
กระทรวงการต่างประเทศแคนาดา (Global Affairs Canada: GAC) ซึ่งรับผิดชอบด้านการต่างประเทศและการค้าระหว่างประเทศ รายงานว่า มูลค่าการค้ารวมระหว่างแคนาดาและสหรัฐอเมริกาช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ปรับลดลงประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 สะท้อนให้เห็นถึงการชะลอตัวของการค้าระหว่างสองประเทศท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า
นาง Rachael Dolan โฆษกกระทรวงการต่างประเทศแคนาดา เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมกราคม–มีนาคม 2569 มูลค่าการค้ารวมสินค้าและบริการระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ อยู่ที่ 322.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยการส่งออกของแคนาดาไปยังสหรัฐฯ มูลค่า 169.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 153.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการส่งออกของแคนาดาไปสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 1.6 หรือประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การนำเข้าจากสหรัฐฯ กลับเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 หรือประมาณ 935 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อพิจารณารายหมวดสินค้า พบว่า กลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าการค้าระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ ขยายตัวสูงที่สุด ได้แก่ อัญมณีและโลหะมีค่า ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รองลงมา ได้แก่ โกโก้และผลิตภัณฑ์จากโกโก้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 52 และ อากาศยานและชิ้นส่วน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.5 สำหรับการส่งออกของแคนาดาไปยังสหรัฐฯ สินค้าที่มีการขยายตัวโดดเด่น ได้แก่ โกโก้และผลิตภัณฑ์จากโกโก้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 58.8 สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 และ เกลือ กำมะถัน ดิน หิน และปูนซีเมนต์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 57.9
ในทางกลับกัน สินค้าที่มีมูลค่าการค้าหดตัวมากที่สุด ได้แก่ รถยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งลดลงร้อยละ 18.9 หรือประมาณ 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รองลงมา ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า ลดลงร้อยละ 43.5 และ เชื้อเพลิงแร่และน้ำมัน ลดลงร้อยละ 3.3
การชะลอตัวของการค้าระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันต่อแคนาดาก่อนการเจรจาทบทวนความตกลงการค้า CUSMA (Canada–United States–Mexico Agreement) อีกทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้ส่งสัญญาณว่าจะพิจารณาใช้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาเพิ่มเติมในปี 2569 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางการค้าและห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคอเมริกาเหนือในระยะต่อไป
ความเห็น สคต. การชะลอตัวของการค้าระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานของทั้งสองประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษี ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า และการปรับโครงสร้างการผลิตของภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน แนวโน้มดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลแคนาดาที่มุ่งกระจายตลาดส่งออก (Trade Diversification) เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ และขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก รวมถึงประเทศสมาชิกอาเซียน
สถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายการส่งออกและสร้างความร่วมมือกับผู้นำเข้าในแคนาดา โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่แคนาดามีแนวโน้มกระจายแหล่งจัดหา อาทิ อาหารและอาหารแปรรูป ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรติดตามนโยบายการค้าและผลการเจรจาระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางการค้าของแคนาดา เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการค้าที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน