OA เป็นผู้เชี่ยวชาญและดูแล 29 ประเทศในภูมิภาคนี้ ตั้งแต่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปในยุโรปตะวันออก ผ่านประเทศในแถบคาบสมุทรบอลข่าน อย่างรัสเซียและยูเครน ยาวไปจนถึงอดีตสหภาพโซเวียตในเอเชียกลาง ได้แก่ คาซัคสถาน เติร์กเมนิสถาน และทาจิกิสถาน

ยุโรปตะวันออก : จากสถิติการส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปี พบว่า เยอรมนีส่งออกไปยังยุโรปตะวันออก เป็นมูลค่า 154.4 พันล้านยูโร หรือเพิ่มขึ้น 7.4% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าการส่งออกโดยรวมของเยอรมนีที่เพิ่มขึ้นเพียง 3.7%   ขณะที่ปริมาณการส่งออกของเยอรมนีไปยังตลาดจีน และสหรัฐอเมริกา ลดลงถึง 10 พันล้านยูโร แต่การส่งออกไปยังภูมิภาคยุโรปกลางและตะวันออก กลับสามารถชดเชยการสูญเสียรายได้จากการส่งออกไปสองตลาดหลักดังกล่าวได้  ทั้งนี้ ประธาน OA เน้นย้ำว่า ตลาดยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ ไม่สามารถเข้ามาแทนที่จีนและสหรัฐอเมริกาได้ อย่างไรก็ตาม ถึงเวลาแล้วที่จะต้องตระหนักถึงความสำคัญของประเทศเพื่อนบ้านทางฝั่งตะวันออกของเยอรมนี ว่ามีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของเยอรมนี   

นาง Claas-Mühlhäuser กล่าวว่า เพื่อใช้ประโยชน์จากศักยภาพนี้อย่างเต็มที่  ตลาด European Single Market จะต้องขยายตัวไปทางฝั่งตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้อย่างรวดเร็ว ความคืบหน้าในการเจรจาเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปกับ ยูเครน มอลโดวา และประเทศในแถบคาบสมุทรบอลข่านตะวันตกจะต้อง “นำการเจรจามาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง” 

โปแลนด์และสาธารณรัฐเช็ก : การส่งออกของเยอรมนีไปยังโปแลนด์เติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นพิเศษ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี มีมูลค่าสูงถึง 53.8 พันล้านยูโร ซึ่งสูงกว่าการส่งออกไปยังจีน (อยู่ที่ 36.3 พันล้านยูโร) อย่างมีนัยสำคัญ  และโปแลนด์กลายเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญลำดับที่ 4 ของเยอรมนี  ส่วนสาธารณรัฐเช็ก แม้จะเป็นประเทศ/ตลาดเพื่อนบ้านขนาดเล็ก แต่การส่งออกของเยอรมนีไปยังสาธารณรัฐเช็ก มีมูลค่าถึง 30.3 พันล้านยูโร ซึ่งน้อยกว่าการส่งออกไปยังจีนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ขณะที่ประเทศอย่างฮังการี โรมาเนีย และสโลวาเกีย ก็อยู่ในกลุ่มประเทศคู่ค้าที่สำคัญที่สุด 20 อันดับแรกของเยอรมนีเช่นกัน 

นาย Oliver Rakau ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจาก Oxford Economics กล่าวว่า “ยุโรปตะวันออกมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดสำหรับผู้ส่งออกชาวเยอรมัน” โดยนักเศรษฐศาสตร์รายนี้ได้ให้เหตุผลว่า    “ไม่เพียงแต่การส่งออกไปยังประเทศจีนและสหรัฐอเมริกาที่อ่อนตัวลงเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะความต้องการสินค้าเยอรมันที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในตลาดยุโรปตะวันออกด้วย”  นาย Rakau ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกจากนี้ ก็น่าจะเป็นผลมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ของเพื่อนบ้านทางทิศตะวันออกของเรา” จากข้อมูลของนาย Rakau การส่งออกที่แข็งแกร่งไปยังภูมิภาคนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่บริษัทอุตสาหกรรมของเยอรมนีเข้าไปสร้างกำลังการผลิตในภูมิภาคดังกล่าวมากขึ้น (เนื่องจากต้นทุนแรงงานต่ำกว่าในเยอรมนี) โดยเขาให้เหตุผลว่า “เมื่อดูจากสินค้าส่งออกแล้ว สัดส่วนของสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่ส่งออกจากเยอรมนีไปยังตลาดเพื่อนบ้านฝั่งตะวันออกกลับหดตัวลง”  นาง Samina Sultan นักเศรษฐศาสตร์ด้านการค้าต่างประเทศจากสถาบันเศรษฐศาสตร์เยอรมนี (IW - das Institut der deutschen Wirtschaft) กล่าวว่า การส่งออกที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลมาจากสถานการณ์ที่ดีในประเทศปลายทาง ตัวอย่างเช่น ภาคการก่อสร้างในสาธารณรัฐเช็กกำลังเติบโตได้ดี ซึ่งน่าจะทำให้ความต้องการสินค้าขั้นกลางและสินค้าทุนของเยอรมนีเพิ่มขึ้น ขณะที่ปัจจุบันตลาดเยอรมนีกำลังถูกคลื่นสินค้าจากจีนโถมเข้ามาอย่างหนัก  ส่วนการนำเข้าจากยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกกลับขยับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย อยู่ที่ 2.8% ในช่วงหกเดือนแรก ซึ่งเพิ่มขึ้นน้อยกว่าการนำเข้าโดยรวม

รัสเซีย : สถานการณ์การค้าก็ยังคงดำเนินต่อไป – ภายหลังจากเกิดสงครามที่รัสเซียรุกรานยูเครน รัสเซียนำเข้าสินค้าจากเยอรมนีลดลงเกือบหนึ่งในสี่ส่วน เมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา ช่วงครึ่งแรกของปี 2021 ก่อนการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ การนำเข้าฯ เคยสูงถึง 14.9 พันล้านยูโร  ขณะเดียวกัน เยอรมนีก็นำเข้าจากรัสเซียลดลงเช่นกัน ปัจจุบันตัวเลขการนำเข้าสินค้าจากรัสเซียต่ำกว่าการนำเข้าสินค้าจากลัตเวียเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการคว่ำบาตรระหว่างมกราคมถึงมิถุนายน บริษัทในเยอรมนีก็ยังคงส่งออกสินค้ามูลค่า 3.4 พันล้านยูโรไปยังรัสเซีย หรือคิดเป็นหนึ่งในสี่ของมูลค่าส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 

ยูเครน : เกิดภาวะชะงักงันทางการค้า – ในช่วงครึ่งแรกของปี การค้าระหว่างเยอรมนีกับยูเครนยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยปริมาณการค้ารวมจากการนำเข้าและส่งออกลดลงเล็กน้อย ลดลง 0.8% จากมุมมองของสมาคมธุรกิจตะวันออกของเยอรมนี (OA) ความคล่องตัวด้านการค้ามีศักยภาพที่จะเกิดขึ้นได้  นาง Claas-Mühlhäuser กล่าวเน้นว่า “เพื่อให้สามารถดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน และขยายการส่งออกให้สูงขึ้น จำเป็นต้องมีวิธีการทางการเงินที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และสร้างโอกาสในการมีส่วนร่วมสำหรับบริษัทเยอรมันในโครงการฟื้นฟูที่ได้รับเงินทุนจากยุโรปอย่างเป็นธรรม”

เอเชียกลาง : ศักยภาพที่ยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์ - เยอรมนีมีผลการดำเนินงานด้านการค้ากับประเทศในเอเชียกลางต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้  การส่งออกของเยอรมนีไปยังคาซัคสถานและอุซเบกิสถาน (ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง) ลดลงในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้  ขณะที่การนำเข้าของเยอรมนีจากคาซัคสถานเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 43%  อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นนี้อาจเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามกับอิหร่าน ปีที่แล้วคาซัคสถานถือเป็นแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบที่สำคัญเป็นอันดับสี่ของเยอรมนี รองจากนอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา และลิเบีย  นาง Claas-Mühlhäuser กล่าวว่า ภาคเศรษฐกิจให้ความสนใจ

อย่างมากต่อการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในเอเชียกลาง แต่เยอรมนีและยุโรปต้องระมัดระวังไม่ให้ตัวเองล้าหลังในภูมิภาคนี้เมื่อเผชิญกับการแข่งขันอย่างรุนแรงจาก จีน ตะวันออกกลาง และสหรัฐอเมริกา 

(แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์ Handelsblatt เดือนสิงหาคม 2569)

No.1_ ข่าวเด่น Hot Issues from Germany (สค. _ กย. 69) Web.pdf
Share :
Instagram