
สถานการณ์ตลาดบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบในออสเตรเลีย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาผู้ค้าปลีกและค้าส่งบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบในออสเตรเลียต้องเผชิญกับความท้าทายในการทำตลาดออสเตรเลียหลายประการ ดังนี้
1) ต้องการของผู้บริโภคที่ลดลงจากความกังวลด้านสุขภาพ
2) การเพิ่มขึ้นของราคาบุหรี่
3) กฎระเบียบภาครัฐที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้อัตราการสูบบุหรี่ของชาวออสเตรเลียลดลง
รายได้ของภาคอุตสาหกรรมจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้โดยรวมของภาคอุตสาหกรรมลดลงร้อยละ 16.4 และในปี 2568 ตลาดค้าส่งบุหรี่มีมูลค่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐลดลงร้อยละ 18.4 เนื่องจากอัตราการสูบบุหรี่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องและการแข่งขันจากบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ผิดกฎหมายที่เพิ่มขึ้น
ตลาดผลิตภัณฑ์ยาสูบออสเตรเลียสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
(1) ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบมีควันได้แก่ บุหรี่ซิกาแรต (บุหรี่ผลิตจากโรงงานทั้งแบบซองแข็งและซองอ่อน) บุหรี่ประเภทซิการ์ ซิการ์ขนาดเล็ก ไปป์และบุหรี่แบบ Roll-Your-Own (RYO)
(2) ผลิตภัณฑ์ทางเลือก เช่น บุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาที่ใช้กับบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งนี้ ออสเตรเลียไม่ได้จัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบและมีหน่วยงานด้านสาธารณสุขและ Therapeutic Goods Administration (TGA) เป็นผู้กำกับดูแล
1.1 ภาพรวมตลาด
ตลาดบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบในออสเตรเลียมีการเติบโตในเชิงมูลค่าเนื่องจากราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่การเติบโตในเชิงปริมาณลดลง เป็นผลจากในช่วงตั้งแต่ 1 กันยายน 2560 ถึง 1 กันยายน 2563 รัฐบาลออสเตรเลียปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตขึ้นทุกปีในอัตราร้อยละ 12.5 ต่อปีและตั้งแต่ปี 2566 ถึง 2568 รัฐบาลปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตขึ้นร้อยละ 5 ต่อปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ราคาจำหน่ายบุหรี่สูงเกินกำลังซื้อซึ่งจะเป็นกลไกกระตุ้นให้ประชาชนลดการสูบบุหรี่และเลิกสูบบุหรี่ในที่สุด โดยรายได้จากการจัดเก็บภาษีจะถูกนำไปใช้เป็นเงินทุนสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ภาษีที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ผู้ประกอบการบางรายลดปริมาณการนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบมายังออสเตรเลีย และผลักภาระด้านภาษีสรรพสามิตที่สูงขึ้นให้แก่ผู้บริโภคแบกรับ ทำให้ผู้ที่มีรายได้น้อยเข้าถึงบุหรี่ได้ยากขึ้น ส่งผลให้ชาวออสเตรเลียร้อยละ 24 ที่สูบบุหรี่ทุกวันหันไปหาซื้อบุหรี่ในตลาดมืดมากขึ้น
ปี 2567 ตลาดบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบมีมูลค่ารวม 17.47 พันล้านเหรียญออสเตรเลีย (ลดลงร้อยละ 21.6) เป็นมูลค่าตลาดบุหรี่ 13.67 พันล้านเหรียญออสเตรเลียลดลงร้อยละ 25.1และมีปริมาณจำหน่ายประมาณ 4.8 พันล้านมวน (ลดลงร้อยละ 28.9 จากปี 2566) เป็นปริมาณการจำหน่ายบุหรี่ระดับกลาง (Mid price) คิดเป็นร้อยละ 51.5 บุหรี่ราคาประหยัด (Economy price) ร้อยละ 43.7 และบุหรี่ระดับพรีเมี่ยมร้อยละ 4.8 ภายในปี 2572 คาดว่ามูลค่าตลาดบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบจะมีมูลค่า 10.12 พันล้านเหรียญออสเตรเลีย
ปี 2567 ตลาดสินค้าซิการ์ ซิการ์ขนาดเล็ก ไปป์และ RYO มีมูลค่ารวม 3.73 พันล้านเหรียญออสเตรเลีย (ลดลงร้อยละ 4.9 จากปี 2566) โดยร้อยละ 93 เป็นมูลค่าของสินค้าบุหรี่ประเภท RYO ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นสินค้าทางเลือกที่มีราคาถูก
ปี 2567 ตลาดผลิตภัณฑ์ทางเลือก มีมูลค่ารวม 84.2 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (ลดลงร้อยละ 38.5 จากปี 2566) โดยเป็นมูลค่าของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมด (E-Vapour) เนื่องจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่นๆ ได้แก่ Chewing tobacco, Swedish style snus, Snuff และ Heated Tobacco ในเชิงพาณิชย์ยังผิดกฎหมายออสเตรเลีย (อนุญาตเฉพาะใช้ส่วนบุคคลที่มีใบสั่งยาเท่านั้น) และบุหรี่ไฟฟ้าที่จำหน่ายร้อยละ 90 เป็นสินค้าผิดกฎหมาย
ในปี 2568-2573 คาดการณ์ว่า รายได้ของภาคอุตสาหกรรมค้าส่งบุหรี่และผลิตภัณฑ์จะขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 4 ต่อปี โดยมีปัจจัยด้านราคา อัตราการสูบบุหรี่ที่ลดลงและการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ทางเลือกเป็นกลไกขับเคลื่อน คาดว่า สัดส่วนของผู้สูบบุหรี่รายวันจะลดลงอย่างต่อเนื่องในระยะยาวและสัดส่วนของผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่หรือเลิกสูบบุหรี่จะเพิ่มขึ้น จากความกังวลด้านปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น โรคมะเร็งและโรคหัวใจ ผู้ค้าปลีกและค้าส่งผลิตภัณฑ์ยาสูบยังคงเผชิญกับภัยคุกคามจากผลิตภัณฑ์ยาสูบผิดกฎหมายและผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่นๆ แม้ว่าการขายบุหรี่ไฟฟ้าจะถูกจำกัดให้จำหน่ายเฉพาะในร้านขายยาทั่วไป แต่รัฐบาลมลรัฐและรัฐบาลกลางยังคงเร่งดำเนินการเพื่อลดอัตราการสูบบุหรี่ ดังนั้น การเพิ่มภาษีสรรพสามิต กฎระเบียบและข้อจำกัดเพิ่มเติมจึงมีแนวโน้มที่จะเข้มงวดมากขึ้น คาดว่า ผลกำไรของภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมจะลดลงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2572-2573 และภาคธุรกิจจะปรับใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อลดต้นทุนด้านแรงงาน ในการรับมือกับผลกำไรที่ลดลงนำไปสู่การจ้างงานที่ลดลง
1.2 การผลิตในประเทศ
การผลิตบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบภายในประเทศได้ยุติลงในปี 2558-2559 เนื่องจากอุตสาหกรรมผลิตยาสูบในออสเตรเลียเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีกฎหมายควบคุมที่เข้มงวด ทำให้ผู้ผลิตและผู้ค้าส่งนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบจากโรงงานของตนในต่างประเทศหรือจากผู้ผลิตรายอื่น สินค้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบที่จำหน่ายในออสเตรเลียจึงเป็นสินค้านำเข้าทั้งหมดปี 2568 บุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบร้อยละ 94 ที่จำหน่ายในออสเตรเลียนำเข้าจากเอเชีย (อินโดนีเซีย ไต้หวันและจีน)
ตลาดบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบในออสเตรเลียมีบริษัทผู้ผลิตบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบต่างชาติ 3 รายครองตลาดและเป็นผู้นำเข้า/ค้าส่งรายใหญ่ในออสเตรเลียและมีบริษัท Richland Express และ Patron Group เป็นผู้นำเข้ารายย่อย คือ
บริษัท British American Tobacco South East Asia จดทะเบียนธุรกิจในนามบริษัท BAT South Pty Ltd เป็นบริษัทต่างชาติโดยมีบริษัท British American Tobacco plc (BAT) เป็นบริษัทแม่ (อังกฤษ) เข้ามาทำตลาดในออสเตรเลียในปี 2532 มีสำนักงานตั้งอยู่ในนครซิดนีย์ รัฐ New South Wales (NSW) บริษัทฯซื้อโรงงานผลิตในประเทศและยุติการผลิตในออสเตรเลียปี 2558 ปัจจุบันเป็นผู้ผลิต นำเข้าและจำหน่ายส่งสินค้าบุหรี่ Cigars และผลิตภัณฑ์ยาสูบให้แก่ผู้ค้าปลีกรายย่อย (Downstream retailers) BAT มีโรงงานผลิตบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ 4 แห่งตั้งอยู่ในหมู่เกาะต่างๆ เช่น ปาปัวนิวกินี ฟิจิ เกาะ Solomon และ Western Samoa ปี 2568 มีมูลค่าตลาด 602.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ครองสัดส่วนตลาดสูงสุดร้อยละ 41.3 และเป็นผู้นำตลาดบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบที่นำเข้ามาจากสิงคโปร์และมาเลเซีย มียอดจำหน่ายบุหรี่สูงสุดในออสเตรเลียจากการจำหน่ายบุหรี่แบรนด์ยอดนิยม ได้แก่ Winfield, Benson & Hedges, Dunhill และ Rothman และเริ่มทำตลาดบุหรี่ระดับกลาง (Holiday และ Pall Mall)
เดือนธันวาคม 2564 บริษัท Scandinavian Tobacco Group (ผู้นำตลาดสินค้าซิการ์แบรนด์ Henri Wintermans และซิการ์ขนาดเล็กแบรนด์ Café Crème) ปิดสำนักงานขายในตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เดือนเมษายน ปี 2565 บริษัทฯ ควบรวมกิจการกับ BAT สินค้าและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจึงถูกนำเข้าและจำหน่ายโดย BAT ทั้งหมด
บริษัท Imperial Tobacco Australia (ITA) เป็นบริษัทผู้ผลิตและค้าส่งบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบจากประเทศอังกฤษ เข้ามาทำตลาดในออสเตรเลียในปี 2542 มีสำนักงานตั้งอยู่ในนครซิดนีย์ รัฐ NSW ปี 2568 มีสัดส่วนตลาดร้อยละ 25.4 เน้นทำตลาดบุหรี่ระดับกลางและราคาประหยัด ภายใต้แบรนด์ Lambert & Parker, Peter Stuyvesant, Drum, Champion, Escort, Horizon, Parker & Simpson, John Player Special และ JPS เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และบริษัทฯยังครองตลาดบุหรี่ประเภท RYO
บริษัท Philip Morris (Australia) Ltd (PMI) ปี 2567 มีสัดส่วนตลาดร้อยละ 21.4 จำหน่ายบุหรี่รวมทั้งสิ้น 1,024 ล้านมวน จำหน่ายบุหรี่แบรนด์ Marlboro, Longbeach และแบรนด์ระดับกลาง คือ L&M, Lark, Merit, Philip Morris, Bond Street, Peter Jackson และ Choice และยังเป็นแกนนำเรียกร้องให้มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบไร้ควันประเภท Heated Tobacco เพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์อย่างถูกกฎหมาย
2. การบริโภคในประเทศ
รายงานโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย ระบุว่า อัตราการสูบบุหรี่ในออสเตรเลียลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนผู้สูบบุหรี่ประจำทุกวันลดลงร้อยละ 7.5 โดยมีปัจจัยหลายประการ เช่น การรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่เพื่อลดความน่าดึงดูดใจของผลิตภัณฑ์ยาสูบ และความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อสุขภาพกับการสูบบุหรี่ที่เพิ่มมากขึ้น ความกดดันด้านค่าครองชีพสูงในปัจจุบันและภาษีสรรพสามิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้จำกัดความสามารถในการเข้าถึงและความต้องการสูบบุหรี่ในออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยังพบว่า ชาวออสเตรเลียอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไปร้อยละ 65 เป็นผู้ไม่เคยสูบบุหรี่ สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ไม่เห็นความสำคัญของการสูบบุหรี่
ปัจจุบันจำนวนผู้สูบบุหรี่ออสเตรเลียที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่สูบบุหรี่ทั้งแบบ Factory-Made Cigarettes (FMC) บุหรี่มวนเอง Roll Your Own (RYO) หรือบุหรี่ไฟฟ้ามีประมาณ 3.7 ล้านคน เป็นกลุ่มผู้สูบบุหรี่แบบ FMC จำนวน 1.79 ล้านคน เนื่องจากกลุ่มเยาวชนหันมาสูบบุหรี่ FMC มากขึ้นหลังจากรัฐบาลกำหนดให้การนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า (มีและไม่มีสารนิโคติน) ชนิดใช้แล้วทิ้งมายังออสเตรเลียเพื่อใช้ส่วนบุคคลถือว่าผิดกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ทำให้จำนวนผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 1.61 ล้านคน
ข้อมูลโดย Roy Morgan Institute ระบุว่า ปี 2568 ชาวออสเตรเลียอายุระหว่าง 18-24 ปีร้อยละ 28 สูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยเป็นผู้สูบบุหรี่ (FMC) ร้อยละ 11.1 (ประมาณ 280,000 คน) ผู้สูบบุหรี่มวนเอง RYO ร้อยละ 7.6 (ประมาณ 190,000 คน) ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าร้อยละ 20.5 (ประมาณ 500,000 คน) และอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ผิดกฎหมายอยู่ที่ร้อยละ 9.1 อีกทั้ง ข้อมูลโดย OECD ระบุว่า ราคาจำหน่ายปลีกบุหรี่ออสเตรเลียสูงเป็นอันดับ 2 รองจากนิวซีแลนด์ การนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ของออสเตรเลียเริ่มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ทำให้ผู้สูบบุหรี่หันไปพึ่งพาบุหรี่ชนิดมวนกระดาษ หรือบุหรี่ลักลอบแบบผิดกฎหมายมากขึ้น

ผู้บริโภคคำนึงถึงราคามากกว่าการให้ความสำคัญกับแบรนด์สินค้า มีผลให้บุหรี่ราคาประหยัดและบุหรี่แบบ Roll-Your-Own (RYO) ได้รับความนิยมมาก ผู้ผลิตบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบรายใหญ่ในออสเตรเลียจึงเน้นการผลิตบุหรี่ระดับกลางและระดับล่างที่มีราคาประหยัด การปรับลดจำนวนและการพัฒนารสชาติ (ออสเตรเลียไม่อนุญาตให้จำหน่ายรสผลไม้ต่างๆ ยกเว้นรสมิ้นท์ สมุนไพรกานพลู และการบูรเท่านั้น) เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้สูบบุหรี่
พฤติกรรมการสูบบุหรี่ของชาวออสเตรเลียเปลี่ยนไป ผู้สูบบุหรี่ระดับพรีเมี่ยมที่เคยนิยมสูบบุหรี่แบรนด์ Benson & Hedges, Peter Stuyvesant และ Marlboro เปลี่ยนมาซื้อบุหรี่ประเภท Mid-priced ที่มีขนาดซองบรรจุเล็กลง เช่น แบรนด์ JPS, Horizon, Bond Street, Parker and Simpson, Lambert and Butlerและ Choice and Holiday มากขึ้น และเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบทางเลือกอื่นๆ เช่น บุหรี่ RYO และซิการ์ขนาดเล็ก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสินค้าบุหรี่ในออสเตรเลียเป็นสินค้าที่มีราคาสูงที่สุดสินค้าหนึ่ง เนื่องจากภาครัฐ ตั้งเป้าว่าการเพิ่มขึ้นของภาษีบุหรี่และการเพิ่มพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่นๆ จะทำให้ผู้สูบบุหรี่ลดปริมาณการสูบบุหรี่ลงและเพิ่มจำนวนผู้เลิกสูบบุหรี่มากขึ้น
ราคาจำหน่าย
การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตของออสเตรเลียร้อยละ 12.5 ต่อปีเป็นระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ปี 2560 ไปจนถึง 1 กันยายน 2563 และภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2566 ถึง 2568 ทำให้ตั้งแต่ 1 กันยายน 2568 อัตราภาษีบุหรี่เพิ่มเป็น 1.49 เหรียญออสเตรเลียต่อมวน (ประมาณ 31 บาทต่อมวน) การขึ้นราคาทำให้ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูบบุหรี่ทุกวันไม่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้กลุ่มผู้สูบบุหรี่ดังกล่าวประมาณร้อยละ 24 หันไปพึ่งตลาดมืดมากขึ้น
ราคาจำหน่ายปลีก
ยี่ห้อ | ขนาด (มวน) | ราคา (เหรียญออสเตรเลีย/ซอง) |
|---|---|---|
Benson & Hedges New | 20 | 68.95 |
Marlboro NEW | 20 | 67.95 |
Dunhill Original | 20 | 60.95 |
Benson & Hedges | 20 | 59.99 |
Peter Jackson NEW | 20 | 57.95 |
Peter Stuyvesant NEW | 20 | 55.95 |
Longbeach NEW | 20 | 53.95 |
Horizon NEW | 20 | 51.95 |
Bond Street Classic | 20 | 51.95 |
Longbeach Classic | 20 | 50.95 |
JPS NEW | 20 | 50.95 |
JPS Classic NEW | 20 | 48.95 |
Holiday NEW | 20 | 46.95 |
JPS Evolve NEW | 20 | 46.95 |
Rothmans Regular | 20 | 45.99 |
Parker & Simpson NEW | 20 | 45.95 |
Winfield Original | 20 | 45.95 |
Lambert & Butler NEW | 20 | 44.95 |
Chesterfield NEW | 20 | 44.95 |
P&S Classic NEW | 20 | 44.95 |
Pall Mall | 20 | 44.95 |
Winfield Signature | 20 | 42.99 |
Paliament Original, Regular, Virginia | 20 | 42.95 |
Chesterfield Classic New | 20 | 42.95 |
Classic New | 20 | 41.95 |
Holiday | 20 | 41.50 |
Albany New | 20 | 40.95 |
Winston Original, Regular | 20 | 39.50 |
Camel | 20 | 37.50 |
Harmony By Choice | 20 | 36.99 |
ร้านจำหน่ายบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบส่วนใหญ่อยู่ในรัฐ New South Wales และรัฐ Victoria การจำหน่ายบุหรี่ร้อยละ 45.4 จำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้าน Grocery มากที่สุด รองลงมาคือ ร้านจำหน่ายบุหรี่โดยเฉพาะร้อยละ 25 (มีบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบหลากหลายให้เลือก) และร้านสะดวกซื้อร้อยละ 12.9 ปั้มน้ำมันร้อยละ 7.6 ร้านค้าปลีกอื่นๆในท้องถิ่นร้อยละ 9.1 (อาทิ ร้าน Newsagent และการจำหน่ายในรูปแบบ Non-store Retailing เช่น เครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ ร้านค้าออนไลน์ โรงแรม ร้านอาหารและบาร์)
ในออสเตรเลียการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในร้านค้าปลีกทั่วไปไม่ได้ถูกจำหน่ายเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อคลายเครียดหรือสันทนาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ได้มีเป้าหมายในการจำหน่ายให้แก่กลุ่มเยาวชน ในทางกลับกันการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าตามกฎหมายถูกจัดเป็นผลิตภัณฑ์บำบัดเพื่อช่วยให้ผู้ติดบุหรี่สามารถเลิกบุหรี่ได้ในระยะยาว แต่ผลสำรวจบุหรี่ไฟฟ้าที่จำหน่ายในตลาดพบว่าบุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ประกอบด้วยสารนิโคตินและได้กลายเป็นสินค้าที่นิยมมากในกลุ่มเยาวชนออสเตรเลีย ทำให้อัตราการเสพติดบุหรี่ในกลุ่มเยาวชนออสเตรเลียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 การจำหน่ายผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมดจะต้องจำหน่ายในร้านขายยาเท่านั้น การจำหน่ายผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าในร้านค้าอื่นๆ ทั้งหมด เช่น ร้านขายบุหรี่ ร้านสะดวกซื้อ และผู้ค้าปลีกออนไลน์ถูกห้ามจำหน่ายตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สินค้าที่จำหน่ายในร้านขายยา ผลิตภัณฑ์ต้องเก็บไว้หลังเคาน์เตอร์ ต้องตรวจสอบบัตรประจำตัวของลูกค้า และบรรจุภัณฑ์สินค้าต้องสอดคล้องกับกฎระเบียบเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์และคำเตือนด้านสุขภาพ บุหรี่ไฟฟ้าทุกชิ้นต้องปรากฏในรายการบุหรี่ไฟฟ้าที่แจ้งของ Therapeutic Goods Administration ด้วย
การนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ
ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2562 รัฐบาลออสเตรเลียได้เปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยกำหนดให้สินค้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบส่วนใหญ่เป็นสินค้าห้ามนำเข้า การนำเข้าสินค้าดังกล่าวจะต้องขอใบอนุญาตที่ออกโดย Australian Border Force (ABF) ทั้งนี้ การนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบต้องผ่านทางเรือหรือเที่ยวบินพาณิชย์เท่านั้น สำหรับการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาที่ใช้กับบุหรี่ไฟฟ้าต้องขออนุญาตจาก TGA
การนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบในออสเตรเลียสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
การนำเข้าเพื่อการค้า
ผู้นำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ เช่น บุหรี่ ยาสูบแบบ Shisha/Molasses ใบยาสูบชนิดที่ใช้สูบผ่านกล้องที่เรียกว่า ไปป์ หรือบุหรี่แบบมวนเอง (RYO) ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าจาก ABF ก่อนสินค้ามาถึง
(2) การนำเข้าเพื่อใช้บริโภคส่วนบุคคล
การนำเข้าบุหรี่มากับผู้โดยสารระหว่างประเทศ
ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2560 เป็นต้นไป การนำเข้าบุหรี่มากับผู้โดยสารระหว่างประเทศ (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ไม่ต้องมีใบอนุญาตและสามารถนำเข้าบุหรี่แบบปิดผนึกได้ 1 ซอง (ที่มีขนาดน้ำหนักบรรจุไม่เกิน 25 กรัม) หรือนำเข้าบุหรี่แบบมวนได้ไม่เกิน 25 มวนต่อคน โดยไม่ต้องเสียภาษี แต่ต้องสำแดงสินค้าตามพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
ในกรณีที่นำเข้าบุหรี่เกินปริมาณโควต้าสินค้าปลอดภาษีข้างต้น ผู้นำเข้าต้องสำแดงสินค้าและชำระภาษีโดยคำนวณในอัตราปริมาณสินค้าที่นำเข้ามาทั้งหมด (ไม่ได้คำนวณภาษีจากปริมาณสินค้าที่เกินจากโควต้าปลอดภาษี) และต้องมีใบอนุญาตนำเข้า หากไม่สำแดงสินค้าและถูกจับได้จะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายหรือยกเลิกวีซ่า
ผ่านช่องทางออนไลน์
ออสเตรเลียอนุญาตให้สั่งซื้อสินค้าประเภทซิการ์ ยาสูบแบบเคี้ยวและยานัตถุ์ที่ต้องใช้กับช่องปากที่มีน้ำหนักไม่เกิน 1.5 กิโลกรัมได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต (หากมีน้ำหนักเกิน 1.5 กิโลกรัมต้องขออนุญาตจาก Australian Competition and Consumer Commission) แต่สินค้าต้องถูกส่งมาทางเรือหรือเที่ยวบินพาณิชย์เท่านั้น เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาได้
การนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ออสเตรเลียห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง เว้นแต่ผู้นำเข้าจะถือใบอนุญาตและใบอนุมัติที่ออกโดยสำนักงานควบคุมยาเสพติด (ODC) ภายใต้กฎระเบียบ PI
ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 การนำเข้าสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าอื่นๆ รวมถึงอุปกรณ์ อุปกรณ์เสริม และสารต่างๆ จะต้องมีใบอนุญาตและใบอนุมัติที่ออกโดย ODC
บริษัทหรือธุรกิจเฉพาะเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้รับใบอนุญาตและใบอนุมัติการนำเข้าสำหรับสินค้าบุหรี่ไฟฟ้า
โดยบริษัทหรือธุรกิจต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์เพื่อขอรับใบอนุญาตหรือใบอนุมัติในการนำเข้าสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในออสเตรเลีย และจำเป็นต้องมีใบอนุมัติในการนำเข้าสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าแต่ละประเภท
ก่อนที่จะมีการออกใบอนุมัติการนำเข้าภายใต้ใบอนุญาตนำเข้าสินค้าบุหรี่ไฟฟ้า สินค้าบุหรี่ไฟฟ้าต้องลงทะเบียนใน Australian Register of Therapeutic Goods (ARTG) หรือต้องมีการแจ้งให้ Therapeutic Goods Administration (TGA) ทราบภายใต้ข้อกำหนด Therapeutic Goods Act 1989
สถิติการค้า
6.1 การนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ
ออสเตรเลียนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบลดลงอย่างต่อเนื่อง ปี 2567 มีมูลค่าการนำเข้า 393.9 ล้านเหรียญสหรัฐลดลงร้อยละ 15.36 สินค้าส่วนใหญ่นำเข้าจากอินโดนีเซียมากที่สุด รองลงมาคือ ไต้หวัน สวีเดน เนเธอร์แลนด์และเดนมาร์ก ตามลำดับ และไม่มีสถิติการนำเข้าบุหรี่จากไทยมาตั้งแต่ปี 2566 รายละเอียดแสดงในตารางที่ 1
ตารางที่ 1 แหล่งนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ 5 อันดับแรกของออสเตรเลียช่วงปี 2565-2567
ประเทศ | มูลค่านำเข้าช่วงปี 2565-2567 (ล้านเหรียญสหรัฐ) | สัดส่วน (%) | เปลี่ยนแปลง (%) | ||||
ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | 67/66 | |
1.อินโดนีเซีย | 132.04 | 132.3 | 118.4 | 24.50 | 28.43 | 30.07 | -10.49 |
2.ไต้หวัน | 157.5 | 129.9 | 98.16 | 29.23 | 27.93 | 24.92 | -24.49 |
3.สวีเดน | 40.2 | 38.25 | 59.30 | 7.46 | 8.22 | 15.05 | 55.04 |
4.เนเธอร์แลนด์ | 86.6 | 69.2 | 46.0 | 16.07 | 14.86 | 11.68 | -33.50 |
5.เดนมาร์ก | 8.5 | 8.9 | 10.0 | 1.58 | 1.90 | 2.54 | 13.08 |
การนำเข้าจากทั่วโลก | 538.9 | 465.4 | 393.9 | 100 | 100 | 100 | -15.36 |
ที่มา: Global Trade Atlas
ตารางที่ 2 แหล่งนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบของออสเตรเลียช่วงเดือน ม.ค. –ต.ค.ปี 2568
ประเทศ | มูลค่า (ล้าน US$) | เปลี่ยนแปลง +/- (%) | สัดส่วนตลาด (%) |
1. ไต้หวัน | 1115.03 | 19.47 | 31.55 |
2. อินโดนีเซีย | 88.65 | -20.91 | 24.31 |
3. เนเธอร์แลนด์ | 74.14 | 64.15 | 20.33 |
4. สวีเดน | 39.96 | -12.24 | 10.96 |
5. เดนมาร์ก | 10.36 | 13.53 | 2.84 |
การนำเข้ารวม | 364.62 | 1.10 | 100 |
ที่มา: Global Trade Atlas
ตารางที่ 3 การนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบของออสเตรเลียช่วงเดือน ม.ค. –ต.ค.ปี 2568
พิกัด | คำอธิบาย | ม.ค-ต.ค. (ล้านเหรียญสหรัฐ) | สัดส่วน (%) | เปลียนแปลง | ||||
2566 | 2567 | 2568 | 2566 | 2567 | 2568 | |||
24 | ยาสูบและผลิตภัณฑ์ที่ใช้แทนยาสูบ | 402.80 | 360.65 | 364.62 | 100.00 | 100.00 | 100.00 | 1.10 |
2402 | ซิการ์, Cheroots, Cigarillos และบุหรี่ | 274.13 | 221.26 | 208.45 | 68.05 | 61.35 | 57.17 | -5.79 |
2403 | ผลิตภัณฑ์ยาสูบและผลิตภัณฑ์ที่ใช้แทนยาสูบอื่นๆ รวมทั้งสิ่งสกัดและหัวเชื้อที่ได้จากยาสูบ | 73.52 | 58.50 | 80.47 | 18.25 | 16.22 | 22.07 | 37.56 |
2404 | ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของยาสูบ ยาสูบสังเคราะห์, นิโคตินหรือสารทดแทนนิโคติน สำหรับการสูบดมโดยไม่เกิดการเผาไหม้ (บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้ความร้อน) | 55.18 | 80.90 | 75.71 | 13.70 | 22.43 | 20.76 | -6.42 |
ที่มา: Global Trade Atlas
ช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2568 ออสเตรเลียนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบมีมูลค่า 364.62 ล้านเหรียญสหรัฐ (11.67 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.10 สินค้าส่วนใหญ่นำเข้าจากไต้หวันในเชิงมูลค่าและนำเข้าจากอินโดนีเซียมากที่สุดในเชิงปริมาณ มูลค่าการนำเข้าที่ลดลงเป็นการลดลงของการนำเข้าบุหรี่ ซิการ์ Cheroots Cigarillos และผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยยาสูบ นิโคตินหรือสารทดแทนยาสูบ/นิโคติน เพื่อใช้สูดดมโดยไม่เผาไหม้ ซึ่งมีสัดส่วนการนำเข้ารวมกันมากกว่าร้อยละ 77 ของการนำเข้าทั้งหมด แต่การนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้แทนยาสูบอื่นๆ (ยาเส้นและยาสูบชนิด Water Pipe) เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.56 ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่นำเข้าจาก เนเธอร์แลนด์ และ อินโดนีเซีย มีสัดส่วนการนำเข้ารวมกันมากกว่าร้อยละ 98
6.2 ภาษีนำเข้า
การนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษีศุลกากรภายใต้กฎหมาย Custom Tariff Act 1995 ภาษีสรรพสามิตและภาษีสินค้าและบริการ (GST) โดยเจ้าหน้าที่จะคำนวณและแจ้งให้ผู้นำเข้าทราบ ณ ด่านศุลกากรเพื่อชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนสินค้าจะถูกตรวจปล่อย
สำหรับการนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบจากไทยภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี Thailand Australia Free Trade Agreement (TAFTA) ไม่ต้องชำระภาษีนำเข้าแต่ผู้นำเข้ายังต้องชำระภาษีสรรพสามิตและภาษีสินค้าและบริการ (GST) ร้อยละ 10 และค่าธรรมเนียมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
7.กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่
ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่ออกกฏหมายปราบปรามการสูบบุหรี่ในปี 2555 รัฐบาลออสเตรเลียบังคับใช้กฎหมายบุหรี่ซองเรียบ (Tobacco Plain Packaging Act 2011 เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2555) ทำให้ในปี 2559 ประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสมีนโยบายบังคับใช้กฎหมายบุหรี่ซองเรียบในสินค้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบเช่นเดียวกัน เพื่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชน เนื่องจากเป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคร้าย (โรคมะเร็งในปอด โรคปอดอุดตันเรื้อรัง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองผิดปกติ) ที่ทำให้ชาวออสเตรเลียเสียชีวิตเฉลี่ย 15,000 รายต่อปี นอกจากนี้ ได้มีองค์กรและกลุ่มผู้ต่อต้านการสูบบุหรี่ในออสเตรเลียหลายหน่วยงาน เช่น Cancer Institute NSW, Quit Victoria, Asthma Australia, The Cancer Council Australia, National Heart Foundation ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่มากที่สุด และโครงการต่อต้านการสูบบุหรี่ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
ปี 2567 เพื่อป้องกันการเสพติดในกลุ่มเยาวชนออสเตรเลียรัฐบาลจึงห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 และตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ห้ามจำหน่ายน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีรสชาติทุกชนิด รวมถึงรสผลไม้ เมนทอล และรสอื่นๆ นอกจากนี้ ลูกอมก็จะถูกห้ามจำหน่ายภายใต้พระราชบัญญัติสาธารณสุข (ยาสูบและผลิตภัณฑ์อื่นๆ) พ.ศ. 2566 อนุญาตให้จำหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อการบำบัดรักษาเท่านั้น และต้องจำหน่ายในร้านขายยาที่มีใบสั่งยา บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อสันทนาการจะไม่มีวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อหรือตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติอีกต่อไป บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อการบำบัดต้องมีบรรจุภัณฑ์ที่เรียบง่ายและมีคำเตือนด้านสุขภาพที่ชัดเจน รวมถึงห้ามโฆษณาและทำกิจกรรมส่งเสริมการขายใดๆ และห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าประเภท Reusable ที่ไม่ได้ใช้เพื่อการบำบัดทางการแพทย์และผู้นำเข้าต้องยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าจาก Office of Drug Control (ODC) ทำให้ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อเลิกบุหรี่มากกว่าสินค้าอุปโภคบริโภค และผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจจึงหายไปจากตลาด
ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ความสามารถในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์บุหรี่และยาสูบของผู้สูบบุหรี่จะถูกจำกัด การเปลี่ยนแปลงหลายประการเกี่ยวกับการขายยาสูบซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วย การห้ามบุหรี่ที่มีรสชาติต่างๆ หรือรสเมนทอล การตัดชื่อต่างๆออกจากซองบุหรี่ เช่น "smooth" และ "Gold" บุหรี่ซองมาตรฐานจำกัดไม่เกิน 20 มวน ตลอดจนการกำหนดรูปทรงและขนาดรวมถึงข้อมูลสุขภาพใหม่ให้สอดคล้องกัน
บุหรี่ซิกาแรตและผลิตภัณฑ์ยาสูบที่จำหน่ายในออสเตรเลียต้องเป็นไปตามกฎหมายควบคุมบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ ดังนี้
7.1 กฎหมายบุหรี่ซองเรียบ (Tobacco Plain Packaging Act 2011)
กำหนดให้บุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบทั้งหมดที่จำหน่ายในออสเตรเลียต้องมีบรรจุภัณฑ์และสีที่กำหนด ไม่แสดง Logo หรือตราสินค้าหรือข้อความโปรโมทสินค้า ต้องมีข้อความคำเตือนและรูปภาพกราฟิกเพื่อเตือนภัยสุขภาพอย่างน้อยร้อยละ 75 ของพื้นที่ซองด้านหน้าและร้อยละ 90 ของของพื้นที่ซองด้านหลัง ซึ่งระบุไว้ในข้อกำหนด Competition and Consumer (Tobacco) Information Standard 2011 หากฝ่าฝืนจะถูกปรับหรือมีความผิดทางกฎหมาย
7.2 Excise Tariff Act 1921
กฎหมาย Excise Tariff Act 1921 เป็นกฎหมายที่กำหนดในการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในสินค้า 3 กลุ่มคือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ และน้ำมันเชื้อเพลิง
ภายใต้กฎหมาย The Excise Tariff Act 1921 อัตราภาษีสรรพสามิตของบุหรี่ซิกาแรตและผลิตภัณฑ์ยาสูบจะปรับเพิ่มขึ้นทุกปีในช่วงเดือนมีนาคมและกันยายน คำนวณจากรายได้เฉลี่ยต่อสัปดาห์ในช่วงเวลาทำงานปกติ Average Weekly Ordinary Time Earnings (AWOTE) สำหรับอัตราภาษีตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไปตามดัชนี AWOTE คือ 1.017 นอกจากการปรับตามดัชนี AWOTE แล้ว ภาษีสรรพสามิตต่อกิโลกรัมและอากรศุลกากรที่เทียบเท่า (เช่น ยาสูบมวนเอง) จะถูกปรับให้สอดคล้องกับอัตราภาษีต่อซองโดยจะค่อยๆ ลดลงจาก 0.7 กรัมเหลือ 0.6 กรัม การลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กันยายนของทุกปี เริ่มตั้งแต่ปี 2566 น้ำหนักใหม่จะถูกบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ซึ่งจะส่งผลให้ภาษีต่อกิโลกรัมเพิ่มขึ้น
อัตราภาษีสรรพสามิต
ลำดับ | รายละเอียด | หน่วย | อัตราภาษีจาก 1 มี.ค. 2568-31 ส.ค. 2568 | อัตราภาษีตั้งแต่ 1 ก.ย. 2568 (เหรียญออสเตรเลีย) |
5.1 | In stick from not exceeding in weight 0.8 grams per stick actual tobacco content | $ per stick | 1.40312 | 1.49832 |
5.5 | Either:
| $ per kg of tobacco content | 2,158.65 | 2,397.31 |
5.8 | Blended tobacco goods | n/a | The amount of duty worked out under section 6AAC | The amount of duty worked out under section 6AAC |
*ออสเตรลียไม่อนุญาตให้นำเข้ายานัตถ์ในเชิงพาณิชย์
นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น Tobacco Advertising Prohibition Act 1992 ซึ่งเป็นการห้ามโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์บุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบผ่านสื่อในทุกรูปแบบและห้ามโชว์สินค้า ณ จุดจำหน่ายสินค้า เพื่อลดแรงจูงใจในการซื้อสินค้า รวมไปถึงกฎหมายควบคุมในแต่ละรัฐในการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ (Smoke-free Laws) ทั้งภายในอาคารและนอกอาคาร เพื่อปกป้องสุขภาพของสาธารณชนที่อาจได้รับผลกระทบในรูปแบบของ Second-hand smoke
ข้อคิดเห็นของสคต.
ที่ผ่านมาเงื่อนไขการเข้ามาทำตลาดบุหรี่ยาสูบในออสเตรเลียค่อนข้างยุ่งยาก และการปฏิรูปกฎหมายนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้งสำหรับใช้ส่วนบุคคลยิ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการปิดกั้นการทำตลาดบุหรี่ ยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าในออสเตรเลียโดยสิ้นเชิง อีกทั้ง การนำเข้าบุหรี่และผลิตภัณฑ์จากไทยมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 0.13 ในช่วงปี 2555 สัดส่วนการนำเข้าจากไทยลดลงต่อเนื่องและในปี 2566 การนำเข้าจากไทยมีมูลค่า 1,650 เหรียญสหรัฐฯ
………………………………………………………………..
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์
ที่มา :
แหล่งที่มา:
Euromoniter / IBISWorld
www.aihw.gov.au
https://www.abf.gov.au/importing-exporting-and-manufacturing/prohibited-goods/categories/tobacco