
ภาพรวมอุตสาหกรรมอุปกรณ์งานฝีมือของประเทศเยอรมนียังคงตัว ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ตามข้อมูลของสมาคมอุตสาหกรรม Initiative Handarbeit e.V. รายงานว่าปีที่ผ่านมา มูลค่ารวมตลาดอุปกรณ์งานฝีมือในประเทศเยอรมนี เมื่อคำนวณตามราคาขายปลีกอยู่ที่ประมาณ 960 ล้านยูโร
แม้ว่าสถานการณ์ตลาดจะคล้ายกับปีก่อนหน้า แต่ภายในกลุ่มสินค้ามีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยกลุ่มสินค้างานเย็บผ้า มูลค่าการจำหน่ายผ้ายังคงลดลง ในขณะที่ การจำหน่ายสินค้าเส้นด้ายสำหรับถักและโครเชต์กลับเติบโตอย่างชัดเจน ซึ่งคุณ Hedi Ehlen กรรมการผู้จัดการของสมาคมฯ อธิบายว่าปัจจัยสำคัญของกระแสความนิยมการถักและโครเชต์นี้ คือ คนรุ่นใหม่เริ่มค้นพบงานฝีมือสำหรับตัวเองมากขึ้น โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้ ไม่ได้มองว่างานฝีมือเป็นเพียงงานอดิเรกในบ้าน แต่ต้องการพบปะผู้อื่นในเวิร์กช็อป คาเฟ่ หรือแม้แต่โรงภาพยนตร์ ซึ่งกิจกรรมการถักและโครเชต์เหมาะอย่างยิ่งกับพฤติกรรมเหล่านี้
นอกจากนี้ ด้วยมูลค่าการค้า 400 ล้านยูโร กลุ่มสินค้าเส้นด้ายถักและโครเชต์จึงถือส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในปีที่ผ่านมาและเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 7% (ปี ค.ศ. 2024: 375 ล้านยูโร) ในขณะที่ กลุ่มสินค้าผ้ามียอดจำหน่าย 223 ล้านยูโร (เดิม 248 ล้านยูโร) และยังคงไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ความต้องการในด้านงานซ่อมแซม (repair) กำลังเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากความนิยมความยั่งยืน และผู้บริโภคมีกำลังการจับจ่ายใช้สอยลดลง สำหรับมูลค่าการจำหน่ายสินค้าจักรเย็บผ้าอยู่ที่ 146 ล้านยูโร คงที่เท่าปีก่อน ขณะที่กลุ่มหนังสือ นิตยสาร และคู่มือ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 48 ล้านยูโร
ในปี ค.ศ. 2026 นี้ อุตสาหกรรมอุปกรณ์งานฝีมือกำลังเผชิญกับแรงกดดันสองด้าน ได้แก่ ความต้องการงานอดิเรกเชิงสร้างสรรค์สูงขึ้น และความท้าทายทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในภาคการค้าและการบริโภคอีกทั้ง กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น สร้างผลกระทบต่อทั้งผู้ผลิตและผู้ค้าปลีก แหล่งจำหน่ายสินค้ากลางเมืองหลายแห่งกำลังเผชิญแรงกดดัน เช่น มีผู้มาใช้บริการจำนวนลดลง ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น และร้านค้าปิดตัวมากขึ้น ทำให้ร้านเฉพาะทางขนาดเล็กดำเนินธุรกิจได้ยากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมนี้ยังคงพึ่งพาช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่ลูกค้าสามารถสัมผัสสินค้าก่อนซื้อ และขอคำแนะนำที่ดีจากผู้ขายในร้าน แม้จะมีการปรับโครงสร้างในระดับ ค้าปลีกเฉพาะทางบ้าง แต่ยังคงมีร้านค้าจำนวนมากที่สามารถอยู่รอดและประสบความสำเร็จได้ในสภาพเศรษฐกิจที่ยากลำบาก
สมาคมฯ ได้สำรวจแรงจูงใจของกลุ่มผู้บริโภคที่นิยมทำงานฝีมือ พบว่า ปัจจัยที่สำคัญที่สุด ได้แก่ ความสนุกและการผ่อนคลายเมื่อทำงานฝีมือ รองลงมา คือ ความต้องการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ด้วยมือของตนเอง สำหรับการสำรวจตลาดนี้ สมาคมได้ส่งแบบสอบถามสมาชิกผ่านจดหมายข่าวออนไลน์ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 โดยมีผู้เข้าร่วม 2,287 คน กลุ่มอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ ประมาณ 96% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขาถัก โครเชต์ หรือเย็บผ้า “เพราะมันสนุก” และเกือบ 87% มองว่าเป็นวิธีการผ่อนคลาย ขณะที่เกือบ 95% ทำงานฝีมือเพื่อตัวเองเป็นหลัก แสดงให้เห็นว่างานฝีมือเป็นกิจกรรมที่ช่วยรักษาและส่งเสริมสุขภาพทางกาย จิตใจ และจิตวิญญาณของตนเองได้ดี (self-care) อย่างไรก็ตาม มากกว่า 80% ก็ทำงานฝีมือให้กับครอบครัวด้วย นอกจากนี้ แรงบันดาลใจสำคัญที่สุดสำหรับการสร้างสรรค์ผลงาน คือ จากอินเทอร์เน็ต (91%) ตามมาด้วยนิตยสารงานฝีมือและไอเดียของตนเอง สำหรับการซื้อวัสดุ ร้านค้าเฉพาะทางยังคงเป็นช่องทางหลัก (เกือบ 87%) รองลงมาคือการสั่งซื้อทางไปรษณีย์/แคตตาล็อก และร้านค้าออนไลน์อิสระต่าง ๆ
อ้างอิง: https://initiative-handarbeit.de/