fb
วิกฤตน้ำมันโลกดันยอดขายรถ EV ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

วิกฤตน้ำมันโลกดันยอดขายรถ EV ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

โดย
Nongluk
ลงเมื่อ 22 กันยายน 2569 13:11
สคต. ณ นครซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) (TTC, Sydney (Australia))
7

รายงานโดยสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ออสเตรเลียเปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ใหม่ออสเตรเลียยังคงมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยยอดขายรถยนต์ใหม่เดือนสิงหาคม 2569 มียอดขายสูงถึง 100,939 คันเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมียอดขายโดยรวมตลอดทั้งปีจนถึงสิงหาคมอยู่ที่ 811,388 คัน โดยในเดือนสิงหาคมมีการเปลี่ยนแปลงหลายประการ ดังนี้

  • ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มีจำนวน 27,089 คัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24.9 ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมด เพิ่มขึ้นร้อยละ 171 เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมปีก่อนหน้า ยอดขายรถยนต์ PHEV มีสัดส่วนร้อยละ 10.5 ในขณะที่รถยนต์ Hybrid มีสัดส่วนร้อยละ 18.5 

  • การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยี่ห้อรถยนต์ที่ผลิตจากจีน  ผู้ผลิตยานยนต์จากจีนครองส่วนแบ่งตลาด 10 อันดับยี่ห้อรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุด (Top 10) ถึง อันดับ ได้แก่ BYD (อันดับ 2), GWM (อันดับ 6), MG (อันดับ 8), Geely (อันดับ 9) และ Chery (อันดับ 10) ซึ่งมียอดขายรวมกันถึง 26,610 คัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26.4 ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมดในเดือนสิงหาคม รถยนต์ Toyota ยังคงเป็นแบรนด์ผู้นำตลาดมีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 19.5 ในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆ ที่ติดอันดับ 10 แบรนด์ยอดนิยมได้แก่ Kia, Mazda, Hyundai และ Ford

  • ผู้ผลิตจากจีนยังสามารถครองส่วนแบ่ง 10 อันดับรุ่นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดได้ถึง รุ่น ได้แก่ BYD Sealion 7, Chery Tiggo 4 Pro, Geely EX5, GWM Haval Jolion และ Zeekr 7X โดยรุ่นรถยนต์ยอดนิยมสูงสุด อันดับแรกของตลาดยังคงเป็นรถยนต์ยี่ห้อToyota ได้แก่ Toyota RAV4 (5,470 คัน), Toyota HiLux (4,833 คัน) และ Toyota LandCruiser Prado (2,475 คัน) 

 

นาย Tony Weber ประธานบริหารสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ออสเตรเลีย ระบุว่า สถิติยอดขายในเดือนสิงหาคมสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ในตลาดรถยนต์ออสเตรเลีย อาทิ ความต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้ายังคงอยู่ในระดับสูง และการเปลี่ยนแปลงความภักดีต่อยี่ห้อรถยนต์ของชาวออสเตรเลียที่มีการเปิดรับยี่ห้อใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว ภาครัฐจึงควรตระหนักถึงความจำเป็นในการเร่งพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมและทั่วถึง โดยเฉพาะตามแนวทางหลวง พื้นที่ชนบทและภูมิภาค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว  

เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่สำคัญมายังออสเตรเลียมากเป็นอันดับ 3 รองจากจีนและญี่ปุ่น การส่งออกช่วง 7 เดือนแรก 2569 มีมูลค่า 3,583 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.08  การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่รถยนต์พลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว มีผลต่อการส่งออกรถยนต์จากไทยทั้งในเชิงลบและเชิงบวก โดยผลกระทบเชิงลบมีผลต่อการส่งออกรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (รถกระบะขนาดบรรทุก ตัน) รถยนต์นั่งพลังงานเชื้อเพลิงสันดาปภายใน (ICE) และชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปเดิม (เช่น ระบบไอเสีย หัวฉีดน้ำมัน) จะมีแนวโน้มลดลง และไทยจะได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า (ฐานการผลิตให้กับยี่ห้อจากจีนที่ติดอันดับ Top 10รถยนต์ Hybrid และรถยนต์ PHEV รวมถึงโอกาสในการส่งออกชิ้นส่วนระบบส่งกำลังไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุมอัจฉริยะ แผงวงจร ชุดสายไฟจุดระเบิด/สายไฟแรงสูง อุปกรณ์ระบายความร้อน และระบบความบันเทิงดิจิทัลในห้องโดยสาร ตลอดจนสินค้ากลุ่มอุปกรณ์เชื่อมต่อกระแสไฟฟ้า หัวชาร์จ เคเบิล และอุปกรณ์ป้องกันวงจรไฟฟ้าในอนาคต

......................................................................................

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์

ที่มา:

www.afr.com

FCAI

 

Share :
Instagram