
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 สมเด็จมหาบวรธิบดี Hun Manet นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคสำคัญหลายรายการ โดยเฉพาะ นม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และน้ำตาล เพื่อส่งเสริมการผลิตภายในประเทศและเพิ่มการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจ
ช่วงพิธีเปิดโรงงานแปรรูปยางพารา Kim’s Rubber (Cambodia) ในจังหวัดตโบงฆมุม นายกรัฐมนตรีระบุว่า สินค้าอุปโภคบริโภคสำคัญหลายรายการ โดยเฉพาะ นม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และน้ำตาล เป็นกลุ่มสินค้านำเข้าหลักที่กัมพูชามีศักยภาพในการผลิตทดแทนได้ โดยการเพิ่มกำลังการผลิตภายในประเทศจะช่วยสร้างงาน รักษามูลค่าทางเศรษฐกิจไว้ในประเทศ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานภาคเกษตรและอุตสาหกรรม
นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงศักยภาพของกัมพูชาในด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร พร้อมสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการกระจายฐานอุตสาหกรรม เพิ่มความหลากหลายทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. มุมมองต่อแนวทางของนายกรัฐมนตรี ถือเป็น “นโยบายเชิงโครงสร้าง” ที่มุ่งลดการพึ่งพาการนำเข้า โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคสำคัญ และผลักดันการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจ หากสามารถผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดการนำเข้าและเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความท้าทายอยู่ที่ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนและคุณภาพ หากภาคอุตสาหกรรมยังไม่พร้อม อาจกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ผลิตภายในประเทศ ดังนั้นความสำเร็จของนโยบายนี้ขึ้นอยู่กับ “ความพร้อมของภาคการผลิต” เป็นสำคัญ
2. นโยบายดังกล่าวเปิดโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะธุรกิจแปรรูปอาหาร ผลิตภัณฑ์นม และสินค้าอุปโภคพื้นฐาน ซึ่งมีความต้องการสูงในประเทศและมีศักยภาพทดแทน การนำเข้า อีกทั้งยังดึงดูดการลงทุนทั้งจากต่างชาติและผู้ประกอบการในประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของห่วงโซ่อุปทาน พร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น บรรจุภัณฑ์ โลจิสติกส์ และคลังสินค้าเย็น ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจและการจ้างงานในวงกว้าง
_____________________________________________________
ที่มา Asian Speech & Kampuchea Thmey Daily
28 พฤษภาคม 2569