
กรมสรรพากรฟิลิปปินส์ (Bureau of Internal Revenue: BIR) ได้ออกแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่สามารถนำไปเครดิตภาษีได้ (Creditable Withholding Tax: CWT) สำหรับธุรกรรมการขายส่ง เพื่อสร้างความชัดเจนแก่ภาคธุรกิจ และกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันสำหรับผู้ซื้อและผู้ผลิตรายใหญ่ ภายใต้หนังสือเวียนกรมสรรพากร เลขที่ 79-2026 (Revenue Memorandum Circular: RMC No.79-2026) เผยแพร่เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 กรมสรรพากรได้ชี้แจงแนวทางการบังคับใช้ข้อบังคับกรมสรรพากร เลขที่ 24-2025 (Revenue Regulations: RR No. 24-2025) โดยหนังสือเวียนดังกล่าวได้ให้คำชี้แจงอย่างครอบคลุมเกี่ยวกับการใช้อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่สามารถนำไปเครดิตภาษีได้ในอัตราพิเศษร้อยละ 0.5 สำหรับธุรกรรมการขายส่งที่เกี่ยวข้องกับผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายรายสำคัญ (Top Withholding Agents) ผู้นำเข้าโดยตรง และผู้ผลิต ทั้งนี้ กรมสรรพากรระบุว่า อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่สามารถนำไปเครดิตภาษีได้ในอัตราพิเศษร้อยละ 0.5 ใช้บังคับในกรณีที่ผู้ขายประกอบกิจการหลักในฐานะผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าโดยตรง และจำหน่ายสินค้าที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้าส่ง โดยไม่คำนึงว่าผู้ซื้อจะนำสินค้าดังกล่าวไปจำหน่ายต่อหรือใช้ภายในกิจการของตนเอง รวมถึงผู้ผลิตภายในประเทศที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่อยู่ในขอบเขตการบังคับใช้ โดยมิได้เป็นผู้นำเข้าสินค้า และผู้นำเข้าโดยตรงที่จำหน่ายสินค้าในตลาดภายในประเทศ มีสิทธิได้รับการใช้อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่สามารถนำไปเครดิตภาษีได้ในอัตราพิเศษดังกล่าว สำหรับธุรกิจที่เข้าลักษณะเป็นการค้าปลีกยังคงอยู่ภายใต้อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายในอัตรามาตรฐานร้อยละ 1
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวยังได้ชี้แจงแนวทางการจัดเก็บภาษีสำหรับอุตสาหกรรมเฉพาะ ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ยา และเชื้อเพลิงทั้งชนิดของเหลวและชนิดของแข็ง โดยกำหนดให้ยานยนต์ประกอบสำเร็จ (Fully assembled vehicles) ยานยนต์แบบประกอบกึ่งสำเร็จ (Semi-knocked down units) และยานยนต์แบบแยกชิ้นส่วนเพื่อประกอบ (Completely knocked down units) จะได้รับสิทธิใช้อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่สามารถนำไปเครดิตภาษีได้ในอัตราพิเศษร้อยละ 0.5 หากจำหน่ายตามปกติในกิจการ สำหรับผลิตภัณฑ์ยา อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายในอัตราพิเศษดังกล่าวให้บังคับใช้เฉพาะสินค้าที่ไต้รับการกำกับดูแลในฐานะยา ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration) กำหนดเท่านั้น นอกจากนี้ หนังสือเวียนดังกล่าวได้กำหนดแนวทางแก้ไขกรณีที่ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายใช้อัตราภาษีไม่ถูกต้อง โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการปรับปรุงยอดภาษีที่หักไว้ให้ถูกต้อง และแก้ไขข้อมูลในแบบแสดงรายการนำส่งภาษีหัก รายไตรมาสให้แล้วเสร็จภายในปีภาษีเดียวกัน
การออกหนังสือเวียนฉบับดังกล่าวเป็นการสนับสนุนการบังคับใช้ข้อบังคับกรมสรรพากร เลขที่ 24-2025 (RR No. 24-2025) ซึ่งได้ขยายกรอบการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีสำหรับผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายรายสำคัญ โดยกรมสรรพากรระบุว่า คำชี้แจงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความชัดเจนด้านภาษี ลดข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตรวจสอบภาษี และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดเก็บภาษี ทั้งนี้ กรมสรรพากรแนะนำให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากหนังสือเวียนฉบับนี้เร่งปรับปรุงระบบบัญชี กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยสามารถศึกษารายละเอียดของหนังสือเวียนกรมสรรพากร เลขที่ 79-2026 (RMC No.79-2026) ฉบับเต็มได้จากเว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร
ที่มา: Manila Bulletin
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น
• ตามที่กรมสรรพากรฟิลิปปินส์ได้ออกหนังสือเวียน RMC No.79-2026 เพื่อชี้แจงแนวทางการบังคับใช้ RR No.24-2025 เกี่ยวกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่สามารถนำไปเครดิตภาษีได้ (CWT) สำหรับธุรกรรมการขายส่ง โดยกำหนดให้อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายในอัตราพิเศษร้อยละ 0.5 ใช้กับผู้ผลิตและผู้นำเข้าโดยตรงที่จำหน่ายสินค้าเพื่อวัตถุประสงค์การค้าส่ง ขณะที่การจำหน่ายในลักษณะค้าปลีกยังคงใช้อัตรามาตรฐานร้อยละ 1 โดยครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ยา และเชื้อเพลิง รวมถึงกำหนดวิธีการแก้ไขกรณีมีการหักภาษีไม่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้มีหน้าที่หักภาษีสามารถปรับปรุงรายการให้ถูกต้องภายในปีภาษีเดียวกัน และการเพิ่มความชัดเจนในการปฏิบัติตามกฎหมายภาษี ลดข้อพิพาทจากการตรวจสอบภาษี และสนับสนุนประสิทธิภาพในการบริหารจัดเก็บภาษีของรัฐ โดยผู้ประกอบการที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ดังกล่าวควรปรับปรุงระบบบัญชีและกระบวนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับแนวทางที่กรมสรรพากรกำหนด สำหรับอุตสาหกรรมส่งออกของไทย โดยเฉพาะยานยนต์และชิ้นส่วน และเวชภัณฑ์ จะได้รับประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์จากการที่ผู้นำเข้าฟิลิปปินส์มีภาระภาษีลดลง ซึ่งช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าไทยในตลาดฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ ผู้ส่งออกไทยควรเร่งดำเนินการประสานงานกับคู่ค้าเพื่อตรวจสอบสถานะการเป็นผู้มีหน้าที่หักภาษีรายสำคัญ ตรวจสอบเอกสารการอนุญาตขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ยาให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย จัดทำเอกสารทางการค้าโดยระบุวัตถุประสงค์การจำหน่ายเป็นขายส่งอย่างชัดเจน ตลอดจนพิจารณาทบทวนข้อกำหนดในสัญญาซื้อขายเกี่ยวกับภาระภาษีหัก ณ ที่จ่าย เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่และรักษาผลประโยชน์ทางการค้าของประเทศอย่างสูงสุด
-----------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา
กรกฎาคม 2569