fb
ร่างพระราชบัญญัติการฟื้นฟูประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชิลี

ร่างพระราชบัญญัติการฟื้นฟูประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชิลี

โดย
Ratanaporn
ลงเมื่อ 23 เมษายน 2569 11:00
สคต. ณ กรุงซันติอาโก (ชิลี) (TTC, Santiago (Chile))
1

ชิลีกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญสำหรับอนาคตของประเทศด้วย "ร่างพระราชบัญญัติการการฟื้นฟูประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม" ฉบับใหม่ที่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของประธานาธิบดีโฆเซ่ อันโตนิโอ คาสต์ โดยมุ่งแก้ไขปัญหาความซบเซาทางเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาอย่างเร่งด่วน ซึ่งประธานาธิบดีคาสต์ลงนามและนำร่างพระราชบัญญัติฯ เข้าเสนอต่อรัฐสภา เมื่อวันพุธที่ 22 เมษายน 2569 ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฯ มีมาตรการกว่า 40 ข้อ ครอบคลุมการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การลดภาษี ส่งเสริมการลงทุน การจ้างงาน ควบคุมค่าใช้จ่ายของภาครัฐ ความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงของประเทศ ฯลฯ ซึ่งมีรายละเอียดหลักที่น่าสนใจโดยสรุปดังนี้ 

มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุน

ความมั่นคงทางภาษี สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการลงทุนเกิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไป จะได้รับอัตราภาษีคงที่เป็นเวลาสูงสุดถึง 25 ปี[1] ช่วยปกป้องบริษัทจากการขึ้นภาษีหรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านภาษีในอนาคต กลไกนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับภาคธุรกิจเชิงกลยุทธ์ อาทิ ธุรกิจเหมืองแร่ ธุรกิจผลิตลิเทียม ธุรกิจพลังงานสะอาด และภาคการก่อสร้าง ที่ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนระยะยาวและมีต้นทุนสูง

การลดขั้นตอนทางราชการ เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่กระทบต่อภาคการลงทุนและเศรษฐกิจของชิลี เนื่องจากระบบการขออนุญาตที่ซับซ้อนทำให้โครงการต่าง ๆ ต้องหยุดชะงักเป็นเวลาหลายปี การปรับกฎระเบียบเพื่อลดขั้นตอนการอนุมัติโครงการจะช่วยลดระยะเวลาในการขอใบอนุญาติโครงการต่าง ๆ จากที่เคยใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี จะเหลือเพียง 6 เดือน[2] 

การคุ้มครองการลงทุนสำหรับโครงการที่ได้รับการอนุมัติ[3] หากโครงการที่ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินงานและมีมติรับรองด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว (ในช่วงการรอใบอนุญาต) หากถูกเพิกถอนในภายหลังโดยคำสั่งศาล (จากการเปลี่ยนแปลงและบังคับใช้กฎหมายใหม่) จะมีกลไกการชดเชยค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่เกิดขึ้นไปแล้ว จุดประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในการริเริ่มโครงการใหม่ ๆ 

การดึงเงินทุนกลับเข้าประเทศ เสนอให้ปรับลดอัตราภาษีเงินได้นอกประเทศ โดยเสียภาษีเพียงครั้งเดียวในอัตราร้อยละ หากนำกลับมาลงทุนในประเทศภายในระยะเวลา 3 ปี หลังจากประกาศใช้กฎหมาย (ปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 35)

มาตรการด้านการลดภาษี

ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล มีการเสนอให้ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากร้อยละ 27 เหลือร้อยละ 23 โดยจะทะยอยลดลงในแต่ละปี ซึ่งอัตราภาษีดังกล่าวในปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 27 และตั้งเป้าหมายว่าในปี 2570 จะลดลงเหลือร้อยละ 25.5 ปี 2571 เหลือร้อยละ 24 และปี 2572 เหลือร้อยละ 23 โดยวัตถุประสงค์ของการลดอัตราภาษีฯ เพื่อส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของชิลีให้เทียบเท่ามาตรฐานของ OECD ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งบริษัทขนาดใหญ่และ SME กว่า 230,000 แห่ง      

ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม จากร้อยละ 19 เหลือร้อยละ 0 เป็นระยะเวลา 12 เดือน สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยจะมีการนำบ้านใหม่จำนวนกว่า 1 แสนหลังที่ไม่มีผู้ซื้อจำหน่ายออกสู่ตลาด ซึ่งมาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยให้กับภาคประชาชนและกระตุ้นกิจกรรมในภาคการก่อสร้าง

ยกเว้นภาษีที่ดิน สำหรับเจ้าของบ้านที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป (เฉพาะบ้านหลังแรกที่ใช้พักอาศัยเท่านั้น)

มาตรการส่งเสริมการจ้างงาน

มอบเงินอุดหนุนเงินเดือน สนับสนุนเงินเข้าสู่ระบบปีละ 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลดีต่อแรงงานจำนวนกว่า 4 ล้านคน โดยนายจ้างสามารถขอยื่นรับสิทธิประโยชน์นี้ ในกรณีที่มีลูกจ้างเงินเดือนระหว่าง 545,000 ถึง 838,000 เปโซชิลี (620 เหรียญสหรัฐ ถึง 950 เหรียญสหรัฐ) โดยจะได้รับเป็นเครดิตเงินอุดหนุนโดยตรง เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดตอนชำระภาษีเงินได้ ทั้งนี้ อัตราเงินอุดหนุนจะอยู่ที่ร้อยละ 15 ของยอดเงินเดือน 545,000 เปโซชิลี และจะทะยอยลดลงจนเหลือ สำหรับยอดเงินเดือนที่เกิน 838,000 เปโซชิลี ซึ่งผลลัพธ์จากมาตรการนี้  จะสะท้อนต้นทุนการจ้างงานที่ลดลงของทั้งบริษัทขนาดใหญ่และ SME ทำให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น

มาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายของภาครัฐ

ปฏิรูประบบราชการ ปรับปรุงและควบคุมการดำเนินงานของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กำหนดบทลงโทษการใช้วันลาป่วยของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิชอบ โดยให้มีผลถึงแพทย์ผู้ออกใบรับรองการลานั้นด้วย  นอกจากนี้ ยังจัดให้มีโครงการเกษียณอายุราชการก่อนเวลาโดยสมัครใจโดยมอบเงินชดเชยให้มากกว่าเดิม 3 เท่า

ระงับการรับสถาบันการศึกษาใหม่ที่จะเข้าร่วมโครงการเรียนฟรี[1] เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายของภาครัฐ โดยนายฮอร์เก กิรอซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แจ้งว่าที่ผ่านมาจากการดำเนินโครงการเรียนฟรีเป็นเวลา 4 ปี รัฐต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการเรียนฟรีเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ซึ่งปัจจุบันแตะระดับที่ 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี นอกจากนี้ มีการเสนอการพัฒนาการจัดเก็บเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่รัฐค้ำประกัน (CAE) ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

มาตรการด้านความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงของประเทศ

กองทุนฉุกเฉินและฟื้นฟูผู้ประสบภัย สนับสนุนเงินกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐ เข้ากองทุนฉุกเฉินฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ไฟใหม้ในแคว้น Nuble และ Biobio ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา รวมถึงการสนับสนุนเงินทุนเพิ่มเติมหากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในอนาคต

ความปลอดภัยและปราบปรามอาชญากรรม ตั้งแต่การเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีคาสต์เผยว่าการดำเนินการตามแผน โล่ป้องกันชายแดน แสดงผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจจำนวนผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายลดลง และจะดำเนินการตามแผนฯ ต่อไป โดยรัฐบาลได้ดำเนินการจับกุมและเนรเทศผู้ลักลอบเข้าเมืองหลายพันคน นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนการทำงานของตำรวจอย่างเต็มที่ ทำให้ตัวเลขการก่อคดีอาชญากรรมลดลงหลายพันคดีต่อเดือน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนประธานาธิบดีคาสต์เข้ารับตำแหน่ง 

จัดตั้งกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ[1] เพื่อบูรณาการการทำงานของสถาบันต่าง ๆ อาทิ กรมตำรวจ หน่วยสืบสวนสอบสอน กรมราชทัณฑ์ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กรมสรรพากร  กรมศุลกากร เทศบาล สำนักงานอัยการสูงสุด และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงของชาติ

รัฐบาลตั้งเป้าที่จะให้ร่างพระราชบัญญัติการการฟื้นฟูประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับนี้ได้รับการอนุมัติภายในต้นเดือนกันยายน 2569 เพื่อให้สามารถนำไปรวมไว้ในกฎหมายงบประมาณปี 2570 ได้ โดยประธานาธิบดีคาสต์ได้กำหนดเป้าหมายทางเศรษฐกิจ ได้แก่ การบรรลุอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 4 ต่อปี ลดอัตราการว่างงานจากร้อยละ 8.3 เหลือร้อยละ 6.5 และบรรลุความสมดุลทางการคลังเชิงโครงสร้างของประเทศให้ได้ภายในปี 2573 โดยประธานาธิบดีคาสต์ได้กล่าวปิดท้ายในการประชุมรัฐสภาว่า เรากำลังก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้องเป็นก้าวแรก ร่างพระราชบัญญัติฯ นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการพัฒนาประเทศของเราและหวังว่ารัฐสภาจะพิจารณาและตัดสินใจอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของชาวชิลีทุกคน"

บทวิเคราะห์/ความเห็นของสคตฯ

ประเทศชิลีอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจซบเซาโดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยเพียงร้อยละ ต่อปี ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ประกอบกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลลบต่อการเติบโตและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของชิลี เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบเชื่อมโยงกันทั่วโลก การที่รัฐบาลของประธานาธิบดีคาสต์เสนอแนวทางที่ชัดเจนในการฟื้นฟูประเทศ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเตรียมความพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม สคต.ฯ เห็นว่าขอบเขตของร่างกฎหมายที่มีเนื้อหาครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญนั้น อาจทำให้กระบวนพิจารณาทางกฎหมายในรัฐสภาที่มีความซับซ้อนอยู่แล้ว จะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีก และอาจทำให้ผลการพิจารณาการปรับปรุงกฎหมายไม่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทั้งนี้ หากร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากรัฐภา จะส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างชิลีและประเทศคู่ค้าต่าง ๆ รวมทั้งไทย เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้มีลักษณะเป็น Business-base หรือเอื้ออำนวยต่อการค้าระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

ผลกระทบต่อประเทศไทย 

โอกาสในการขยายการลงทุนของไทย: ชิลีตั้งเป้าลดขั้นตอนและระยะเวลาการขออนุมัติโครงการลงทุนต่าง ๆ จาก ปี เหลือเพียง เดือน และให้ความมั่นคงทางภาษีสูงสุดถึง 25 ปี ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นแรงจูงใจสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อม (โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานสะอาด พลังงานทางเลือก แบตเตอรี่รถไฟฟ้า และธุรกิจก่อสร้าง) ให้เข้าไปลงทุน/ตั้งฐานการผลิตหรือร่วมลงทุนในชิลีได้สะดวกมากขึ้นและมีความเสี่ยงด้านภาษีที่ต่ำลง

กระตุ้นการลงทุนใหม่และเพิ่มโอกาสการนำเข้า: การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลและมอบเงินอุดหนุนการจ้างงาน   จะทำให้โครงสร้างต้นทุนธุรกิจในชิลีลดลง ส่งผลให้ภาคธุรกิจของชิลีมีความคล่องตัวสูงขึ้น อาจกระตุ้นการลงทุนจากผู้ประกอบการชาวชิลีทั้งรายเก่าและรายใหม่ในการนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เหลือร้อยละศูนย์สำหรับอสังหาริมทรัพย์ เพื่อระบายสต็อกที่อยู่อาศัยกว่า แสนหลัง และการก่อสร้างที่พักอาศัยใหม่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอัคคีภัย จะกระตุ้นความต้องการสินค้าในหมวดอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้าง รวมไปถึง รถกระบะ รถบรรทุก เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และของใช้ภายในบ้าน โดยในปี 2568 ไทยส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องในกลุ่มดังกล่าวมายังชิลีรวมมูลค่ากว่า 331.30 ล้านเหรียญสหรัฐ 

ร่างพระราชบัญญัติการฟื้นฟูประเทศฉบับนี้ ถือเป็นแผนแม่บทที่มีความทะเยอทะยานและครอบคลุมที่สุดในรอบทศวรรษของชิลี โดยมุ่งเน้นการใช้มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและความมั่นคงทางภาษีเป็นเครื่องมือ เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงาน หากร่างระราชบัญญัติฯ นี้สามารถบังคับใช้ได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด   จะเป็นโอกาสสำคัญให้ชิลีบรรลุเป้าหมายพลิกฟื้นการเติบโตทางเศรษฐกิจตามที่ตั้งไว้ แต่ยังเป็นโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและภาคการส่งออก ให้สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานใหม่ในชิลีได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ผู้ประกอบการไทยควรติดตามความคืบหน้าของร่างกฎหมายนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของชิลีต่อไป

__________________________

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก

          เมษายน 2569


 


[1] https://www.gob.cl/en/news/chile-to-have-new-public-security-ministry-learn-details-of-its-functions/


 


[1] https://www.hacienda.cl/noticias-y-eventos/noticias/ministro-quiroz-detalla-pilares-del-plan-de-reconstruccion-nacional-para


 


[1] https://www.hacienda.cl/noticias-y-eventos/noticias/ministro-quiroz-detalla-pilares-del-plan-de-reconstruccion-nacional-para

[2] https://www.gob.cl/noticias/principales-medidas-plan-reconstruccion-nacional-detalles/

[3] https://www.gob.cl/noticias/principales-medidas-plan-reconstruccion-nacional-detalles/

ร่างพระราชบัญญัติการฟื้นฟูประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชิลี REV.pdf
Share :
Instagram