
เนื้อหาสาระข่าว: เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ ได้มีการเปิดตัวกลุ่มพันธมิตรใหม่ในอุตสาหกรรมกุ้งของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการรวมตัวของบรรดาผู้นำเข้าอาหารทะเล ผู้ค้าปลีก ร้านอาหาร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหลายภายในแวดวงธุรกิจและอุตสาหกรรมกุ้งในสหรัฐฯ ที่มีเจตนารมณ์ร่วมกัน รวมตัวกันเพื่อผนึกกำลังคัดค้านความพยายามในการจำกัดการนำเข้าสินค้ากุ้งจากต่างประเทศที่เข้มข้นมากขึ้น ตอบโต้ความพยายามในการจำกัดการนำเข้าสินค้ากุ้งผ่านนโยบายการค้าและมาตรการอื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนสำหรับผู้บริโภคและผู้นำเข้าเพิ่มสูงขึ้น ทั้งยังจะสร้างความท้าทายให้กับวงธุรกิจและอุตสาหกรรมอาหารทะเลของสหรัฐฯ และกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานที่ต้องพึ่งพากุ้งนำเข้าในภาพรวม โดยให้เหตุผลว่าสินค้ากุ้งนำเข้าเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพยุงราคาอาหารทะเลให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันสามารถเข้าถึงได้และให้ราคามีความเสถียร พร้อมกันนั้นก็มีส่วนช่วยสนับสนุนการจ้างงานหลายแสนตำแหน่งในสหรัฐฯ ด้วยในเวลาเดียวกัน
“U.S. Shrimp Coalition” ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงในองค์กรระดับชาติในการรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภคชาวอเมริกันให้สามารถเข้าถึงสินค้ากุ้งในราคาที่จับต้องได้ เพื่อตอบสนองต่อความพยายามอย่างต่อเนื่องในการกีดกันการนำเข้ากุ้งผ่านนโยบายและมาตรการทางการค้า ซึ่งจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของในภาคครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น สร้างความท้าทายแก่ธุรกิจอาหารทะเลในประเทศ และกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานที่ต้องพึ่งพากุ้งนำเข้า โดยกลุ่มพันธมิตรจะผลักดันนโยบายที่ช่วยรักษาเสถียรภาพราคา และโอกาสในการเข้าถึงสินค้ากุ้ง สนับสนุนธุรกิจอาหารทะเลสหรัฐฯ และปกป้องห่วงโซ่อุปทานที่ให้บริการแก่ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ
ข้อมูลจากกลุ่มพันธมิตร U.S. Shrimp Coalition ระบุว่าสินค้ากุ้ง ได้กลายมาเป็นสินค้าอาหารทะเลที่ได้รับความนิยมสูงสุดในสหรัฐฯ เนื่องจากผู้บริโภคสามารถหาซื้อกันได้ตลอดทั้งปี และในราคาที่สมเหตุสมผล โดยในปัจจุบันสินค้ากุ้งที่มีการบริโภคในสหรัฐฯกว่าเกือบ 90% มาจากการนำเข้า ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ และเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ช่วยสนับสนุนการจ้างงานของชาวอเมริกันมากกว่า 5 แสนตำแหน่ง ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าอาหารทะเล ตั้งแต่กระบวนการแปรรูป บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง การค้าปลีก ร้านอาหาร ไปจนถึงธุรกิจบริการด้านอาหารอื่น ๆ
คุณ Josh Zive Executive Director ของพันธมิตร U.S. Shrimp Coalition กล่าวว่า สินค้ากุ้งถือเป็นอาหารหลักบนโต๊ะอาหารของผู้คนทั่วสหรัฐฯ เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการ หาซื้อได้ง่าย และมีราคาที่จับต้องได้สำหรับชาวอเมริกันทั่วไป อีกทั้งธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า การจัดจำหน่าย การจัดเก็บ และการปรุงอาหารจากกุ้ง ยังช่วยสนับสนุนการจ้างงานหลายแสนตำแหน่ง อีกทั้งยังช่วยให้ครอบครัว สามารถเพลิดเพลินกับอาหารทะเลที่เป็นที่ชื่นชอบที่สุดของชาวอเมริกันได้ตลอดทั้งปี และกลุ่มพันธมิตรนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยทำให้มั่นใจว่าบรรดาผู้กำหนดนโยบายเข้าใจว่า ในการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้ากุ้งนำเข้านั้นไม่ใช่มีแค่ประเด็นเรื่องการค้าเท่านั้นที่ควรคำนึงถึง แต่ยังเป็นเรื่องของราคาที่ผู้บริโภคจ่ายไหว เรื่องการจ้างงาน และความเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของระบบอาหารในสหรัฐฯ
ทั้งนี้ กลุ่มพันธมิตร U.S. Shrimp Coalition ได้ระบุว่า เป้าหมายเชิงนโยบายของกลุ่มประกอบไปด้วย การรักษาการเข้าถึงสินค้ากุ้งในราคาที่จับต้องได้ตลอดทั้งปี การปกป้องการจ้างงานที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานสินค้ากุ้งนำเข้า การส่งเสริมเป้าหมายด้านโภชนาการและสาธารณสุข และการยอมรับบทบาทที่เกื้อหนุนกันระหว่างสินค้ากุ้งนำเข้าและสินค้ากุ้งธรรมชาติที่จับได้ในประเทศ เนื่องจากทางกลุ่มพันธมิตรตระหนักดีว่า สินค้ากุ้งนำเข้าและกุ้งธรรมชาติที่จับได้ในประเทศนั้นไม่สามารถทดแทนกันได้โดยตรง และสินค้ากุ้งที่จับได้ในประเทศมีปริมาณจำกัดซึ่งขึ้นอยู่กับฤดูกาล ในขณะที่สินค้ากุ้งนำเข้าสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยปริมาณที่สม่ำเสมอ และมีจำหน่ายตลอดทั้งปี
ทางคุณ Lisa Wallenda Picard ประธานและ CEO ของสถาบันการประมงแห่งชาติ (National Fisheries Institute) ในฐานะหนึ่งในผู้สนับสนุนการก่อตั้งกลุ่มพันธมิตร U.S. Shrimp Coalition ได้กล่าวว่า สินค้ากุ้งที่นำเข้าจากทั่วโลก และกุ้งที่จับได้ในประเทศต่างมีบทบาทเกื้อหนุนกันในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค จากการที่สินค้าอาหารทะเลที่นำเข้าจากต่างประเทศช่วยให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบที่หาซื้อได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในสหรัฐฯ ทั้งในส่วนของการแปรรูป การจัดจำหน่าย ร้านอาหาร และร้านค้าปลีก รวมถึงแรงงานชาวอเมริกันกว่า 500,000 คนที่ทำงานในธุรกิจเหล่านี้
ทางด้านสมาพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติ (National Retail Federation) โดยคุณ David French รองประธานบริหารฝ่ายความสัมพันธ์ภาครัฐ ซึ่งก็ได้เข้าร่วมกลุ่มพันธมิตร U.S. Shrimp Coalition เช่นกัน ได้ให้ความเห็นว่า มาตรการการเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้า ตลอดจนมาตรการกีดกันการนำเข้าสินค้าทั้งหลาย ในท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันต้องแบกรับภาระราคาสินค้าที่สูงขึ้น จุดยืนของบรรดาผู้ค้าปลีกนั้นจะสนับสนุนนโยบายที่ช่วยพยุงให้ราคาสินค้ากุ้งอยู่ในระดับที่จับต้องได้ รักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการทำให้แน่ใจว่าผู้บริโภคภาคครัวเรือนจะยังคงเข้าถึงสินค้าอาหารทะเลได้ในราคาย่อมเยาต่อไป
อนึ่ง การก่อตั้งกลุ่มพันธมิตร U.S. Shrimp Coalition เกิดขึ้นท่ามกลางข้อถกเถียงที่เข้มข้นในประเด็นสินค้ากุ้งนำเข้าที่ยังคงดำเนินอยู่ในแวดวงธุรกิจและอุตสาหกรรมสินค้ากุ้งและอาหารทะเลของสหรัฐฯ กล่าวคือ ในฝ่ายชาวประมง ผู้ผลิต และผู้มีส่วนได้เสียในธุรกิจและอุตสาหกรรมสินค้ากุ้งในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่อ่าวเม็กซิโกและมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ ได้มีจุดยืนต่อต้านและโต้แย้งมาเป็นเวลาหลายปีว่าสินค้ากุ้งนำเข้าจากต่างประเทศที่มีต้นทุนราคาถูกกว่านั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาขายสินค้ากุ้งท้องถิ่นที่ขายหน้าท่าเรือต่ำลง และสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างหนักต่อชาวประมงในสหรัฐฯในพื้นที่ดังกล่าว เป็นที่มาของการที่ฝ่ายผู้มีส่วนได้เสียสินค้ากุ้งในประเทศยังคงเรียกร้องอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นในหลายระดับ ให้มีการบังคับใช้กฎหมายการค้าที่เข้มงวดขึ้น ตลอดจนมาตรการอื่น ๆ เพื่อสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียมในตลาดสินค้ากุ้งของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มพันธมิตร U.S. Shrimp Coalition โต้แย้งว่าสินค้ากุ้งนำเข้าและกุ้งในประเทศมีบทบาทที่แตกต่างกันในตลาด โดยสินค้ากุ้งนำเข้าช่วยทำให้ซัพพลายสินค้ามีความสม่ำเสมอ และมีจำหน่ายตลอดทั้งปี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค พร้อมทั้งสนับสนุนธุรกิจต่างๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลของสหรัฐฯ โดยมองว่าสินค้ากุ้งทั้งสองต่างเกื้อหนุนกัน ช่วยให้อาหารทะเลมีราคาที่จับต้องได้และหาซื้อได้ง่าย ซึ่งทางกลุ่มพันธมิตร U.S. Shrimp Coalition จะผลักดันนโยบายที่ช่วยรักษาช่องทางในการนำเข้าสินค้ากุ้ง ควบคู่ไปกับการสนับสนุนเศรษฐกิจด้านอาหารทะเลภาพรวมของสหรัฐฯ พร้อมทั้งร่วมเป็นอีกหนึ่งเสียงในการหารือที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับประเด็นการค้า ราคาอาหารทะเลที่เหมาะสม และอนาคตของอุตสาหกรรมกุ้งในประเทศ
ข้อคิดเห็นจากสคต.: จากการที่สคต. ณ เมืองไมอามี ได้ติดตามข้อมูลและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสินค้ากุ้งในตลาดสหรัฐฯอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ดังที่จะเห็นได้จากการรายงานข่าวประจำสัปดาห์ในหลายโอกาสนั้น การประกาศก่อตั้งกลุ่มพันธมิตร U.S. Shrimp Coalition ตามรายงานข่าวประสัปดาห์นี้ ถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้จะพบแต่ความเคลื่อนไหวของบรรดาผู้มีส่วนได้เสียในแวดวงธุรกิจและอุตสาหกรรมสินค้าอาหารกุ้ง อาหารทะเล หรือแม้แต่สินค้าอาหารกลุ่มอื่น ๆ ในทิศทางที่ไม่เห็นด้วย ไม่สนับสนุน หรือต่อต้านสินค้าอาหารนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายสินค้าที่สหรัฐฯสามารถผลิตได้เองในประเทศ ซึ่งยึดโยงกับผลประโยชน์ของผู้ผลิตในสหรัฐฯ ที่จะต้องแข่งขันกับสินค้านำเข้าทั้งด้านต้นทุนราคา คุณภาพ ตลอดจนกระแสตอบรับตลาด แต่ครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวแรกในทิศทางที่ค่อนข้างถ้อยทีถ้อยอาศัย ประณีประนอม ว่ากันด้วยหลักการและเหตุผลซึ่งยึดโยงกับผลประโยชน์ของผู้บริโภคในสหรัฐฯ
แม้ว่าจะความเข้มข้นในการขับเคลื่อนไม่ว่าจะในเชิงนโยบาย หรือเชิงรณรงค์สินค้ากุ้งนำเข้าจากต่างประเทศโดยกลุ่มพันธมิตร U.S. Shrimp Coalition จะยังไม่เป็นที่ชัดเจน เนื่องจากกลุ่มพึ่งจะก่อตั้งขึ้นมา แต่ก็ถือว่าเป็นการฉายภาพสะท้อนจากตัวแทนของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมสินค้าอาหาร หรือแม้กระทั่งสินค้าทั่วไปของสหรัฐฯ ที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวระดับองค์กรในระดับประเทศ ด้วยจุดยืนที่ชัดเจนในการตระหนักถึงความสำคัญของสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าอาหาร ที่มีต่อตลาดสหรัฐฯ ในหลากหลายมิติ ครอบคลุมตั้งแต่ผู้บริโภค ผู้ให้บริการคนกลาง จนถึงทุกคนที่มีส่วนในการขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรมทั้งหมด ซึ่งหากการดำเนินขับเคลื่อนของกลุ่มพันธมิตร U.S. Shrimp Coalition นี้สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย หรือการรณรงค์ภาคสังคมได้อย่างมีประสิทธิผลจริง ก็อาจจะกลายเป็นจุดสนใจของความเคลื่อนไหวในการดำเนินและการกำหนดนโยบายทางการค้าของสหรัฐฯ ได้ต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวของ U.S. Shrimp Coalition สามารถติดตามได้ที่นี่
*********************************************************
แหล่งสืบค้น/อ้างอิงข้อมูล:
1) “U.S. Shrimp Coalition Launches to Keep Seafood Affordable and Support American Jobs”โดย Molly Morrissey จาก Business Wire
2) “New Coalition Launches to Advocate for Imported Shrimp Amid Trade Policy Debate” โดย Carli Clancy จาก National Fisherman
3) “Industry Groups Launch US Shrimp Coalition to Defend Imports” โดย Chris Chase จาก Seafood Source
สคต. ไมอามี /วันที่ 31 กรกฎาคม 2569