fb
เจาะลึกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (creative economy)” ของเคนยากับโอกาสการค้าของไทย

เจาะลึกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (creative economy)” ของเคนยากับโอกาสการค้าของไทย

โดย
Natthapong
ลงเมื่อ 01 ตุลาคม 2568 04:00
สคต. ณ กรุงไนโรบี (เคนยา) (TTC, Nairobi (Kenya))
86

เจาะลึกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (creative economy)” ของเคนยากับโอกาสการค้าของไทย

 

1. ความหมาย & ขอบเขต

เมื่อพูดถึง “creative economy” ในเคนยา หมายถึงอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าจากความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ วัฒนธรรม และนวัตกรรม ซึ่งรวมถึง 

  • ภาพยนตร์ / ซีรีส์ /ละคร /ละครเวที

  • ดนตรี

  • แฟชั่น / การออกแบบเสื้อผ้า

  • ศิลปะภาพวาด / งานออกแบบทัศนศิลป์

  • สื่อดิจิทัล (digital content, ยูทูบ, โซเชียลมีเดีย ฯลฯ)

  • สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (IP)

  • วัฒนธรรมท้องถิ่น / ภาษาท้องถิ่นที่ถูกใช้ในสื่อสร้างสรรค์ ร่วมกับการเล่าเรื่อง (storytelling)

 

2. สถานการณ์และแนวโน้มที่น่าสนใจของเคนยาในเรื่องพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์

2.1. ด้านกฎหมายและนโยบาย

เคนยากำลังเตรียม พ.ร.บ. (Creative Economy Bill) เพื่อให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาดีขึ้น ให้ศิลปินได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม และส่งเสริมความสามารถของภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยได้มีการร่างกฎหมายดังกล่าวแล้วในเดือน เมษายน 2568 ที่มีกระทรวงกิจการเยาวชนและเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งเคนยา (State Department for Youth Affairs and Creative Economy of Kenya) เป็นเจ้าภาพ คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐบาลในปี 2026 นี้

2.2. การจัดตั้งกองทุนและเงินสนับสนุน

มีการตั้ง “Creative Fund” ที่รัฐบาลเสนอไว้เพื่อช่วยสนับสนุนศิลปินทั้งเรื่องการผลิตงาน การตลาด และการขายผลงาน หรือลดต้นทุนการเข้าถึงตลาด โดย กระทรวงศึกษาของเคนยา (Kenya Ministry of Education) จัดตั้งกองทุนมูลค่าประมาณ 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้โครงการ “Digital Superhighway and Creative Economy” เพื่อสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ในภาคดิจิทัล /การสร้างสรรค์ เช่น อินเทอร์เน็ต, การเชื่อมต่อการฝึกอบรม ดิจิทัล แอนิเมชั่น แฟชั่น ฯลฯ นอกจากนั้น ยังมีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมดิจิดัลที่เรียกว่า Konza Technopolis “Silicon Savannah” เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าว

2.3. การศึกษาและการพัฒนาทักษะ

มีการริเริ่มจัดตั้ง โรงเรียนภาพยนตร์ (Kenya Film School) เพื่อผลิตคนทำงานในวงการภาพยนตร์/ละคร/สื่อสร้างสรรค์, ใช้หลักสูตร Competency-Based Curriculum เพื่อหาและบ่มเพาะทักษะสร้างสรรค์ของเด็กและเยาวชน โดยกระทรวงศึกษาของเคนยา (Kenya Ministry of Education) โดยมีตัวอย่างความร่วมมือกับภาคเอกชนของต่างประเทศ เช่น กระทรวงศึกษาเคนยา ผ่านการเสนอของ Kenya Film Classification Board ในการลงนามในข้อตกลงร่วมกับกับ Invention Studios (LA) ของสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการผลิตภาพยนตร์และทีวี เคนยา ที่เล่าเรื่องเคนยาโดยฝีมือคนเคนยาเอง รวมถึงการพัฒนาทักษะ, การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย (distribution) 

2.4. ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ

ภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างสรรค์มีส่วนในการจ้างงาน เป็นช่องทางหนึ่งของการลดอัตราการว่างงาน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน มีการแสดงว่าอุตสาหกรรม “arts, recreation and entertainment” มีสัดส่วนประมาณ 5 % ของ GDP เคนยา และมีส่วนในการว่าจ้างแรงงาน (wage employment) ประมาณ 300,000 คน แม้จะเล็ก (ประมาณ 0.25 %) ของจำนวนประชากรทั้งหมด ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมภาพยนตร์เคนยา สร้างงานกว่า 42,000 คนต่อปี มีมูลค่าประมาณ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (USD)

 

กรณีศึกษา / ตัวอย่างที่น่าสนใจ

  1. Sinema Focus บริษัทประชาสัมพันธ์ในวงการภาพยนตร์ เคนยา ได้แสดงถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่สามารถสร้างมูลค่าสูงได้ ประมาณ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (USD) แต่เจออุปสรรคเรื่องนโยบาย สิทธิโยชน์ต่าง ๆ ที่ยังไม่ชัดเจน และขาดแรงจูงใจภาษี (tax incentives) ที่เหมาะสม

  2. เสื้อผ้าแบรนด์แฟชั่น เช่น Vivo Activewear และ Soko ถือเป็นตัวอย่างของธุรกิจที่เริ่มต้นเล็ก แล้วเติบโต โดยเน้นการทำแฟชั่นที่เข้ากับผู้บริโภคท้องถิ่นและการเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศ โดยการสนับสนุนช่างฝีมือ (artisans) ชาวบ้านและผู้หญิง เข้ามาร่วมเป็นแรงงานหลักที่ผลิตสินค้าให้กับบริษัท

 

SWOT Analysis ของเศรษฐกิจภาคสร้างสรรค์ (Creative Economy) ของเคนยา

 

Strengths (จุดแข็ง)

  1. แรงงานหนุ่มสาวและมีความคิดสร้างสรรค์สูง: เยาวชนจำนวนมากสนใจศิลปะ ดนตรี แฟชั่น ภาพยนตร์ เกม และดิจิทัลคอนเทนต์

  2. ระบบ Mobile Money แข็งแกร่ง (เช่น M-Pesa) ทำให้การทำธุรกรรม การขายผลงาน และการลงทุนทำได้สะดวก

  3. ตลาดในประเทศและภูมิภาคขนาดใหญ่ แอฟริกาตะวันออกมีประชากรกว่า 300 ล้านคน เปิดโอกาสสู่ตลาดบริโภคที่กำลังขยายตัว

  4. นโยบายสนับสนุนของรัฐบาล เช่น กองทุนภาพยนตร์ การสนับสนุนดนตรี และโครงการ Start-up/Tech Hub

Weaknesses (จุดอ่อน)

  1. โครงสร้างพื้นฐานจำกัด - ระบบอินเทอร์เน็ตบางพื้นที่ยังช้า ค่าใช้จ่ายสูง ไฟฟ้าดับบ่อย ทำให้มีความไม่มั่นคงด้านพลังงาน นำไปสู่ปัญหาต่างๆ เช่น สตูดิโอถ่ายทำคุณภาพ /สถานที่แสดงงาน /โรงละคร /หอศิลป์ชาติ ฯลฯ ที่สนับสนุนงานสร้างสรรค์ระดับสูงให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลก

  2. ขาดเงินทุนและการเข้าถึงสินเชื่อ สำหรับธุรกิจสร้างสรรค์รายย่อย เช่น ผู้สร้างสรรค์ส่วนใหญ่ เป็น freelance ขาดสัญญาจ้างงานชัดเจนและไม่สามารถใช้ผลงานเป็นหลักประกันทางการเงินได้ ทำให้เข้าถึงสินเชื่อยาก 

  3. ปัญหาลิขสิทธิ์และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้ผู้สร้างสรรค์ไม่ได้รับผลตอบแทนเต็มที่

  4. การขาดทักษะด้านการจัดการธุรกิจ ศิลปิน/ผู้สร้างจำนวนมากยังเน้นงานสร้างสรรค์ แต่ไม่ถนัดด้านการตลาด/การเงิน

Opportunities (โอกาส)

  1. การเติบโตของสื่อดิจิทัลและสตรีมมิ่ง (Netflix, YouTube, Spotify) เปิดตลาดให้คอนเทนต์เคนยาไปสู่ระดับโลก

  2. การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม: ดนตรี แฟชั่น และศิลปะสามารถเชื่อมกับการท่องเที่ยว

  3. ความสนใจของนักลงทุนต่างชาติ ในการร่วมทุนกับสตูดิโอ ภาพยนตร์ เกม และดนตรีในแอฟริกา

  4. เขจการค้าเสรีแอฟริกา หรือ AfCFTA (African Continental Free Trade Area) ช่วยให้สินค้าสร้างสรรค์และแรงงาน สามารถเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้ง่ายขึ้น

Threats (ความท้าทาย)

  1. การแข่งขันจากต่างประเทศ: คอนเทนต์จากอเมริกา ยุโรป เกาหลีใต้ และไนจีเรียครองตลาด

  2. เศรษฐกิจโดยรวมไม่มั่นคง และอัตราเงินเฟ้อที่อาจกระทบต่อกำลังซื้อในประเทศ

  3. ความไม่แน่นอนทางการเมือง/กฎระเบียบ ที่อาจทำให้นักลงทุนลังเล

  4. Brain Drain (สมองไหล) ผู้มีความสามารถอาจย้ายไปต่างประเทศเพื่อหาตลาดและโอกาสที่ดีกว่า

  5. มูลค่าของงานสร้างสรรค์ยังประเมินได้ยากไม่ชัดเจน ทำให้ยากต่อการออกกฎหมายหรือออกแบบนโยบายส่งเสริมที่เหมาะสม

 

โอกาสด้านการค้าไทยใน Creative Economy ของเคนยา

  1. อุตสาหกรรมบันเทิงและสื่อ (Media & Entertainment)เคนยามี “Nairobi” เป็น hub ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ในแอฟริกาตะวันออก (เรียกว่า “Riverwood” เทียบกับ Hollywood/Nollywood) ไทยมีชื่อเสียงใน ละคร/ซีรีส์, ภาพยนตร์, แอนิเมชัน, ดนตรี ทำให้มีโอกาส ร่วมผลิต (co-production) หรือจัด เทศกาลภาพยนตร์ไทย เพื่อเจาะตลาดผู้บริโภควัยรุ่นที่นิยม streaming (Netflix, Showmax) การแลกเปลี่ยน content distribution อาจทำให้ ไทยสามารถนำละคร/ภาพยนตร์เข้าตลาดเคนยา และในทางกลับกันใช้เคนยาเป็นฐานเผยแพร่สู่แอฟริกาตะวันออกได้

  2. ดนตรี แฟชั่น และงานออกแบบ (Music, Fashion & Design)เคนยาเป็นศูนย์กลาง Afro-pop, Afro-fusion และ street fashion ที่กำลังเติบโต ไทยสามารถทำตลาดสินค้า แฟชั่น, ผ้าไทย, งานออกแบบร่วมสมัย ผ่าน collaboration กับดีไซเนอร์/ศิลปินเคนยาได้ นอกจากนั้น ตลาด อีคอมเมิร์ซแฟชั่น (เช่น Jumia) เปิดโอกาสสำหรับสินค้าไทยที่ปรับให้เข้ากับรสนิยมคนรุ่นใหม่ในเมือง Nairobi, Mombasa

  3. ดิจิทัลครีเอทีฟ & เกม (Digital Creative & Gaming)เคนยามีสตาร์ทอัพด้าน mobile gaming และ AR/VR กำลังเติบโต แต่ยังขาดคอนเทนต์คุณภาพสูง ส่วนไทยมีความสามารถใน game development, animation, e-sports สามารถร่วมลงทุน ร่วมพัฒนาเกม หรือเปิดตลาดเกมไทยในแอฟริกาตะวันออก อีกทั้งหากมีการเชื่อมโยงกับ digital payment และ mobile money (M-Pesa) ของเคนยา ช่วยให้คอนเทนต์ดิจิทัลขายง่ายขึ้น

  4. การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative & Cultural Tourism)เคนยาเน้นการท่องเที่ยว safari และวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้ไทยสามารถต่อยอดด้วย แพ็กเกจท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เช่น festival ร่วมไทย–เคนยา, food & cultural exchange โดยไทย อาจใช้ Thai culinary arts (อาหารไทย) และ wellness (สปา, นวดแผนไทย) เป็น soft power ดึงดูดตลาดกลาง–บนของเคนยา

  5. การศึกษาและการอบรมด้านครีเอทีฟ (Education & Training)เคนยายังขาดบุคลากรใน film production, animation, fashion design, creative business management มหาวิทยาลัยไทย/สถาบันอบรมสามารถเปิด short courses หรือ training program ร่วมกับสถาบันในเคนยา ซึ่งจะช่วย ทั้งสร้างรายได้ และวางฐานเชื่อมโยงสู่ตลาดแรงงานครีเอทีฟกับเคนยาและแอฟริกา

ความเห็นของ สคต.

จากการที่รัฐบาลเคนยาเร่งผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เป็นหนึ่งในเสาหลักเศรษฐกิจใหม่ โดยจะเห็นได้จากการจัดสรรงบประมาณ สนับสนุนผู้ผลิตด้านดิจิทัลและครีเอทีฟ เช่น ดนตรี แฟชั่น ภาพยนตร์ เกม แอนิเมชัน และแนวโน้มที่ กลุ่มผู้บริโภคในแอฟริกาตะวันออก ที่มีประชากรหนุ่มสาวจำนวนมากเกือบ 300 ล้านคน มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสูง และเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ ส่งผลให้ไทยหากไม่มองข้ามโอกาสในเรื่องในหลายด้าน ได้แก่ 

  1. ด้านการสร้างคอนเทนต์และสื่อบันเทิง ไทยมีจุดแข็งด้านภาพยนตร์ ซีรีส์ แอนิเมชัน สามารถจับคู่ความร่วมมือกับสตูดิโอหรือแพลตฟอร์มท้องถิ่นในเคนยาได้ 

    1. ด้านแฟชั่นและดีไซน์: ผ้าไทย /การออกแบบร่วมสมัย สามารถเข้าสู่ตลาดแฟชั่นเคนยาที่เติบโตเร็วและเน้น cultural identity ได้ 

    2. ด้านดิจิทัลแพลตฟอร์มหรือ EdTech หรือ Gaming: ไทยมี startup และผู้ประกอบการที่สามารถร่วมลงทุน หรือขยายตลาดในแอฟริกา

    3. ด้านบริการสร้างสรรค์ (Creative Services): เช่น ออกแบบสื่อ การตลาดออนไลน์ โฆษณาดิจิทัล เคนยาขาดบุคลากรคุณภาพสูงในสายนี้ ไทยสามารถเข้ามาเป็นผู้ร่วมทุนและลงทุนร่วมกันในเรื่องนี้ได้

สคต. มีความเห็นว่า หากภาครัฐพิจารณาถึงโอกาสที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว สคต.มีข้อเสนอแนวทางด้านนโยบายของไทยเกี่ยวกับความร่วมระหว่างไทยกับเคนยาในการพัฒนาเศษรฐกิจสร้างสรรค์ระหว่างกัน ดังนี้

  1. จัดทำ MOU ด้านสร้าง “Creative Economy Partnership Program” ระหว่าง ไทย–เคนยา โดยอาจเริ่มต้นระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับ กระทรวง ICT และ Creative Economy ของเคนยา

  2. จัดทำโครงการคณะผู้แทนการค้าเจรจาการค้าในเรื่องด้าน creative content

  3. จัดตั้งกองทุนความร่วมมือ (Co-fund / Soft Loan) ผ่าน Exim Bank เพื่อสร้างแหล่งทุนให้ผู้สนใจเข้าร่วมหรือกู้เงินจากกองทุนดังกล่าว

  4. สนับสนุนบริษัทไทยที่ต้องการลงทุนด้านคอนเทนต์ ดิจิทัล หรือแฟชั่นในเคนยา

  5. ริมเริ่มการส่งเสริมให้เกิดงานหรือกิจกรรมระดับนานาขาติในเคนยา เช่น Thai Film Week / Thai Fashion Showcase ในกรุงไนโรบี

  6. ใช้ความนิยมอาหารไทยและวัฒนธรรมเป็น “gateway” สู่ความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์

  7. สร้างเครือข่ายการศึกษาและทักษะ (Capacity Building) ผ่านโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา/ผู้ประกอบการสร้างสรรค์

ผู้ส่งออกหรือนักธูรกิจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมด้านการค้าและการลงทุนต่าง ๆ เกี่ยวประเทศเคนยา และประเทศในแอฟริกาตะวันออก ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail: ของสำนักงานฯ ที่ info@ocanairobi.co.ke 

ที่มา : 

  1. https://www.kbc.co.ke/

  2. https://businesstoday.co.ke/

  3. https://peopledaily.digital/news

  4. https://www.education.go.ke/

  5. https://kfcb.go.ke/

  6. https://www.kenyanews.go.ke/                     

แปล_วิเคราะห์_2025_ Oct_ข่าว1.pdf-เจาะลึกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (creative economy)” ของเคนยากับโอกาสการค้าของไทย.pdf
Share :
Instagram