fb
อินเดียเร่งเครื่องพลังงานสะอาด! ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตอีก 500 GW ภายในปี 2573

อินเดียเร่งเครื่องพลังงานสะอาด! ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตอีก 500 GW ภายในปี 2573

โดย
Chalotorn
ลงเมื่อ 05 พฤศจิกายน 2569 16:00
สคต. ณ เมืองมุมไบ (อินเดีย) (TTC, Mumbai (India))
2

                  รัฐบาลอินเดียเร่งผลักดันการลงทุนในภาคพลังงานสะอาด โดยประเมินว่าประเทศจำเป็นต้องได้รับเงินลงทุนประมาณ 220,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 3 ปีข้างหน้า เพื่อขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบสายส่งไฟฟ้าให้รองรับเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่ไม่ใช่ฟอสซิล (Non-fossil Fuel) จำนวน 500 กิกะวัตต์ (GW) ภายในปี 2573 จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตประมาณ 308 GW โดยเงินลงทุนดังกล่าวจะครอบคลุมการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage) ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) และระบบสายส่งไฟฟ้า ทั้งนี้ การขยายกำลังการผลิตพลังงานสะอาดถือเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ของอินเดียภายในปี 2613 (ค.ศ. 2070) นอกจากนี้ อินเดียยังเริ่มพัฒนาตลาดส่งออกแอมโมเนียสีเขียว โดยมีความต้องการจากผู้ซื้อในต่างประเทศแล้วประมาณ 550,000 ตัน โดยมีญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นตลาดสำคัญ

clean energy 2026.jpg

                   ด้านการลงทุน ช่วงปี 2567–2569 อินเดียสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดได้ประมาณ 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้เป็นเงินลงทุนจากต่างประเทศ 6,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ภาครัฐลงทุนเพิ่มเติมอีก 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การเร่งเปิดประมูลโครงการพลังงานสะอาดในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ยังมีโครงการกำลังการผลิตรวมประมาณ 40 GW ที่ไม่สามารถหาผู้รับซื้อไฟฟ้าได้ รัฐบาลกลางจึงอยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐบาลระดับรัฐเพื่อส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดและเร่งพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า
                  ทั้งนี้ อินเดียเตรียมจัดการประชุมสุดยอดด้านพลังงานสะอาด (Clean Energy Summit) ระหว่างวันที่ 2-5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 ณ กรุงนิวเดลี คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากกว่า 130 ประเทศ รวมถึงรัฐมนตรีกว่า 40 คน ตลอดจนผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน สถาบันการเงิน และผู้บริหารภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังมีประเทศและองค์กรพันธมิตรเข้าร่วม ได้แก่ ออสเตรเลีย เดนมาร์ก สหภาพยุโรป ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นควบคู่กับการประชุมสมัชชาสมัยที่ 9 ของ International Solar Alliance (ISA) และการประชุมนานาชาติด้านไฮโดรเจนสีเขียว ครั้งที่ 4 (4th International Conference on Green Hydrogen: ICGH) 
งาน Clean Energy Summit มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือและส่งเสริมโอกาสการลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของอินเดียในการระดมเงินทุนและดึงดูดพันธมิตรจากต่างประเทศเพื่อเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ซึ่งเปิดโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนในสาขาพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน เทคโนโลยีแบตเตอรี่ ไฮโดรเจนสีเขียว และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอนาคต 
ข้อมูลเพิ่มเติม 
                    ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ อินเดียเร่งส่งเสริมการผลิตอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า โดยกำลังการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Module) ของประเทศเพิ่มขึ้นจากประมาณ 2 GW เมื่อ 10 ปีก่อน เป็นมากกว่า 200 GW ในปี 2569 ขณะที่กำลังการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) อยู่ที่ประมาณ 40 GW การขยายตัวดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ อาทิ โครงการ Production-Linked Incentive (PLI) และนโยบาย Make in India ซึ่งมุ่งเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด
                     ขณะเดียวกัน รัฐบาลอินเดียให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานเพื่อรองรับกำลังการผลิตจากพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น โดยคณะรัฐมนตรีอินเดียได้อนุมัติโครงการ Green Energy Corridor ระยะที่ 3 (GEC-III) วงเงินรวม โครงการมีวงเงินรวมประมาณ 19,675 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.86 ล้านล้านรูปีอินเดีย)
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและความท้าทาย 
             1.    โอกาสขยายการส่งออกสินค้าและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด :แผนการลงทุนด้านพลังงานสะอาดของอินเดียมูลค่ากว่า 220,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะช่วยเพิ่มความต้องการนำเข้าอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage Systems: BESS) ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยในการขยายตลาดและสร้างความเชื่อมโยงในห่วงโซ่อุปทานของอินเดีย
             2.    โอกาสด้านการลงทุน: การเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ระบบส่งไฟฟ้า และอุตสาหกรรมไฮโดรเจนสีเขียว ซึ่งอินเดียตั้งเป้าผลิตให้ได้ 5 ล้านตันต่อปี เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนหรือร่วมมือกับภาคธุรกิจอินเดีย ทั้งในรูปแบบการร่วมทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาระบบวิศวกรรมและบริหารจัดการพลังงาน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว
            3.    ข้อจำกัดจากนโยบาย PLI: ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญการแข่งขันจากผู้ผลิตและผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่จากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรป ขณะเดียวกัน โครงการพลังงานสะอาดที่ยังไม่มีผู้รับซื้อไฟฟ้ารองรับประมาณ 40 GW ยังสะท้อนความเสี่ยงด้านการจัดหาเงินทุน การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และความคุ้มค่าทางธุรกิจ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการไทย
ข้อคิดเห็น
             1.รัฐบาลอินเดียเดินหน้าขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน (Ministry of New and Renewable Energy of India :MNRE) ให้ข้อมูลว่า อินเดียมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งจากแหล่งพลังงานที่ไม่ใช่ฟอสซิลแล้วประมาณ 308 GW และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 500 GW ภายในปี 2573 ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 220,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2570–2573 ครอบคลุมการขยายกำลังผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงาน โครงข่ายส่งไฟฟ้า และการผลิตภายในประเทศ ทั้งนี้ ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2567–มิถุนายน 2569 ภาคพลังงานหมุนเวียนของอินเดียดึงดูดเงินลงทุนได้แล้วประมาณ 63,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ในการเปิดงาน Bharat Renewable Energy Summit & Expo เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ยังประกาศเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานที่ไม่ใช่ฟอสซิลอีก 500 GW ในช่วง 10–11 ปีข้างหน้า สะท้อนให้เห็นว่าพลังงานสะอาดจะเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจสำคัญที่ขับเคลื่อนการลงทุนและการพัฒนาอุตสาหกรรมของอินเดียในระยะยาว
          2. สำหรับประเทศไทย การขยายตัวดังกล่าวเป็นโอกาสในการส่งออกสินค้าและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอุปกรณ์ระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้า หม้อแปลง สายไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุมระบบไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงานและแบตเตอรี่ ตลอดจนเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงานและอุปกรณ์สำหรับการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว โดยมีโครงการ Green Energy Corridor ระยะที่ 3 (GEC-III) เป็นโอกาสที่เป็นรูปธรรม ซึ่งรัฐบาลอินเดียอนุมัติวงเงินรวม 19,675 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าภายในรัฐให้รองรับการส่งผ่านพลังงานหมุนเวียนได้สูงสุด 135 GW และติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาด 50 GWh ภายในปีงบประมาณ 2575–2576 อย่างไรก็ดี อินเดียมีการพัฒนาฐานการผลิตภายในประเทศอย่างรวดเร็ว โดยกำลังการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์เพิ่มจากประมาณ 2 GW เมื่อ 10 ปีก่อน เป็นมากกว่า 200 GW ในปัจจุบัน และมีกำลังการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์เกือบ 40 GW ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรเน้นสินค้าที่มีเทคโนโลยีเฉพาะทางและมูลค่าเพิ่ม รวมถึงการร่วมทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเป็นพันธมิตรกับบริษัทอินเดีย เพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและโครงการจัดซื้อจัดจ้างของภาคพลังงาน แทนการแข่งขันด้านราคากับผู้ผลิตภายในประเทศโดยตรง

ที่มา:1.       https://www.business-standard.com/industry/news/india-requires-220-bn-for-renewable-energy-expansion-by-2030-mnre-secy-126102801726_1.html 
2.https://www.dailyexcelsior.com/pm-sets-sights-on-500-gw-addl-clean-power-capacity-in-10-11-yrs/
 

Share :
Instagram