fb
ทุเรียนไทยในตลาดจีนยุคใหม่: เมื่อคุณภาพและระบบตรวจสอบย้อนกลับสำคัญไม่แพ้ความรวดเร็วในการขนส่ง

ทุเรียนไทยในตลาดจีนยุคใหม่: เมื่อคุณภาพและระบบตรวจสอบย้อนกลับสำคัญไม่แพ้ความรวดเร็วในการขนส่ง

โดย
Qin
ลงเมื่อ 10 มิถุนายน 2569 15:05
สคต. ณ เมืองหนานหนิง (จีน) (TCC, Nanning (China))
3

ด่านโหยวอี้กวน ตั้งอยู่อำเภอระดับเมืองผิงเสียง เมืองฉงจั่ว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง มีพื้นที่ติดกับประเทศเวียดนามที่ได้รับคำขนามนามเป็นประตูทางใต้ที่เปิดสู่อาเซียนของจีน และเป็นด่านนำเข้า-ส่งออกผลไม้ทางบกที่ใหญ่ที่สุดของจีน ข้อมูลล่าสุดที่สำนักงานศุลกากรเปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา ปริมาณการนำเข้าทุเรียนไทยผ่านด่านโหยวอี้กวน เฉลี่ยประมาณ 3,660 ตันต่อวัน 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองผิงเสียงได้เปลี่ยนข้อได้เปรียบทำเลที่ตั้งที่เป็นด่านชายแดนให้เป็นความได้เปรียบทางอุตสาหกรรม ทำให้ผลไม้จากอาเซียนเข้ามาตลาดจีนได้อย่างรวดเร็วและทำให้ผลไม้ "อยู่ได้กระจายได้ และขายได้ในราคาที่ดี" ซึ่งก่อให้เกิดเป็นห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่การจัดซื้อโดยตรงจากแหล่งผลิตไปจนถึงการจำหน่ายออนไลน์ที่เริ่มเป็นรูปธรรม  

image.png

 

โดยทั่วไปรถบรรทุกผ่านด่านตรวจปล่อยจากฝั่งเวียดนามแล้วจะเข้าสู่เขตตรวจสอบศุลกากรของด่านโหย่วอี้กวนภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ทุเรียนตู้ที่ไม่ถูกสุ่มตรวจก็เสร็จสิ้นพิธีการศุลกากรจากนั้นจะถูกกระจายส่งไปยังตลาดต่างๆ ในจีน 

เพื่อรับมือกับฤดูกาลผลไม้ในช่วงดังกล่าว ศุลกากรโหยวอี้กวนได้จัดตั้งช่องทางพิเศษสำหรับนำเข้าทุเรียน ขณะเดียวกัน ศุลกากรได้นำระบบอัจฉริยะหลายระบบมาประยุกต์ใช้ในแพลตฟอร์มการตรวจสอบแบบบูรณการของศุลกากร ทำให้การตรวจปล่อยสินค้าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพเป็นระดับวินาที และสามารถยกระดับการตรวจปล่อยได้อย่างมีศักยภาพ

นายหยู เหว่ยเฟิง หัวหน้าแผนกตรวจสอบของบริษัท Guangxi Free Trade Zone Hongtai Logistics Co., Ltd. ให้ข้อมูลว่าทุเรียนนำเข้าจากไทยผ่าน สปป.ลาว เวียดนาม และเข้ามายังประเทศจีนที่ด่านโหย่วอี้กวน หากไม่โดนสุ่มตรวจจะสามารถออกจากด่านได้ในวันเดียวกันเพื่อกระจายการขนส่งไปยังตลาดเมืองอื่นๆ บริษัทของเรารับดำเนินการด้านพิธีการศุลกากรมา 10 ปีแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลนำเข้าผลไม้ ปริมาณการนำเข้าทุเรียนและแก้วมังกรจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ศุลกากรมีการปรับปรุงและยกประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้พิธีการศุลกากรมีความสะดวก โปร่งใส และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลประโยชน์ต่อการนำเข้าและจัดส่งผลไม้อาเซียนจากที่นี่ไปยังทั่วประเทศจีนได้อย่างรวดเร็ว

นายเลี่ยว กั๋วเหลียง เจ้าหน้าที่ศุลกากรด่านโหย่วอี้กวน กล่าวว่า รูปแบบการนำเข้าผลไม้ที่ “ผลิตจากอาเซียน รวบรวมและกระจายผ่านกว่างซี แล้วขายดีทั่วประเทศ” กำลังเร่งตัวขึ้น เพื่อรับมือกับช่วงจราจรหนานแน่นในฤดูกาลนำเข้าผลไม้ของด่านโหย่วอี้กวน ศุลกากรได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี RPA เพื่อสลับระบบและป้อนข้อมูลโดยอัตโนมัติ ในขณะเดียวกัน ได้พัฒนาระบบจัดการเสริมการตรวจสอบอัจฉริยะ โดยติดตั้งจอแสดงผลในช่องตรวจสอบ และติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับสนามแม่เหล็กพื้นดินที่พื้นจุดตรวจสอบ เพื่อตรวจจับสถานะว่างหรือไม่ว่างของช่องตรวจสอบได้อย่างแม่นยำ ระบบจะจัดสรรจุดตรวจสอบโดยอัตโนมัติ และการพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือเพื่ออำนวยความสะดวกให้บริษัทรับการแจ้งเตือนจากศุลกากร ทำให้กระบวนการตรวจสอบทั้งหมดดำเนินไปด้วยดี สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ถึงร้อยละ 40 ลดจำนวนการเดินทางของบริษัทมากกว่าร้อยละ 40 ประสิทธิภาพการหมุนเวียนของแพลตฟอร์มตรวจสอบเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 ทำให้ประสิทธิภาพการผ่านพิธีการศุลกากรโดยรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การเพิ่มประสิทธิภาพของโลจิสติกส์ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางการค้า ในปี 2568 ปริมาณสินค้าเกษตรที่นำเข้าและส่งออกผ่านด่านผิงเสียงเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมูลค่าทุเรียนทะลุ 1 หมื่นล้านหยวน ทุเรียนอาเซียนที่กระจายผ่านด่านโหยวอี้กวนคิดเป็นประมาณร้อยละ 22-26 ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของประเทศ

image.png

การขนส่งผ่านพิธีการศุลกากรเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการนำเข้าผลไม้จากอาเซียนเข้าสู่จีน แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลไม้ “อยู่ได้ กระจายได้ และขายได้ในราคาที่ดี” คือบทบาทของศูนย์การซื้อขายผลไม้จีน-อาเซียน เมืองฉงจั่ว ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากด่านเพียงไม่กี่กิโลเมตร ในอดีตผลไม้ส่วนใหญ่ที่ผ่านด่านจะถูกขนส่งต่อไปยังเมืองอื่นทันที ทำให้เมืองผิงเสียงทำหน้าที่เพียงเป็นจุดผ่านแดน แต่ปัจจุบันศูนย์แห่งนี้ได้พัฒนาเป็นศูนย์กลางซื้อขายและกระจายผลไม้ระดับประเทศ นอกจากนี้ภายในศูนย์การซื้อขายผลไม้จีน-อาเซียน เมืองฉงจั่ว ยังมีศูนย์การประมูลซื้อขาย โดยมีจอแสดงผล (Dashboard) ข้อมูลเกี่ยวกับเกรด ปริมาณ และแหล่งผลิตของผลไม้ เช่น ทุเรียนไทย แก้วมังกรเวียดนาม และมังคุดมาเลเซีย จะแสดงผลแบบเรียลไทม์บนระบบออนไลน์ ทำให้ผู้ซื้อจากทั่วประเทศสามารถเข้าร่วมประมูลได้โดยไม่ต้องเดินทางมายังพื้นที่ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ศูนย์ประมูลมีการซื้อขายสะสม 11,845 รายการ คิดเป็นปริมาณ 66,810 ตัน มูลค่า 510.81 ล้านหยวน

นาย Shen Ming รองผู้จัดการบริษัท Pingxiang City Guomao Logistics Co., Ltd. ผู้บริหารศูนย์ฯ ระบุว่า ระบบซื้อขายแบบเดิมมีปัญหาความไม่โปร่งใสของข้อมูล ราคาไม่เป็นมาตรฐาน คุณภาพสินค้าไม่สม่ำเสมอ และมีการบวกราคาหลายทอดผ่านคนกลาง ส่งผลให้ต้นทุนและการสูญเสียสูง แพลตฟอร์มประมูลของศูนย์จึงมุ่งสร้างระบบซื้อขายที่เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ ลดขั้นตอนการกระจายสินค้า และกำหนดราคาที่เป็นธรรม พร้อมทั้งใช้ระบบกำกับดูแลเพื่อลดข้อพิพาทและการสูญเสียในคลังสินค้า นอกจากนี้ ยังช่วยย่นระยะเวลาขนส่งสู่ตลาดปลายทาง ทำให้อัตราการสูญเสียของทุเรียนก่อนถึงตลาดอยู่ที่ประมาณร้อยละ 4–6 ในอนาคต ศูนย์มีแผนต่อยอดการพัฒนาระบบศุลกากรอัจฉริยะ ลดเวลารอคอยของรถบรรทุก ขยายการแปรรูปทุเรียนเชิงลึก พัฒนาเครือข่ายรถไฟห้องเย็นและการกระจายสินค้าทั่วประเทศ รวมถึงเสริมระบบตรวจสอบย้อนกลับและการเงินในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างศูนย์กลางการค้าผลไม้ที่เชื่อมโยงตั้งแต่แหล่งผลิต ด่านชายแดน จนถึงตลาดปลายทาง

ด้านนาง Shi Chunyan รองผู้อำนวยการสำนักงานพาณิชย์และการจัดการด่านเมืองผิงเสียง กล่าวว่า เมืองผิงเสียงใช้ประโยชน์จากด่านอัจฉริยะจีน–เวียดนาม และช่องทางตรวจสอบผลไม้เฉพาะ ทำให้ทุเรียนและผลไม้นำเข้าสามารถผ่านพิธีการศุลกากรได้ภายในประมาณ 2 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ศูนย์การซื้อขายผลไม้จีน-อาเซียน เมืองฉงจั่ว ยังช่วยให้ผู้ซื้อทั่วประเทศสามารถเลือกสินค้าและสั่งซื้อได้อย่างสะดวก ส่งผลให้ผลไม้อาเซียนกระจายสู่ตลาดจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เมืองผิงเสียงยังเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปผลไม้ เพื่อเปลี่ยนข้อได้เปรียบด้านด่านชายแดนให้เป็นข้อได้เปรียบทางอุตสาหกรรม ทำให้ผลไม้นำเข้าไม่เพียงจำหน่ายในรูปผลสด แต่ยังสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น ผลไม้อบแห้งแช่เยือกแข็งและน้ำผลไม้ข้น ช่วยยกระดับการสร้างมูลค่าตลอดห่วงโซ่อุปทานและสนับสนุนให้ผลไม้อาเซียน “นำเข้าได้ กระจายได้ และขายได้ดี” อย่างแท้จริง

ความคิดเห็นของ สคต. ณ เมืองหนานหนิง การพัฒนาศูนย์การซื้อขายผลไม้จีน-อาเซียน เมืองฉงจั่ว เพื่อรองรับการกระจายและขนส่งทุเรียนสู่ตลาดทั่วประเทศจีน ตลอดจนการยกระดับอุตสาหกรรมนำเข้าผลไม้ของเมืองผิงเสียง สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันของทุเรียนไทยในตลาดจีนได้เปลี่ยนจากการเน้นความรวดเร็วในการขนส่ง ไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน และระบบตรวจสอบย้อนกลับ ควบคู่กันมากขึ้น นับเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการไทย เนื่องจากปัจจัยสำคัญในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ปริมาณการส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงมาตรฐานคุณภาพและการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผู้ประกอบการไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพสินค้าอย่างเคร่งครัด โดยหลีกเลี่ยงการใช้สารต้องห้าม เช่น Basic Yellow 2 (BY2) ปริมาณสารแคดเมียมให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านสุขอนามัยของจีน และพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้นำเข้าและผู้บริโภค 

ในช่วงฤดูกาลนำเข้าผลไม้ระหว่างเดือนพฤษภาคม–กรกฎาคม ซึ่งจะมีปริมาณรถบรรทุกผ่านด่านเป็นจำนวนมาก ผู้ประกอบการควรติดตามสถานการณ์การผ่านด่านกับผู้ให้บริการโลจิสติกส์อย่างใกล้ชิด วางแผนการขนส่งให้เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการยื่นสำแดงสินค้าในช่วงวันหยุดหรือวันสุดสัปดาห์ หากไม่จำเป็น เพื่อลดความเสี่ยงจากความล่าช้า นอกจากนี้ ควรพิจารณาใช้การขนส่งที่มีหลายรูปแบบ ทั้งทางถนน ทางรถไฟ ทางทะเล และทางอากาศ รวมถึงกระจายการนำเข้าผ่านหลายด่าน เพื่อบรรเทาความแออัดในช่วงฤดูกาลผลไม้ ปัจจุบัน กว่างซีมีช่องทางสำคัญสำหรับการนำเข้าผลไม้ไทย ได้แก่ ด่านโหย่วอี้กวน ด่านรถไฟผิงเสียง ด่านตงซิง ด่านหลงปัง ด่านสุยโข่ว และท่าอากาศยานนานาชาติอู๋ซวี เมืองหนานหนิง ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะสินค้าและแผนการขนส่ง ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการประสงค์ขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดและการค้าผลไม้ในจีน สามารถติดต่อสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง ได้ทางอีเมล: thaitcnanning@ditp.go.th

-----------------------------------------------------------

แหล่งที่มา

https://mp.weixin.qq.com/s/qcww2_obP28gH22_fvIsbA?scene=1&click_id=247659431

https://www.gx.chinanews.com.cn/top/2026-05-11/detail-ihfemyzy4217291.shtml

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง 

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 

 

ทุเรียนไทยในตลาดจีนยุคใหม่ เมื่อคุณภาพและระบบตรวจสอบย้อนกลับสำคัญไม่แพ้ความรวดเร็วในการขนส่ง.pdf
Share :
Instagram