
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ในโอกาสการหารือทวิภาคีระหว่างนาย Dith Tina รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กัมพูชา และนาง Sun Meijun รัฐมนตรีของสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) สำหรับการส่งออกลำไยอบแห้งจากกัมพูชาไปยังตลาดจีน พร้อมทั้งลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการกักกันพืชและปศุสัตว์ รวมถึงการกำกับดูแลการนำเข้า–ส่งออกอาหารปลอดภัย
ทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมกันเร่งรัดกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนกับ GACC และการจัดทำพิธีสาร SPS เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผลผลิตทางการเกษตรของกัมพูชาสามารถเข้าสู่ตลาดจีนได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
พิธีสารด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) เป็นกลไกสำคัญในการเปิดตลาดสินค้าเกษตร โดยกำหนดมาตรฐานและเงื่อนไขตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การทำความสะอาด การแปรรูป การบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการขนส่ง เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่ส่งออกปราศจากเชื้อโรค สารเคมี แมลงศัตรูพืช และโรคที่อาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และพืช
หากไม่มีพิธีสาร SPS สินค้าเกษตรจะไม่สามารถส่งออกได้ แม้จะมีความต้องการในตลาดปลายทางก็ตาม เนื่องจากประเทศผู้นำเข้ากำหนดให้ต้องมีข้อตกลงดังกล่าวสำหรับสินค้าเกษตรแต่ละชนิดก่อนอนุญาตให้นำเข้าอย่างเป็นทางการ
การลงนามครั้งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จในการยกระดับความร่วมมือด้านการค้าเกษตรระหว่างกัมพูชาและจีน โดยทั้งสองฝ่ายมุ่งส่งเสริมการส่งออกสินค้าที่มีศักยภาพจากกัมพูชาไปยังตลาดจีน ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัย เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันและเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศอย่างยั่งยืน
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. การลงนามพิธีสาร SPS สำหรับ “ลำไยอบแห้ง” และบันทึกความเข้าใจ (MoU) ด้านกักกันพืช–ปศุสัตว์ สะท้อนว่าจีนยังคงขยายพื้นที่เปิดตลาดให้สินค้ากัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเพิ่มการนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรจากกลุ่มประเทศ CLMV เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ลดการพึ่งพาแหล่งนำเข้าระยะไกล และขยายบทบาทด้านการกำหนดมาตรฐานอาหารในระดับภูมิภาค
2. มาตรการ SPS ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตลาด แต่เป็นการยกระดับโครงสร้างการผลิตให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งส่งผลให้ผู้ผลิตกัมพูชาต้องปรับตัวในเชิงระบบ ทั้งด้านความสม่ำเสมอของผลผลิต ต้นทุนการแปรรูป (โดยเฉพาะลำไยอบแห้ง) รวมถึงมาตรฐานโรงงานและระบบโลจิสติกส์ ดังนั้น ข้อตกลงดังกล่าวจึงถือเป็น “การเปิดประตูทางการค้า” ที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถรับประกันการเติบโตของการส่งออกได้ในทันที โดยจำเป็นต้องติดตามต่อว่าการส่งออกจริงจะเกิดขึ้นในระดับใด หรือเป็นเพียงการเปิดตลาดในเชิงพิธีการเท่านั้น ทั้งนี้ สินค้าเกษตรของกัมพูชาที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกไปยังจีนแล้ว ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลังแห้ง ข้าวโพด กล้วย มะม่วง ลำไย พริกไทย และทุเรียนสด
_____________________________________________________
ที่มา Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries Official Page
4 มิถุนายน 2569