fb
ด่าน–ท่าเรือกว่างซี หนุนการค้าจีน–อาเซียนเติบโต
โดย
Qin
ลงเมื่อ 08 พฤษภาคม 2569 09:00
สคต. ณ เมืองหนานหนิง (จีน) (TCC, Nanning (China))
2

เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน มีพรมแดนติดกับประเทศเวียดนาม และมีทั้งด่านชายแดนและท่าเรือสำคัญหลายแห่ง จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “ประตูทางใต้ของจีนที่เชื่อมสู่อาเซียน” ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างตลาดจีนที่มีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน กับตลาดอาเซียนที่มีประชากรราว 700 ล้านคน ในปี 2568 มูลค่าการนำเข้าผลไม้จากประเทศอาเซียนผ่านด่านของกว่างซีมีมูลค่ามากกว่า 40,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปี 2567

หนึ่งในด่านสำคัญคือ “ด่านโหยวอี้กวน” เมืองเผิงเสียง ซึ่งถือเป็นด่านทางบกนำเข้าผลไม้จากอาเซียนที่ใหญ่ที่สุดของกว่างซี โดยในแต่ละวันมีรถบรรทุกผลไม้และสินค้าอื่นๆ จากอาเซียนเข้าสู่จีนอย่างต่อเนื่อง ผ่านระบบช่องทางอัจฉริยะที่ช่วยให้ประตูไม้กั้นเปิดได้ภายในเวลาเพียง 15 วินาที ทำให้บรรยากาศที่ด่านมีความคึกคักแต่เป็นระเบียบ

นายเว่ย กั๋วเจิ้น (Mr. Wei Guozhen) ผู้จัดการใหญ่ของบริษัท Guangxi Xiangnan Cross-Border Transportation Co., Ltd. ซึ่งดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนระหว่างจีนและอาเซียน เปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นช่วงฤดูกาลทุเรียนและตลาดจีนมีความต้องการสูง บริษัทมีการขนส่งทุเรียนไทยผ่านด่านโหยวอี้กวนวันละมากกว่า 20 ตู้คอนเทนเนอร์ โดยรถบรรทุกหนึ่งคันสามารถดำเนินพิธีการศุลกากรเสร็จได้เร็วที่สุดภายใน 3 ชั่วโมง ก่อนกระจายสินค้าไปยังมณฑลต่างๆ เช่น กวางตุ้ง เจ้อเจียง และเจียงซู

นายเว่ยดำเนินธุรกิจขนส่งระหว่างจีนและอาเซียนมานานกว่า 10 ปี และมองเห็นโอกาสเติบโตจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองฝ่ายมาโดยตลอด ในไตรมาสแรกของปี 2569 ปริมาณการขนส่งสินค้าข้ามแดนของบริษัทเพิ่มขึ้นร้อยละ 46 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สินค้านำเข้าส่วนใหญ่เป็นผลไม้ เช่น ทุเรียนและขนุน ส่วนสินค้าส่งออกหลักคือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับความต้องการขนส่งที่เพิ่มขึ้น บริษัทได้เพิ่มตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิกว่า 200 ตู้ สำหรับรองรับการนำเข้าและส่งออกสินค้ากับอาเซียน

ข้อมูลจากศุลกากรด่านโหยวอี้กวนระบุว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ ปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านด่านอยู่ที่ 1.857 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.9 เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนและอาเซียนที่แน่นแฟ้นมากขึ้น และยังเป็นแรงผลักดันให้ด่านศุลกากรต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ

นายฉาง (Mr. Chang) รองผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรด่านโหยวอี้กวน กล่าวว่า ด่านได้นำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและแพลตฟอร์มอัจฉริยะมาใช้ เช่น ระบบหุ่นยนต์กระบวนการอัตโนมัติ ระบบจัดสรรงาน และระบบตรวจสอบกักกันสินค้าอัจฉริยะ เพื่อให้สามารถดำเนินงานและป้อนข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผ่านพิธีการศุลกากร และลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจ

image.png

หลังผ่านด่านแล้ว ผลไม้จะถูกลำเลียงต่อไปยัง “ศูนย์ค้าผลไม้จีน-อาเซียน (ฉงจั่ว)” ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญในการกระจายผลไม้จากอาเซียนเข้าสู่ตลาดจีน ศูนย์แห่งนี้ยังเป็นสถานที่เดียวของด่านโหยวอี้กวนที่อนุญาตให้ผลไม้ที่รอผลตรวจสอบสามารถออกจากด่านแบบมีเงื่อนไขได้

ภายในศูนย์ฯ ผลไม้สดจะถูกคัดแยก เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ และกระจายผ่านเครือข่ายโลจิสติกส์ห้องเย็นไปยังตลาดต่างๆ ทั่วจีน ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออก และเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊าปัจจุบัน ศูนย์แห่งนี้ดึงดูดบริษัทจากทั่วประเทศกว่า 90 แห่ง ผู้ประกอบการอาเซียนกว่า 200 ราย และผู้จัดซื้อจีนกว่า 400 ราย เข้ามาดำเนินธุรกิจร่วมกัน

นายเฮ่อ (Mr. He) ผู้อำนวยการศูนย์ฯ เปิดเผยว่า ภายในสิ้นปี 2568 ศูนย์ได้ดำเนินธุรกรรมสะสมกว่า 1.3003 ล้านครั้ง มีปริมาณสินค้าซื้อขายรวม 6.9956 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 39,149 ล้านหยวน หรือประมาณหนึ่งในสามของปริมาณการนำเข้าผลไม้จากอาเซียนทั้งหมดของจีน เส้นทางการค้าที่มีประสิทธิภาพนี้ ไม่เพียงช่วยให้ผลไม้สดจากอาเซียนเข้าถึงผู้บริโภคชาวจีนได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังกลายเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการทั้งจีนและอาเซียนอีกด้วย

นอกจากด่านชายแดนแล้ว “ท่าเรือชินโจว” ในเมืองชินโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ยังเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางสำคัญของการค้าระหว่างจีนและอาเซียน ภายในท่าเรืออัตโนมัติแห่งนี้ เครนรางและรถขนส่งไร้คนขับทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแทบไม่ต้องใช้แรงงานคนในพื้นที่ปฏิบัติงานกลางแจ้ง

นายจาง หมิงเหอ (Mr. Zhang Ming) ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของบริษัท Guangxi Qinzhou Bonded Port Area Honggang Terminal Co., Ltd. กล่าวว่า ท่าเรือได้นำเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) และระบบควบคุมอัจฉริยะมาใช้ ทำให้สามารถควบคุมการปฏิบัติงานระยะไกลและเชื่อมต่อระบบรางได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยลดปัญหาความแออัดด้านโลจิสติกส์ และทำให้ผลไม้ที่ขนส่งทางเรือสามารถถ่ายขึ้นรถไฟได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

 

image.png

ในไตรมาสแรกของปีนี้ ท่าเรือชินโจวมีปริมาณการขนถ่ายสินค้ารวม 36.24 ล้านตัน โดยการนำเข้าและส่งออกสินค้ากับประเทศอาเซียนยังคงเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมทั้งมีการปรับโครงสร้างการขนส่งและโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน ท่าเรือชินโจวได้เปิดเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศมากกว่า 60 เส้นทาง ครอบคลุมท่าเรือสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนืออย่างครบถ้วน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 ทุเรียนไทยจำนวน 4 ตู้คอนเทนเนอร์ น้ำหนักรวม 68.5 ตัน ได้เดินทางเข้าสู่ตลาดจีนผ่านท่าเรือชินโจว ซึ่งถือเป็นการนำเข้าทุเรียนครั้งแรกของปี 2569 ผ่านท่าเรือแห่งนี้ โดยสามารถดำเนินพิธีการศุลกากรได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ก่อนกระจายสินค้าไปยังตลาดค้าส่งผลไม้สำคัญในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

จากด่านชายแดนสู่ท่าเรือ ระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพและเชื่อมต่อกันอย่างราบรื่น กำลังช่วยส่งเสริมให้การค้าระหว่างจีนและอาเซียน โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและผลไม้สด เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

ความคิดเห็นของ สคต. ณ เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงถือเป็นประตูสำคัญสำหรับการนำเข้าผลไม้ของจีน โดยกว่างซีมีระบบโลจิสติกส์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพสูงในการดำเนินพิธีการศุลกากร นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับด่านชายแดนและท่าเรือสู่ระบบอัจฉริยะ ช่วยให้การค้าระหว่างจีนกับประเทศอาเซียน รวมถึงประเทศไทย มีความสะดวก รวดเร็ว และเชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดจีนยังคงเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูงสำหรับสินค้าไทย โดยเฉพาะผลไม้สด อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคชาวจีนในปัจจุบันให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหารและคุณภาพสินค้าที่สม่ำเสมอมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องรักษามาตรฐานคุณภาพของผลไม้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวผ่านคุณภาพที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาดจีนยังมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เนื่องจากผลไม้จากประเทศอาเซียนอื่นๆ เช่น เวียดนามและกัมพูชา เริ่มเข้าสู่ตลาดจีนมากขึ้น รวมถึงจีนเองก็มีการพัฒนาธุรกิจผลไม้คุณภาพสูงภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ การผลิตผลไม้นอกฤดูกาล การสร้างแบรนด์สินค้า เช่น การใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และการทำตลาดที่สร้างความแตกต่าง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างจุดเด่นที่ทดแทนไม่ได้ และขยายส่วนแบ่งตลาดในจีนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

---------------------------------------------

แหล่งที่มา https://mp.weixin.qq.com/s/SRadbfmoBUTAsWz3IQa6VA

https://www.gx.chinanews.com.cn/cj/cjgc/2026-04-24/detail-ihfcvhef2805134.shtml

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง 

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569

Share :
Instagram