fb
จับตากำแพงภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์
โดย
Kampanart
ลงเมื่อ 25 กันยายน 2568 11:00
สคต. ณ เมืองไมอามี (สหรัฐอเมริกา) (TTC, Miami (USA))
92

                   เนื้อหาสาระข่าว/บทวิเคราะห์: เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่เอกสารในการเปิดการรับฟังข้อมูลและข้อคิดเห็นจากภาคประชาสังคมและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ในกรณีการสืบสวนความเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯตาม มาตรา 232 อันเนื่องมาจากการนำเข้ากลุ่มสินค้าอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ได้แก่ อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment) อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ครั้งเดียว (Medical Consumables) และเครื่องมือทางการแพทย์ (Medical Equipment) โดยกระบวนการสืบสวนดังกล่าวได้ริเริ่มเป็นการภายในมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 กันยายนแล้ว แต่พึ่งจะปรากฎเป็นการเปิดเผยในช่วงการเปิดรับฟังจากสาธารณะซึ่งเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญของกระบวนการสืบสวน  

ทำความเข้าใจมาตรา 232

                     “มาตรา 232” หมายถึง มาตราหนึ่งในพรบ. Trade Expansion Act 1962 ซึ่งให้อำนาจฝ่ายบริหารกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้า หรือจำกัดการนำเข้าสินค้า หากพบว่าการนำเข้าสินค้าดังกล่าวเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา โดยเมื่อไม่นานมานี้มาตรา 232 นี้ได้ถูกนำมาใช้เพื่อกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียม (อัตรา 50 %) สินค้าทองแดงบางประเภท (อัตรา 50 %) และสินค้ารถยนต์ (อัตรา 25 %) รวมถึงกลุ่มสินค้าอีกหลากหลายประเภท ไม่วาจะเป็น ไม้แปรรูป เซมิคอนดักเตอร์ ยา และแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งทั้งหมดกำลังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการสอบสวนทั้งสิ้น

                     สำหรับในเรื่องกรอบระยะเวลาที่จะทราบผลการสืบสวนและการกำหนดอัตรากำแพงภาษีนำเข้าต่อไปนั้น กระบวนการทั่วไปอาจใช้เวลาได้มากถึง 375 วันในการดำเนินการตามกระบวนทั้งหมด ตั้งแต่การค้นหาข้อเท็จจริง ระยะเวลารับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะ (ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนนี้) และการสรุปผลการสืบสวนเพื่อจัดทำคำแนะนำในการสั่งการไปยังประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อไป อย่างไรก็ดี สำหรับกรณีการสืบสวนครั้งนี้ ได้ปรากฎกรอบระยะเวลาในการเปิดรับฟังข้อมูลและข้อคิดเห็นจากสาธารณะไว้ไม่เกิน 21 วัน นับจากวันที่เผยแพร่เอกสาร ซึ่งจะตรงกับวันที่ 16 ตุลาคมของปีนี้

ขอบเขตของสินค้าที่เข้าข่ายในการสืบสวน

                   กลุ่มสินค้าอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE) หมายถึงอุปกรณ์ป้องกันทั่วไปที่ใช้ตามสถานพยาบาล อาทิ หน้ากากอนามัย (surgical masks) หน้ากากช่วยหายใจ N95 (N95 respirators) เสื้อกาวน์ (Gowns) ถุงมือ (Gloves) และชิ้นส่วนและส่วนประกอบของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

                   กลุ่มสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ครั้งเดียว (Medical Consumables) หมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้การวินิฉัยผู้ป่วย การรักษาผู้ป่วย และการป้องกันโรค ซึ่งสามารถใช้ได้ครั้งเดียว หรือใช้ในระยะสั้น ได้แก่ 1. กลุ่มสินค้าเครื่องมือทางการแพทย์/การผ่าตัด (medical/surgical instruments) อาทิ กระบอกฉีดยา (syringes) เข็ม (needles) เครื่องควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ (infusion (IV) pumps) คีมคีบ (forceps) มีดผ่าตัด (scalpels) 2. กลุ่มสินค้าเวชภัณฑ์ทางการแพทย์/การผ่าตัด (Medical/surgical Supplies) อาทิ ถุงบรรจุสารละลายทางหลอดเลือดดำ (intravenous (IV) bags) สายสวน (catheters) ท่อสำหรับคอ (tracheostomy tubes) อุปกรณ์ดมยาสลบ (anesthesia equipment) ผ้าก๊อซ/ผ้าพันแผล (gauze/bandages) ไหมเย็บแผล (sutures) น้ำยาสำหรับการวินิจฉัยและห้องปฏิบัติการ (diagnostic and laboratory reagents) และชิ้นส่วนและส่วนประกอบของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

                   กลุ่มสินค้าเครื่องมือทางการแพทย์ (Medical Equipment) หมายถึง อุปกรณ์หรือเครื่องมือซึ่งใช้ในการดูแลผู้ป่วย อาทิ รถม้าและรถเข็น (carriages and wheelchairs) ไม้ค้ำยัน (crutches) และเตียงโรงพยาบาล (hospital beds)

                   กลุ่มสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical Device) หมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้การวินิจฉัยผู้ป่วย การรักษาผู้ป่วย และการติดตามอาการของผู้ป่วย ได้แก่ เครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemakers) เครื่องปั๊มอินซูลิน (insulin pumps) ขดลวดหลอดเลือดหัวใจ (coronary stents) ลิ้นหัวใจ (heart valves) เครื่องช่วยฟัง (hearing aids) ขาเทียมแบบหุ่นยนต์และแบบไม่ใช่หุ่นยนต์ (robotic and non-robotic prosthetics) เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด (blood glucose monitors) เครื่องมือแพทย์ศัลยกรรมกระดูก (orthopedic appliances) เครื่องมือแพทย์ไฟฟ้า (electromedical apparatus) เครื่องสแกนเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (computed tomography scanners) เครื่องถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (magnetic resonance imaging machines) เครื่องมือผ่าตัดไฟฟ้า (electrosurgical apparatus) เครื่องเอ็กซเรย์/อุปกรณ์ฉายรังสีอื่นๆ (x-ray apparatus/other radiation equipment) เครื่องช่วยหายใจ (respiratory machines) เครื่องให้ออกซิเจน (oxygen apparatus) และเครื่อง MRI

                   ทั้งนี้ ไม่รวมกลุ่มสินค้าเภสัชภัณฑ์ (Pharmaceuticals) เนื่องจากมีการดำเนินการสืบสวนในลักษณะเดียวกันสำหรับกลุ่มสินค้าเภสัชภัณฑ์เฉพาะต่างหากอยู่แล้ว  

องค์ประกอบหลักในการสืบสวน

                   ในเอกสารยังได้ระบุถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่ในกระบวนการสืบสวนครั้งนี้จะนำมาพิจารณาถึงความเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ ประกอบด้วย 

1. ปริมาณความต้องการของแต่ละกลุ่มสินค้า (ตามข้างต้น) ทั้งในปัจจุบันและที่คาดการณ์ในอนาคต 

2. ศักยภาพการผลิตแต่ละกลุ่มสินค้าภายในประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการ 

3. บทบาทของระบบห่วงโซ่อุปทาน และผู้ส่งออกจากต่างประเทศในการตอบสนองต่อความต้องการของสหรัฐฯ       

4. ความเสี่ยงที่มาจากการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ 

5. ผลกระทบของการอุดหนุนช่วยเหลือจากรัฐบาลต่างประเทศ

6. ผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่มาจากการขายตัดราคา อันมาจากการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการผลิตสินค้าล้นเกินไปซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

7. แนวโน้มการใช้มาตรการจำกัดการส่งออกสินค้าจากต่างประเทศ รวมถึงการใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการกับสภาวะสินค้าล้นตลาด 

8. ความเป็นไปได้ในการเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า 

9. ผลกระทบจากนโยบายทางการค้าทุกประเภท (กำแพงภาษีและอื่น ๆ) ที่มีต่อการผลิตสินค้าในประเทศ เพื่อพิจารณาถึงความจำเป็นว่ายังคงจำเป็นต่อการป้องกันความมั่นคงของชาติหรือไม่ 

10. แนวโน้มในการควบคุม หรือเอารัดเอาเปรียบทางระบบห่วงโซ่อุปทานของสินค้าเหล่านั้น 

11. ศักยภาพของบุคคลต่างชาติที่จะใช้สินค้าที่ผลิตจากต่างประเทศเป็นเครื่องมือเป็นภัยต่อสหรัฐฯ

table.png

แผนภาพแสดงข้อมูล: มูลค่าการนำเข้ากลุ่มสินค้าอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ จาก 10 อันดับแหล่งที่มาและประเทศไทย
ประกอบด้วย HS Code รหัส 9018, 9019, 9020, 9021, 9022 คำนวณรวมกัน ในปี 2024 

                    ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ: จะสังเกตได้ว่าในช่วงนี้เริ่มปรากฎความเคลื่อนไหวในกลไกของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ว่าด้วยเรื่องอัตรากำแพงภาษีนำเข้า มักจะได้ยินคำว่ามาตรา 232อยู่ในหัวข้อข่าวนั้นด้วย นั่นอาจเป็นเพราะทางรัฐบาลของปธน.ทรัมป์อาจเล็งเห็นแล้วว่ามาตรา 232 นี้ อาจจะเป็นเครื่องมือที่มีความหนักแน่นมากที่สุดในขณะนี้ ในการบังคับใช้อัตรากำแพงภาษีนำเข้าสินค้าเฉพาะกลุ่ม (Sectoral Tariff) ซึ่งได้เคยประกาศอัตราไปสำหรับกลุ่มสินค้าสำคัญบ้างแล้วพอสมควร และก็มีความเป็นไปได้สูงสำหรับกลุ่มสินค้าเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นกลุ่มต่อไปเช่นกัน และอาจเป็นไปได้ว่ารัฐบาลปธน.ทรัมป์จะใช้ “มาตรา 232” กับสินค้ากลุ่มอื่น ๆ ต่อไปด้วยเนื่องจากมาตรการดังกล่าวเป็นวิธีการในการกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าที่มีความหนักแน่นในเชิงกระบวนการมากกว่า แทนที่การกำหนดอัตรากำแพงภาษีนำเข้าผ่านคำสั่งของประธานาธิบดีที่ยังเป็นปัญหาและอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลสูงสุดของสหรัฐฯในขณะนี้

                    ผู้ประกอบการไทยทั้งที่กำลังประกอบธุรกิจส่งออกกลุ่มสินค้าอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ตลอดจนผู้ประกอบการที่สนใจขยายตลาดกลุ่มสินค้าดังกล่าวมายังสหรัฐฯ ควรติดตามทิศทางนโยบายด้านต่าง ๆ และอัตรากำแพงภาษีนำเข้าที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อประโยชน์ในการวางแผนการส่งออกต่อไป


ที่มา: Federal Register
เรื่อง: “Notice of Request for Public Comments on Section 232 National Security Investigation of Imports of Personal Protective Equipment, Medical Consumables, and Medical Equipment, Including Devices”
โดย: Bureau of Industry and Security, U.S. Department of Commerce
สคต. ไมอามี /วันที่ 25กันยายน 2568

Share :
Instagram