
อาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) และอาหารสำเร็จรูปประเภทเดลี่ (Deli Foods) กำลังได้รับ ความนิยมเพิ่มขึ้นในเกาหลีใต้ โดยเฉพาะช่องทางไฮเปอร์มาร์เก็ตและซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดกลาง (Super Supermarket: SSM) อันเป็นผลจากภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับราคาอาหาร และค่าใช้จ่าย ในการรับประทานอาหารนอกบ้านที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาเลือกซื้ออาหารสำเร็จรูปที่มี ราคาประหยัด และสะดวกต่อการบริโภคมากขึ้น
จากข้อมูลของภาคธุรกิจค้าปลีกเกาหลีใต้ พบว่า ยอดจำหน่ายอาหารเดลี่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มี แนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดกลาง ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงกว่ากลุ่ม ไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่างชัดเจน
Emart Everyday มียอดจำหน่ายอาหารเดลี่เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ Lotte Super มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 และ GS The Fresh เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.5 ส่วน Deli by Ashley ซึ่งเป็นแบรนด์อาหารเดลี่ของ Eland Eats ที่จำหน่ายผ่าน Kim’s Club มียอดจำหน่าย ในช่วงครึ่งปีแรก เพิ่มขึ้นร้อยละ 34
ในทางกลับกัน ยอดจำหน่ายอาหารเดลี่ในกลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ตขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่า โดย Emart มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 และ Lotte Mart เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6
ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมค้าปลีกเกาหลีใต้ระบุว่า อาหารกับข้าวและอาหารพร้อมรับประทานที่ จำหน่ายผ่านเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการบริโภคในชีวิตประจำวันของครัวเรือนที่มีสมาชิก 1–2 คนมากขึ้น สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างครัวเรือนและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญ กับความสะดวกรวดเร็ว และความคุ้มค่าด้านราคา
ทั้งนี้ ความต้องการของผู้บริโภคยังมีความแตกต่างกันตามประเภทของช่องทางค้าปลีก โดยในกลุ่ม SSM สินค้าประเภทกับข้าวและอาหารที่สามารถรับประทานได้อย่างรวดเร็วเป็นกลุ่มสินค้าหลักที่ได้รับความนิยม ตัวอย่าง เช่น Emart Every day มียอดจำหน่ายอาหารกับข้าวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 131 และยอดจำหน่ายอาหารพร้อมรับ ประทาน เช่น แซนด์วิช เพิ่มขึ้นร้อยละ 74.6
สำหรับ GS The Fresh ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เพิ่มขึ้นร้อยละ 112.5 ตามด้วยซูชิร้อยละ 75 สลัดร้อยละ 46.1 และอาหารกับข้าวร้อยละ 25.7 นอกจากนี้ สินค้าในกลุ่ม “Simple Meal” ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และจำหน่ายในราคา 3,900 วอนต่อรายการ มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 465 เมื่อเทียบ กับช่วงเริ่มต้นของการวางจำหน่าย
ขณะที่กลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ตพบว่า อาหารปรุงสำเร็จในรูปแบบเดียวกับเมนูจากร้านอาหารเป็นกลุ่มสินค้า ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันยอดจำหน่าย โดย Emart มียอดจำหน่ายอาหารปรุงสุกประเภทอาหารจีน เช่น ยางจังพี (Yangjangpi) หรือสลัดเส้นจีนเย็น เพิ่มขึ้นร้อยละ 39 และยอดจำหน่ายพิซซ่าพร้อมรับประทานเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.4
จากแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการค้าปลีกเกาหลีใต้จึงเร่งขยายประเภทและความหลาก หลายของสินค้าอาหารเดลี่ โดย Emart มีแผนเพิ่มชุดอาหารแบบจัดเป็นเซ็ต รวมถึงพัฒนาเมนูอาหารจีน และ อาหารตะวันตกเพิ่มเติม เช่น หมาล่าเซียงกัว (Mala Xiang Guo) และเมนูสเต๊ก
ในส่วนของ Lotte Mart และ Lotte Super มีแผนขยายสินค้าอาหารเดลี่ที่เน้นความคุ้มค่า และสอด คล้องกับฤดูกาล โดย Lotte Mart ได้เพิ่มจำนวนสินค้าในกลุ่มอาหารเดลี่จาก 150 รายการในปี 2566 เป็น 190 รายการในปัจจุบัน และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนสินค้าเป็น 210 รายการในปีหน้า
(ที่มา : Pulse by Maeil Business News Korea)
ข้อคิดเห็น
แนวโน้มการขยายตัวของตลาดอาหารพร้อมรับประทานในเกาหลีใต้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ ไทยในการพัฒนาและส่งออกสินค้าอาหารสำเร็จรูปที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคเกาหลีใต้ โดยเฉพาะสินค้าที่มีความสะดวกต่อการบริโภค และราคาเหมาะสำหรับครัวเรือนขนาดเล็กหรือผู้บริโภค ที่อาศัยอยู่คนเดียว
ทั้งนี้ผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาพัฒนาสินค้าอาหารไทยในรูปแบบพร้อมรับประทาน อาหารแช่เย็น และแช่แข็ง ตลอดจนอาหารสำเร็จรูปประเภทกับข้าวหรืออาหารชุด โดยควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาขนาด บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับครัวเรือนขนาดเล็ก การกำหนดราคาที่สามารถแข่งขันได้ และการปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคในตลาดเกาหลีใต้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ของประเทศเกาหลีใต้ต่อไป
***************************************
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล