
อธิบดีกรมศุลกากรกัมพูชา นาย กุน หนิม (Kun Nhim) ปฏิเสธข้อเรียกร้องจากชาวกัมพูชาบางส่วนที่ผลักดันให้มีการคว่ำบาตรสินค้าไทยทั่วประเทศ กระแสดังกล่าวเริ่มแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์หลังเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อเดือน กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา
ในการกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีศุลกากรกัมพูชา ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นาย กุน หนิม ระบุว่า กรมศุลกากรยึดตามนโยบายของรัฐ ไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์หรือแรงกดดันบนโลกออนไลน์ พร้อมย้ำว่ากัมพูชาในฐานะสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) และอาเซียน ยังคงอนุญาตให้นำเข้าสินค้าไทยที่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่อยู่ในบัญชีจำกัดของรัฐบาล
นาย กุน หนิม ชี้ว่า สินค้าที่ถูกรัฐบาลสั่งห้ามมีเพียง 4 ประเภท ได้แก่ ผัก ผลไม้ น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซเชื้อเพลิง ส่วนสินค้าประเภทอื่นยังคงนำเข้าได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม พรมแดนทางบกกัมพูชา–ไทยที่ยังคงปิดอยู่ทำให้การนำเข้าจำกัด
นาย กุน หนิม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปริมาณสินค้าจากไทยที่เข้าสู่ประเทศกัมพูชาขึ้นอยู่กับอุปสงค์ของตลาด หากผู้บริโภคหยุดซื้อ ผู้นำเข้าก็ย่อมลดปริมาณเองโดยปริยาย พร้อมย้ำว่าความรู้สึกต้องแยกออกจากหลักกฎหมาย เพราะไม่มีข้อบังคับใด บังคับให้ชาวกัมพูชาต้องซื้อหรือหลีกเลี่ยงสินค้าไทย ยกเว้นสินค้าที่รัฐประกาศห้ามโดยชัดแจ้ง
กระแสคว่ำบาตรสินค้าไทย เริ่มปะทุหลังเหตุปะทะชายแดนเมื่อเดือน กรกฎาคม 2568 ซึ่งก่อนหน้านั้นพรมแดนถูกสั่งปิดไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 ทำให้ชาวกัมพูชาเริ่มไม่ซื้อสินค้าที่นำเข้าจากไทย
ตัวเลขการค้าในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2025 (ม.ค.–ต.ค.) ระบุว่า กัมพูชาส่งออกสินค้าไปไทยมูลค่า 635.9 ล้านดอลลาร์ ลดลง 11.5% ขณะที่ไทยส่งออกสินค้ามายังกัมพูชา 2.57 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 8.8%
ความเห็นของสำนักงาน
1. การที่ชาวกัมพูชาบางส่วนเรียกร้องให้คว่ำบาตรสินค้าไทยสะท้อนถึงความตึงเครียดทางการเมืองและความรู้สึกชาตินิยมที่เกิดขึ้นหลังเหตุปะทะชายแดน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกัมพูชายังคงยึดหลักกฎหมายและนโยบายระหว่างประเทศเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันผลกระทบในวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจ
2. ความสัมพันธ์กัมพูชา–ไทย ครอบคลุมหลายมิติ ทั้งการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา และแรงงานข้ามพรมแดน การคว่ำบาตรหรือตอบโต้ทางเศรษฐกิจ อาจบั่นทอนความร่วมมือระยะยาว และสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการและประชาชนทั้งสองประเทศ หากความตึงเครียดระหว่างสองประเทศยังไม่คลี่คลาย อาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจ ทั้งรายได้จากการค้าระหว่างประเทศ การลงทุน และห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากกัมพูชาและไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านมีชายแดนติดกัน และเป็นสมาชิกอาเซียนที่มีความเชื่อมโยงในหลายด้าน
_____________________________________________________________________
ที่มา The Cambodia Daily & GDCE
17 พฤศจิกายน 2568