
ในเดือนตุลาคม 2569 รัฐบาลแห่งรัฐอานธรประเทศ (Andhra Pradesh) ร่วมกับสมาพันธ์อุตสาหกรรมอินเดีย (Confederation of Indian Industry: CII) จัดการประชุมส่งเสริมการลงทุนระดับภูมิภาคจำนวน 5 ครั้ง ระหว่างวันที่ 7 - 26 ตุลาคม 2569 ณ เมือง Visakhapatnam, Kakinada, Amaravati, Anantapur และ Tirupati โดยมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MoU) รวม 195 ฉบับ มูลค่าการลงทุนประมาณ 8.56 แสนล้านรูปีอินเดีย (8.99 พันล้านเหรียญสหรัฐ) คาดว่าจะสร้างงาน 156,241 ตำแหน่ง นอกจากนี้ ยังมีโครงการลงทุนอีก 68 โครงการ มูลค่าประมาณ 5.71 หมื่นล้านรูปีอินเดีย (600.45 ล้านเหรียญสหรัฐ) ที่เข้าสู่ขั้นตอนเริ่มดำเนินการหรือเปิดตัวโครงการ คาดว่าจะสร้างงานเพิ่มเติม 13,488 ตำแหน่ง สะท้อนความพยายามของรัฐในการดึงดูดการลงทุน ขยายฐานอุตสาหกรรม และกระจายการพัฒนาเศรษฐกิจไปยังภูมิภาคต่างๆ
การประชุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมสำหรับงาน 31st CII Partnership Summit 2026 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–13 พฤศจิกายน 2569 ณ เมือง Visakhapatnam โดยมุ่งประชาสัมพันธ์ศักยภาพการลงทุนในแต่ละภูมิภาค เชื่อมโยงนักลงทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่น และผลักดันข้อเสนอการลงทุนไปสู่การดำเนินโครงการจริง
การลงทุนครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญหลายภูมิภาค
การประชุมครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ณ Indian Institute of Management (IIM) เมือง Visakhapatnam โดยมีการลงนาม MoU จำนวน 31 ฉบับ มูลค่าการลงทุนประมาณ 2.15 แสนล้านรูปีอินเดีย (2.26 พันล้านเหรียญสหรัฐ) คาดว่าจะสร้างงาน 56,945 ตำแหน่ง ครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ เคมีภัณฑ์ พลังงานหมุนเวียน เภสัชภัณฑ์ และเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมีข้อเสนอการลงทุนจากบริษัท Himadri Speciality Chemical, Oriana Power, Granules India และ ReNew Photovoltaics นอกจากนี้ ยังมีโครงการอีก 33 โครงการ มูลค่าประมาณ 3.52 หมื่นล้านรูปีอินเดีย (369.76 ล้านเหรียญสหรัฐ) ที่เข้าสู่ขั้นตอนเริ่มดำเนินการหรือเปิดตัวโครงการ คาดว่าจะสร้างงานเพิ่มเติม 9,449 ตำแหน่ง
ต่อมา เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 รัฐบาลรัฐได้จัดการประชุมที่ Kakinada โดยมีการลงนาม MoU จำนวน 15 ฉบับ มูลค่าการลงทุนประมาณ 4.26 หมื่นล้านรูปีอินเดีย (447.30 ล้านเหรียญสหรัฐ) คาดว่าจะสร้างงาน 14,261 ตำแหน่ง โดยมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับศักยภาพของพื้นที่ชายฝั่งและท่าเรือ อาทิ การขนส่งทางทะเล การต่อเรือ เคมีภัณฑ์ พลังงานสะอาด การแปรรูปอาหาร และผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 การประชุมที่ Amaravati มีการลงนาม MoU จำนวน 60 ฉบับ มูลค่าการลงทุนประมาณ 4.29 แสนล้านรูปีอินเดีย (4.51 พันล้านเหรียญสหรัฐ) คาดว่าจะสร้างงาน 56,653 ตำแหน่ง ครอบคลุมอุตสาหกรรมการผลิต อากาศยานและการป้องกันประเทศ โลจิสติกส์ พลังงาน การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนา Amaravati ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการลงทุนที่สำคัญของรัฐ
สำหรับการประชุมที่ Anantapur เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 มีการลงนาม MoU จำนวน 23 ฉบับ มูลค่าการลงทุนประมาณ 5.22 หมื่นล้านรูปีอินเดีย (548.26 ล้านเหรียญสหรัฐ) คาดว่าจะสร้างงาน 7,613 ตำแหน่ง โดยมีข้อเสนอการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อากาศยานและการป้องกันประเทศ เหล็กและโลหะ สิ่งทอ พลังงานหมุนเวียน และการแปรรูปอาหาร สะท้อนศักยภาพของภูมิภาคในการรองรับอุตสาหกรรมการผลิตและกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับภาคเกษตร
Tirupati ดึงดูดการลงทุนด้านอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และการแปรรูปอาหาร
การประชุมครั้งสุดท้ายจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ณ Krea University ในเขตอุตสาหกรรม Sri City พื้นที่ Tirupati โดยมีการลงนาม MoU จำนวน 67 ฉบับ มูลค่าการลงทุนประมาณ 1.17 แสนล้านรูปีอินเดีย (1.23 พันล้านเหรียญสหรัฐ) คาดว่าจะสร้างงาน 20,879 ตำแหน่ง ครอบคลุมพื้นที่ Tirupati, Chittoor, Annamayya, Kadapa และ Nellore รวมถึงโครงการในพื้นที่อื่นของรัฐ
อุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมีการลงนาม MoU จำนวน 6 ฉบับ มูลค่าประมาณ 2.11 หมื่นล้านรูปีอินเดีย (221.20 ล้านเหรียญสหรัฐ) คาดว่าจะสร้างงาน 4,540 ตำแหน่ง ขณะที่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และยานยนต์ไฟฟ้ามีการลงนาม MoU จำนวน 5 ฉบับ มูลค่าประมาณ 1.6 หมื่นล้านรูปีอินเดีย (168.13 ล้านเหรียญสหรัฐ) คาดว่าจะสร้างงาน 2,250 ตำแหน่ง
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอการลงทุนในอุตสาหกรรมรองเท้า การท่องเที่ยวและโรงแรม การแปรรูปอาหาร เภสัชภัณฑ์ พลังงานหมุนเวียน และการรีไซเคิล โดยเฉพาะกลุ่มการแปรรูปอาหารที่มีการลงนาม MoU จำนวน 9 ฉบับ มูลค่าประมาณ 1.10 หมื่นล้านรูปีอินเดีย (115.17 ล้านเหรียญสหรัฐ) คาดว่าจะสร้างงาน 2,130 ตำแหน่ง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ Sri City และพื้นที่โดยรอบในฐานะฐานการผลิตที่สำคัญของรัฐอานธรประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานด้านอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภค
เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและผลักดันการลงทุนสู่การดำเนินงานจริง
นอกจากการส่งเสริมการลงทุน รัฐบาลแห่งรัฐอานธรประเทศ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ท่าเรือ และโลจิสติกส์ เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่อุตสาหกรรมกับตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ โดยมีโครงการพัฒนาท่าเรือแห่งใหม่ที่ Machilipatnam, Ramayapatnam และ Mulapeta ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าให้สามารถเปิดดำเนินงานได้ภายในเดือนมีนาคม 2570 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งสินค้าและสนับสนุนอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการส่งออก
ขณะเดียวกัน รัฐบาลรัฐได้เร่งติดตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนที่ได้รับการอนุมัติและลงนาม MoU ไปแล้ว เพื่อผลักดันให้เข้าสู่ขั้นตอนการจัดหาที่ดิน การขออนุญาต การก่อสร้าง และการเริ่มดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ โดยให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น
การจัดประชุมส่งเสริมการลงทุนครบทั้ง 5 ภูมิภาคนี้ จึงเป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับงาน CII Partnership Summit 2026 ซึ่งคาดว่าจะเป็นเวทีในการต่อยอดความร่วมมือด้านการลงทุน การค้า เทคโนโลยี และการพัฒนาอุตสาหกรรมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ข้อสังเกต
ผลการประชุมส่งเสริมการลงทุนทั้ง 5 ภูมิภาคของรัฐอานธรประเทศ สะท้อนความพยายามในการขยายฐานเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม โดยมุ่งดึงดูดการลงทุนในสาขาที่มีศักยภาพ อาทิ อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์และชิ้นส่วน พลังงานหมุนเวียน การแปรรูปอาหาร เคมีภัณฑ์ และอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ท่าเรือ และโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ
แนวโน้มดังกล่าวอาจสร้างโอกาสในกลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม วัตถุดิบและชิ้นส่วนการผลิต อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน เครื่องจักรแปรรูปอาหาร บรรจุภัณฑ์ ตลอดจนบริการด้านวิศวกรรม ระบบอัตโนมัติ โลจิสติกส์ และคลังสินค้า รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการอินเดียในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในรัฐอานธรประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความต้องการสินค้าและบริการ โอกาสในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนแนวทางการขยายความร่วมมือทางธุรกิจในระยะต่อไป
แหล่งที่มา:
1. Confederation of Indian Industry (CII), 8 October 2026
2. Andhra Pradesh Economic Development Board (APEDB), October 2026
3. Press Trust of India (PTI) / Deccan Chronicle, 8 October 2026
4. The New Indian Express, 27 October 2026
5. Deccan Chronicle, 26 October 2026
6. Financial Benchmarks India Pvt. Ltd. (FBIL), 27 October 2026.