fb
เงินโอนกลับฟิลิปปินส์เดือนมีนาคมขยายตัวช้าที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี

เงินโอนกลับฟิลิปปินส์เดือนมีนาคมขยายตัวช้าที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี

โดย
kanthima
ลงเมื่อ 29 พฤษภาคม 2569 13:23
สคต. ณ กรุงมะนิลา (ฟิลิปปินส์) (TTC, Manila (Philippines))
5

          ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (Bangko Sentral ng Pilipinas: BSP) เปิดเผยข้อมูลขั้นต้น สำหรับยอดเงินการโอนกลับประเทศของแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ (OFWs) ในเดือนมีนาคม 2569 โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งนับเป็นอัตราการขยายตัวช้าที่สุดในรอบเกือบ ปี

          ตามข้อมูลของธนาคารกลางฟิลิปปินส์ในเดือนมีนาคม 2569 ระบุว่าการโอนเงินกลับประเทศผ่านระบบธนาคาร (Cash remittances) ของแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 ที่มูลค่า 2.87พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จาก 2.81 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตราการขยายตัวดังกล่าวนับเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ ปี เดือน หรือนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2566 ที่ขยายตัวร้อยละ 2.2 ขณะที่เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2569 การโอนเงินกลับประเทศผ่านระบบธนาคาร เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 จาก 2.786 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยการโอนเงินกลับประเทศจากแรงงานภาคแผ่นดิน (Land-based OFWs) เป็นแหล่งเงินโอนกลับประเทศหลักในเดือนมีนาคม 2569 ที่มูลค่า 2.26 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 จาก 2.22 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนแรงงานภาคทางทะเล (Sea-based OFWs) มีการโอนเงินกลับประเทศ ที่มูลค่า 610 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 จาก 590 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ยอดเงินโอนส่วนบุคคล (Personal remittance) โดยรวมทั้งเงินโอนผ่านระบบธนาคาร ช่องทางไม่เป็นทางการ และการโอนในรูปแบบสิ่งของ (In-kind remittances) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 ที่มูลค่า 3.203 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จาก 3.13 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 

          สำหรับมูลค่าการโอนกลับประเทศผ่านระบบธนาคารในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 มีมูลค่ารวม 8.68 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ที่มูลค่า 8.44 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแหล่งการโอนเงินกลับของแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศมากที่สุดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา คิดเป็นร้อยละ 39.9 ของมูลค่าเงินโอนกลับทั้งหมด รองลงมาได้แก่ สิงคโปร์ (ร้อยละ 7.6) ซาอุดีอาระเบีย (ร้อยละ 6.3) ญี่ปุ่น (ร้อยละ 5.0สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ร้อยละ 4.7) สหราชอาณาจักร (ร้อยละ 4.3) แคนาดา (ร้อยละ 3) กาตาร์ (ร้อยละ 2.9) ไต้หวัน (ร้อยละ 2.9) และฮ่องกง (ร้อยละ 2.7) ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 มูลค่าการโอนกลับจากแรงงานภาคแผ่นดิน (Land-based OFWs ) มีมูลค่า 6.93 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 จาก 6.74 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนแรงงานภาคทางทะเล (Sea-based OFWsมียอดเงินโอนกลับที่มูลค่า 1.75 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 จาก 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ ยอดเงินโอนกลับส่วนบุคคล (Personal remittances) มีมูลค่าอยู่ที่ 9.664 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 จาก 9.397 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ 

          เงินโอนกลับประเทศมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 7.2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาสแรกปี 2569 ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่สัดส่วนเงินโอนกลับส่วนบุคคล (Personal remittances) อยู่ที่ร้อยละ 8.2 ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 
ที่ร้อยละ 8.3 ทั้งนี้ ธนาคารกลางฟิลิปปินส์คาดการณ์ว่าการส่งเงินกลับประเทศของแรงงานฟิลิปปินส์จะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงที่ร้อยละ ในปี 2569 จากร้อยละ 3.3 โดยมีมูลค่าประมาณ 36.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 35.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568

ที่มา: หนังสือพิมพ์ Business World 

          รายได้จากการส่งเงินกลับประเทศของแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ (Overseas Filipino Workers: OFWs) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ เนื่องจากเป็นแหล่งเงินหมุนเวียนหลักที่สนับสนุนกำลังซื้อภาคครัวเรือนและการบริโภคภายในประเทศ รวมทั้งเป็นแหล่งเงินตราต่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค โดยมีมูลค่ามากกว่า หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปีข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า การส่งเงินกลับประเทศยังคงขยายตัว แม้ในอัตราที่ชะลอลง โดยธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (Bangko Sentral ng Pilipinas: BSP) คาดการณ์ว่าในปี 2569 ยอดเงินโอนกลับจะขยายตัวร้อยละ 3 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 36.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ สะท้อนบทบาทของแรงงานต่างชาติที่ยังคงเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจ ทั้งนี้ การเติบโตของเงินโอนกลับประเทศยังช่วยพยุงกำลังซื้อของภาคครัวเรือนฟิลิปปินส์ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดังกล่าวยังเผชิญความเสี่ยงในระยะข้างหน้าจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงในประเทศ ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรติดตามและประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจฟิลิปปินส์อย่างใกล้ชิด เพื่อใช้ประกอบการวางแผนและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดและสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสมต่อไป

 

เงินโอนกลับฟิลิปปินส์เดือนมีนาคมชะลอที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี RV.pdf
Share :
Instagram