
1. สถานการณ์ภาพรวมความรุนแรงของการปะทะในยูเออี
การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ต่ออิหร่านนำไปสู่การตอบโต้ โดยมีการยิงขีปนาวุธและโดรนไปยังหลายเมืองสำคัญต่างๆ ในประเทศตะวันออกกลาง รวมถึงกรุงอาบูดาบี รัฐดูไบ และรัฐชาร์จาห์ โดยทางยูเออี ต้องยิงสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนหลายร้อยลูกในช่วงวันเสาร์ต่อเนื่องวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งมีบางส่วนได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สนามบินดูไบ ท่าเรือจีเบลอาลี โรงแรมในเกาะปาล์มจูไมราห์ และย่านสำคัญของเมืองส่งผลให้เกิดการปิดน่านฟ้าและความปั่นป่วนด้านการบินทั่วภูมิภาค
2. นโยบายและการตอบโต้ของยูเออี
ยูเออีประกาศปิดสถานเอกอัครราชทูตในกรุงเตหะรานและเรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับประเทศทันที พร้อมทั้งสั่งขับทูตอิหร่านออกเพื่อเป็นการประท้วงขั้นสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศยูเออี (MoFA) ได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อส่งมอบหนังสือประท้วงที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงที่สุดโดยประณามว่าเป็นการกระทำที่ "ละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรง"และเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของภูมิภาค แม้จะถูกโจมตีแต่ยูเออีคงจุดยืนเรื่องการใช้พื้นที่ตามนโยบายเดิมว่า"จะไม่ยอมให้ดินแดน น่านน้ำ หรือน่านฟ้าของยูเออีถูกใช้เป็นฐานในการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน" เพื่อพยายามควบคุมวงกว้างของสงคราม (De-escalation)
3. เหตุการณ์สำคัญ มาตรการความปลอดภัยภายในประเทศ
เที่ยวบินจำนวนมากเข้า-ออกสนามบินดูไบและอาบูดาบี ถูกเลื่อนหรือยกเลิก สายการบินนานาชาติได้เปลี่ยนเส้นทางบินเลี่ยงน่านฟ้าอ่าวอาหรับ ผู้โดยสารตกค้าง รัฐบาลท้องถิ่นประกาศรับผิดชอบดูแลค่าใช้จ่าย 100% โรงเรียนหลายแห่งปรับไปเป็นการเรียนออนไลน์ (Remote Learning) และมีการประกาศเตือนภัยความมั่นคงในระดับสูง (High Security Alert) ทั่วประเทศ ทางการยูเออีสั่งปิดตลาดหลักทรัพย์อาบูดาบี (ADX) และตลาดการเงินดูไบ (DFM) ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง (2-3 มีนาคม 2569) เพื่อป้องกันความผันผวนรุนแรงของเศรษฐกิจและประเมินสถานการณ์ความปลอดภัย
4. ผลกระทบด้านการค้าไทย-ยูเออี
4.1 แม้จะไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง แต่ถูกดึงเข้าสู่ผลกระทบของการโจมตี เนื่องจากเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาค และมีฐานทัพสหรัฐฯตั้งอยู่ในประเทศ ความไม่มั่นคงในอ่าวทำให้การค้า การบิน และการลงทุนถูกกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
4.2 ผลกระทบต่อการค้ากับไทย
(1) เส้นทางโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้า
ทางเรือ : มีความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เรือสินค้าต้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยหรือหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ใกล้อิหร่าน ส่งผลให้เวลาขนส่งยาวขึ้นและต้นทุนสูงขึ้น และท่าเรือจีเบลอาลี ซึ่งเป็นฮับหลักของสินค้าจากไทย อาจมีความล่าช้า เนื่องจากเรือบางส่วนชะลอการเข้าเทียบท่าเพราะความไม่แน่นอนด้านความปลอดภัย
ทางอากาศ : สนามบินดูไบเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของสินค้าไทย โดยเฉพาะอาหารสดและสินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว การปิดน่านฟ้าและเที่ยวบินล่าช้าจากเหตุโจมตีทำให้สินค้าจากไทยไปยูเออีและต่อไปยังยุโรป/แอฟริกาเกิดความล่าช้า สายการบินต้องปรับเส้นทางหรือเพิ่มต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งสะท้อนกลับมาที่ราคาสินค้าไทย
(2) ราคาน้ำมันและต้นทุนการผลิตในไทย
ยูเออี เป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ให้ไทย ความผันผวนของราคาน้ำมันจาก ความตึงเครียดในอ่าวทำให้ ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งในไทยเพิ่มขึ้น
อุตสาหกรรมไทยที่พึ่งพาปิโตรเคมีจากยูเออี เช่น พลาสติก บรรจุภัณฑ์ อาจได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน
(3) สินค้าไทยในตลาดยูเออี
ความไม่มั่นคงทำให้กำลังซื้อในดูไบและอาบูดาบีลดลงโดยเฉพาะสินค้าไม่จำเป็น เช่น อัญมณี เครื่องสำอาง และสินค้าไลฟ์สไตล์จากไทย
ร้านค้าปลีกและห้างในดูไบ ที่นำเข้าสินค้าไทยอาจลดคำสั่งซื้อชั่วคราวเพราะความ ไม่แน่นอนของนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค
(4) ความเชื่อมั่นของคู่ค้า
คู่ค้าจากไทยอาจชะลอการส่งออกหรือการลงทุนในยูเออี เพราะกังวลต่อความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
บริษัทไทยที่มีสำนักงานหรือคลังสินค้าในดูไบ อาจต้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยและประกันภัย ทำให้ต้นทุนดำเนินงานสูงขึ้น
5. มาตรการดูแลและอพยพคนไทย
5.1 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองอาบูดาบี ได้แจ้งเตือนสถานการณ์ เฝ้าระวัง ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด มีการเปิดสายด่วนฮอตไลน์ พร้อมเปิดลงทะเบียนคนไทยในยูเออี และผู้มีเจตจำนงเดินทางกลับไทย
5.2 มีแผนการเคลื่อนย้ายคนไทย หากสถานการณ์รุนแรง ดังนี้
(1) ทางอากาศ : กรณีเปิดน่านฟ้า ให้เดินทางจากสายการบินตามเมืองต่างๆ เช่น Emirates / Fly Dubai ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติเมืองดูไบ
(2) ทางบก : กรณีปิดน่านฟ้า เคลื่อนย้ายทางบกด้วยรถยนต์ไปยังกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย หรือพำนักชั่วคราวที่กรุงมัสกัต หากปลอดภัย โดยจะประสานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต