
ประธานาธิบดีเมียนมาแถลงต่อรัฐสภาเมียนมา เรื่องการดำเนินงานนโยบาย 100 วันของรัฐบาลเมียนมา (20 เม.ย. – 31 ก.ค. 69) โดยพลเอกอาวุโสมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมาได้แถลงต่อรัฐสภาเมียนมา มีเนื้อหาสำคัญ ได้แก่ 1. การสร้างสันติภาพและความมั่นคงของชาติ และ 2. การส่งเสริมการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ภาคเอกชนและเศรษฐกิจของชาติ โดยรัฐบาลจะใช้เวลา 2 ปีแรก ในการวางรากฐานและสร้างแรงขับเคลื่อนที่สำคัญนำไปสู่ประเทศยุคใหม่ จากนั้นจะใช้เวลาอีก 3 ปี เร่งดำเนินการสร้างชาติและพัฒนาเมียนมาตามแนวทางดังกล่าวต่อไป
ในส่วนของสันติภาพ รัฐบาลระบุว่า ในช่วง 100 วันแรก รัฐบาลได้เพิ่มความพยายามในการสนับสนุนให้กลุ่มต่างๆ กลับคืนสู่กฎหมายและเข้าร่วมการเจรจาอย่างสันติ ยืนยันว่าประตูแห่งสันติภาพเปิดกว้างอยู่เสมอ และเชิญชวนทุกฝ่าย เข้าร่วมกระบวนการสันติภาพอย่างต่อเนื่อง โดยทุกฝ่ายควรเจรจา แสวงหาเป้าหมายที่ทำได้จริงและสามารถบรรลุได้
สำหรับอาเซียน เมียนมายังคงเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรในภูมิภาคให้สอดคล้องกับหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 5 ประการของอาเซียน ซึ่งเมียนมาได้แสดงความอดทนและให้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในฐานะสมาชิกอาเซียนและจะดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับอาเซียน ด้วยแนวทางที่เมียนมาเป็นผู้นำและเป็นเจ้าของประเทศ (Myanmar-led, Myanmar-owned approach) ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเมียนมา
ส่วนเรื่องการเกษตร เมียนมาส่งเสริมภาคเกษตรกรรม ปศุสัตว์ และภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีแนวทางสำคัญ เช่น เมียนมามีพื้นที่เกษตรกรรมเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ควรเปลี่ยนจากระบบการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ ใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม แปรรูปสินค้าเกษตรและอาหาร ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารในเมียนมาและภูมิภาค ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่ม และการผลิตในเมียนมา รวมทั้งสร้างรายได้การส่งออกจากสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปที่ผลิตในเมียนมาด้วย
สำหรับเรื่องพลังงาน เมียนมาพยายามลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเมียนมาต้องนำเข้า ควบคู่กับการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด มีแผนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินและพลังงานนิวเคลียร์ โดยการใช้เทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งเป็นทางเลือกและเมียนมาอยู่ระหว่างการพิจารณาด้วยเช่นกัน เพื่อให้เมียนมาบรรลุเป้าหมายการเข้าถึงไฟฟ้าทั่วประเทศภายในปี 2030
ส่วนเรื่องการศึกษา เมียนมาจะจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นในระยะแรกไม่น้อยกว่า 10% ของงบประมาณทั้งหมด ในระยะต่อไปไม่น้อยกว่า 15% ของงบประมาณทั้งหมด โดยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กทุกคนในวัยเรียน มีโอกาสได้เข้าเรียนในการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งได้เปิดโรงเรียนและวิทยาลัยด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ปศุสัตว์ รองรับทั้งการทำเกษตร รวมทั้งการผลิตแปรรูปอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารเมียนมา
โดยเมียนมามีแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมทั้ง สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา การใช้เทคโนโลยี ส่งเสริมการผลิตในเมียนมา เพื่อทดแทนการนำเข้า และการผลิตในเมียนมา เพื่อส่งออกจากเมียนมานอกจากนี้ เมียนมามีคำสั่งที่เข้มงวดในการป้องกันปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งการฉ้อโกงหลอกลวงออนไลน์และการพนันออนไลน์ในพื้นที่ต่างๆ ของเมียนมา
โดยสรุปแล้ว ช่วงเวลา 100 วัน นับตั้งแต่รัฐบาลชุดใหม่เข้ารับตำแหน่งเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของเมียนมา ซึ่งได้เริ่มวางรากฐานที่มั่นคงในทุกภาคส่วนสำหรับอนาคต พร้อมกับยึดมั่นในแนวทางและเป้าหมายสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ 1. การสร้างเสถียรภาพและสันติภาพในประเทศ และ 2. การพัฒนาประเทศ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ภาคเอกชนและเศรษฐกิจของชาติ
ผลกระทบ/โอกาส การดำเนินการตามนโยบาย 100 วัน รวมทั้งแนวทางและเป้าหมายของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่เป็น “โอกาสที่ดี” ในการพัฒนาเมียนมาบนพื้นฐานของความมั่นคง สันติภาพและการพัฒนาประเทศ ซึ่งนโยบายเรื่องต่างๆ จะช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนชาวเมียนมาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ ทั้งธุรกิจเมียนมา ธุรกิจต่างชาติและธุรกิจไทยที่ทำการค้ากับเมียนมาหรือลงทุนทำธุรกิจในเมียนมาด้วย ทั้งนี้ ได้รับสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลเมียนมาชุดใหม่มีแนวโน้มที่ดีในการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ การผ่อนคลายกฎระเบียบด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเงิน ตามลำดับและตามความเหมาะสมต่อไป ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจทั้งการค้าและการลงทุนในเมียนมา
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ ซึ่งเมียนมาได้เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น มีนโยบายและแนวทางการพัฒนาประเทศ บนพื้นฐานของความมั่นคง สันติภาพและการพัฒนาประเทศ รวมทั้งมีแนวโน้มที่ดีในการการผ่อนคลายกฎระเบียบ อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นและได้รับการยอมรับมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและธุรกิจไทย โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีสนับสนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสและก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมาต่อไป
********************************************
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง (สคต.ย่างกุ้ง)
ข่าว นสพ.Global New Light of Myanmar