fb
 โอกาสทางธุรกิจจากมวยไทยในฮ่องกง
โดย
Kannika
ลงเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 09:02
สคต. ณ เมืองฮ่องกง (จีน) (TCC, Hong Kong (China))
2

 โอกาสทางธุรกิจจากมวยไทยในฮ่องกง

image.png

 

1. ภาพรวม

มวยไทยถือเป็นหนึ่งในศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยและได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่สำคัญในบริบทการสร้าง Soft Power ระดับชาติ ด้วยการสั่งสมคุณค่าทางประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน มวยไทยจึงพัฒนาเป็นรูปแบบกีฬาซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างแพร่หลาย ด้วยความนิยมจากนานาชาติทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจขึ้นหลากหลายช่องทางจากมวยไทย ทั้งการแข่งขันแบบมืออาชีพ การฝึกฝนออกกำลังกาย การดึงดูดชาวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ตลอดจนครูมวยชาวไทยที่มีทักษะสามารถมีอาชีพ และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับมวยไทยสามารถส่งออกไปต่างประเทศ

 

2. เทรนด์การออกกำลังกายในฮ่องกง

การออกกำลังกายของประชาชนในฮ่องกงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การดูแลสุขภาพเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น อาทิ การเข้าสังคม การท่องเที่ยว และการปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่อยู่อาศัยที่จำกัด ส่งผลให้กิจกรรมอย่างการเดินป่า การวิ่งในสวนสาธารณะ และการใช้บริการสถานที่ออกกำลังกายได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น การออกกำลังกายในบริบทนี้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่เพื่อสุขภาพ แต่บางส่วนยังมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายเฉพาะ เช่น การลดน้ำหนัก และดูแลร่างกายอีกด้วย

          การออกกำลังกายแบบโดยดิจิทัลฟิตเนสได้รับความสนใจสำหรับผู้สูงอายุและวัยรุ่น เริ่มเข้าถึงการนำ AI   มาใช้เป็นโค้ชส่วนตัวสำหรับการออกกำลังกาย หรือสถานออกกำลังกายที่ให้บริการสอนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมีการคิดค่าบริการในรูปแบบคอร์สที่มีราคาย่อมเยากว่าการสมัครสมาชิกสถานออกกำลังกายทั่วไป

     ในเวลาเดียวกัน ฟิตเนสหลายแห่งในฮ่องกงเริ่มเปิดคอร์สมวยไทย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความนิยมของศิลปะมวยไทยที่แพร่หลายในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นในภาพยนตร์ การท่องเที่ยว หรือศิลปะการป้องกันตัว ทั้งนี้ยังมีความเชื่อว่ามวยไทยเป็นกิจกรรมออกกำลังกายที่ต้องใช้กำลังและพลังอย่างเต็มที่ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายและช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 

3. รูปแบบสถานที่ออกกำลังกายในฮ่องกงที่มีการฝึกสอนมวยไทย

จากการหารือกับสมาคมมวยไทยในฮ่องกง Muaythai Association of Hong Kong, China (HKMTA) คาดการณ์ว่าปัจจุบันฮ่องกงมีสถานที่ออกกำลังกายหรือฟิสเนสประมาณ 1,300 แห่ง โดยมีรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การออกกำลังกายแบบคาดิโอ (เช่น ลู่วิ่ง ปั่นจักรยาน คลาสเต้น) การสร้างกล้ามเนื้อ (ยกน้ำหนัก) โยคะ รวมทั้งการฝึกสอนมวยไทยสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกเป็นนักกีฬาและผู้ที่ต้องการออกกำลัง โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 รูปแบบ ดังนี้

 

3.1 ศูนย์ฝึกมวยไทย (Specialized Muay Thai Gyms)

เป็นศูนย์ฝึกที่เน้นการฝึกสอนมวยไทยโดยเฉพาะ ส่วนมากผู้ฝึกสอนจะเป็นครูมวยไทยที่มีประสบการณ์ขึ้นเวทีชกมวยในประเทศไทย ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนเพื่อเป็นนักกีฬาและบุคคลทั่วไปที่จริงจังในการเรียนมวยไทย ปัจจุบันศูนย์ฝึกมวยไทยกระจายตัวทุกพื้นที่ของฮ่องกง โดยเฉพาะพื้นที่เขตเมืองที่มีพนักงานออฟฟิศและที่อยู่อาศัยหนาแน่น เช่น Central, Sheung Wan, Causeway Bay, Wanchai และ Quarry Bay รวมทั้ง Kwun Tong,   Mong Kok, Tsim Sha Tsui และ Prince Edward ในฝั่งเกาลูน การเติบโตของศูนย์ฝึกมวยไทยในพื้นที่เหล่านี้ สามารถช่วยเพิ่มความนิยมให้กับมวยไทย

image.png

 

image.png

 

 

ศูนย์ฝึกมวยไทย  Muay Thai Center (MTC) เป็นหนึ่งในสถานออกกำลังกายและยิมสอนมวยไทย ตั้งอยู่ในย่าน Shau Kei Wan และ Quarry Bay ฝั่งฮ่องกง โดยครูฝึกสอนชาวฮ่องกงและนักมวยไทยอาชีพ ยิมแห่งนี้ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าหลากหลาย เด็ก ผู้หญิง วัยรุ่น มีความสนใจมวยไทยเพื่อการออกกำลังกายและชกมวยไทยแบบจริงจัง   ด้วยลักษณะเด่นคือการใช้หมัด ศอก เข่า และหน้าแข้งร่วมกัน ครูฝึกของ Muay Thai Center (MTC) เป็นผู้ครูมวยที่มีประสบการณ์สูงจากไทย ทำให้ Muay Thai Center (MTC) มีคลาสสอนมวยไทยตั้งแต่ระดับต้น จนถึงมือมวยสมัครเล่นและอาชีพ วิธีสอนเน้นการฝึกความแข็งแรง การฝึกเทคนิค การฝึกกับกระสอบทราย การฝึกกับเป้า และเน้นการเผาผลาญแคลอรี่จำนวนมากอีกด้วย

1.1) ข้อมูลติดต่อ

สาขา Quarry Bay 

Unit H, 4/F, Tung Kin Factory Building, No. 200-202  Tsat Tsz Mui Road, Quarry Bay, Hong Kong

สาขา Shau Kei Wan 

27/F, Lancashire Centre, 365 Shau Kei Wan Rd., Shau Kei Wan, Hong Kong

อีเมล์mtcgroupbuying@gmail.com
เบอร์ติดต่อ : +852 60958430

1.2) ค่าเรียน ทดลองเรียน : 100 ดอลลาร์ฮ่องกง/ชั่วโมง 

5 คลาส (ใช้ได้ 1 เดือน): 900 ดอลลาร์ฮ่องกง

10 คลาส (ใช้ได้ 2 เดือน): 1,700 ดอลลาร์ฮ่องกง

20 คลาส (ใช้ได้ 3 เดือน): 3,200 ดอลลาร์ฮ่องกง

 
image.png

 

2.1) ข้อมูลติดต่อ 

ที่อยู่ : 14/F, Siu Ying Commercial Building, 153 Queen’s Road, Central, Hong Kong

เบอร์ติดต่อ +852 6191 8108

Kru Muay Thai มีครูไทยจำนวน 2 คน 

2.2) ค่าเรียน ค่าสมัคร ทั้งแบบกลุ่มและแบบตัวต่อตัว

ค่าเรียนครั้งแรกเริ่มต้นราคา 150 ดอลลาร์ฮ่องกง  

ราคาแบบแพคเกจการฝึกแบบส่วนตัว ราคา 850 ดอลลาร์ฮ่องกง สำหรับ 8 ครั้ง และราคา 680 ดอลลาร์ฮ่องกง สำหรับ 15 ครั้ง

3) Real Muay Thai :Gym/Physical Fitness Center

 

image.png

 

3.1) ข้อมูลติดต่อ

98 Wellington St.,  Central & Western District, Hong Kong

เบอร์ติดต่อ: +852 5180 9839    อีเมล์admin@realmuaythaihk.com

Real Muay Thai ครูไทยฝึกสอน 4 คน

3.2) ค่าเรียน        12 ครั้ง ราคา 2,880 ดอลลาร์ฮ่องกง 
                                         24 ครั้ง ราคา 5,520 ดอลลาร์ฮ่องกง

 

4) Sitpinyo Muay Thai

image.png

 

4.1) ข้อมูลติดต่อ 

ที่อยู่:  1/F, 154 Des Voeux Rd Central, Central, Hong Kong

เบอร์ติดต่อ +852 9850 9825   อีเมล์sitpinyogym@gmail.com

 ยิมมวยไทยสามารถรองรับนักเรียนได้สูงสุด 8 คน   ครูไทยฝึกสอนจำนวน 2 คน 

4.2) ค่าเรียน : ทดลองเรียนครั้งแรกราคา 100 ดอลลาร์ฮ่องกง สำหรับผู้ที่สนใจเรียนแบบเป็นคอร์ส มีตัวเลือกดังนี้ 

 - 10 ครั้ง ราคา 2,200 ดอลลาร์ฮ่องกง (เฉลี่ยครั้งละ 220 ดอลลาร์ฮ่องกง)

 - 20 ครั้ง ราคา 4,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (เฉลี่ยครั้งละ 200 ดอลลาร์ฮ่องกง)

5) Southpaw HK

image.png

5.1) ข้อมูลติดต่อ 

ที่อยู่ : 3/F Tung Chai Building, 86-90 Wellington Street, Central, Hong Kong     อีเมล์:  info@southpawhk.com    เบอร์ติดต่อ +852 35655155

  พื้นที่ขนาดกว่า 4,000 ตารางฟุต ครูไทยฝึกสอน จำนวน 4 คน 

5.2) ค่าเรียน  เป็นกลุ่มๆ ละ  4 คน โดยคิดคนละ 200 ดอลลาร์ฮ่องกง/ชั่วโมง

ภายในศูนย์ฝึกมวยไทยจะมีการจัดการแข่งขันภายในเป็นประจำเพื่อเปิดเวทีให้นักกีฬาและผู้ที่สนใจได้ทดสอบและใช้เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

 

image.png

 

          ผู้บริหาร Muay Thai Center (MTC) ให้ข้อมูลว่าศูนย์ฝึกมวยไทยในฮ่องกงมีจำนวนไม่น้อย และมีการเปิดเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องสะท้อนความสนใจของชาวฮ่องกงและชาวต่างชาติที่หันมาเรียนมวยไทยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ใช้มวยไทยเป็นวิธีออกกำลังกายที่ช่วยลดความเครียด ยิม Muay Thai Center มีสองสาขา และมีผู้เรียนเฉลี่ย 40-50 คนต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่จะซื้อแพ็กเกจเรียนแบบระยะยาวประมาณ 2 เดือน และลงเรียนอย่างต่อเนื่อง บางครั้งยังมีผู้สูงอายุในช่วงวัย 60-70 ปี เข้าร่วมการเรียนด้วย

image.png

 

 

3.2 สถานที่ฝึกสอนศิลปะการต่อสู้ (Multi-Discipline Combat & MMA Studios)

 ปัจจุบันชาวฮ่องกงนิยมการออกกำลังกายพร้อมสนใจกิจกรรมรูปแบบใหม่ ทำให้ศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆ เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีตัวอย่างดังนี้

1) CYM

สถานออกกำลังกาย CYM เป็นยิมสอนศิลปะการต่อสู้ซึ่งบริหารงาน โดย Ms. Flora Leung ครูฝึกสอนหญิง    ชาวฮ่องกงที่มีความหลงใหลและความรักในกีฬามวยไทยอย่างแท้จริง ธุรกิจของเธอได้ผ่านการจดทะเบียนในหมวดธุรกิจประเภท Fitness  โดยเริ่มต้นจากการศึกษาและฝึกฝนมวยไทยเมื่อครั้งที่เธอพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปะแขนงนี้ และตัดสินใจนำความรู้และประสบการณ์มาต่อยอด แม้พื้นที่จะมีขนาดเล็กสามารถบรรจุนักเรียนได้รอบละประมาณ 10-12 คน โดยแต่ละคลาสใช้เวลาเรียนประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ผู้สนใจได้แก่ เยาวชน คนวัยทำงาน หรือแม้แต่ผู้ใหญ่วัยเกษียณ ค่าบริการคิดราคา 500 ดอลลาร์ฮ่องกง ต่อการลงทะเบียนเรียน 4 ครั้ง ภายในเวลา 2 เดือน

 

image.png

 

2) The Fighters Club Wan Chai เป็นสถานออกกำลังกาย และฝึกมวยไทย สถานที่กว้างไม่แออัด ทำให้สามารถสมัครคลาสเรียนตัวต่อตัว โดย Mr. Jimmy Leung ที่เป็นครูชาวฮ่องกงสอนมวยไทย ทดลองเรียนฟรี 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายแบบการสอนตัวต่อตัวอยู่ที่ 500 – 1,000 ดอลล่าร์ฮ่องกงต่อคลาส

image.png

3.3 สถานที่ออกกำลังกายทั่วไป (24 Hrs & Commercial Fitness)

     ฮ่องกงการเปิดสถานออกกำลังกายจำนวน 1,140 แห่ง แบ่งเป็นสถานออกกำลังกาย 24 ชั่วโมงมากกว่า 176 แห่ง และนิยมเปิดในแหล่งธุรกิจสำคัญในฮ่องกง เช่น 

     1. POW Muay Thai & Fitness ตั้งอยู่ในย่าน Causeway Bay และ Sheung Wan บนเกาะฮ่องกง โดยมุ่งเน้นการฝึกที่เกี่ยวกับการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพเป็นหลัก กิจกรรมที่เปิดสอนประกอบด้วย มวยไทย โยคะ การเต้น Brazilian Jiu-Jitsu และศิลปะการต่อสู้แบบผสม นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าบางส่วนที่เข้ามาใช้บริการเพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมทั้งเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงไปพร้อมกัน

image.png

 

            2. Anytime Finess เป็นแบรนด์สถานออกกำลังกายฟิตเนสที่ใหญ่ที่สุด จาก Franchise (แฟรนไชส์) สหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่เปิดทำการ 24 ชั่วโมงทุกวัน เป็นระบบสมาชิก ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งธุรกิจและบ้านพักอาศัย  อาทิ Central Causeway Bay, Mongkok , Tsimshatsui, Wanchai ฯลฯ  มีบริการที่เข้าถึงได้ง่าย สะดวกสบายและความหยืดหยุนด้านเวลา โดยเฉพาะอุปกรณ์เล่นกีฬาภายยิม อาทิ  โยคะ HIIT ชกมวย 

 

image.png

 

    4. หน่วยงานและองค์กรสนับสนุนมวยไทยในฮ่องกง

   4.1 สมาคมมวยไทยแห่งฮ่องกง (Muaythai Association of Hong Kong) จัดตั้งขึ้นในปี 2554 เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในวงการมวยไทยในฮ่องกง โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลฮ่องกงผ่านหน่วยงาน The Leisure and Cultural Services Department (LCSD) ตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์การส่งเสริมและพัฒนากีฬามวยไทยในฮ่องกงด้วยจุดมุ่งหมายแบบไม่แสวงหาผลกำไร (https://hkmuaythai.org)   

image.png

 

ปัจจุบัน Muaythai Association of Hong Kong  มีสมาชิกทั้งหมด 108 ราย และได้ขึ้นทะเบียนการเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของสมาพันธ์มวยไทยนานาชาติ (IFMA) รวมทั้งยังได้รับการรับรองจากคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งฮ่องกงหรือ Sports Federation and Olympic Committee of Hong Kong, China โดยมีบทบาทสำคัญในการ สร้างความร่วมมือกับองค์กรกีฬาอื่นๆ รวมถึงจัดการแข่งขันมวยไทยทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับนานาชาติ ฝึกอบรมให้แก่ผู้สนใจชกมวยไทย ผู้สมัครเรียนเป็นโค้ชและอบรมผู้ตัดสินมวย ส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพผ่านการฝึกมวยไทย และสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์นักกีฬามวยไทยในท้องถิ่นและนักกีฬามวยไทยจากต่างประเทศ

image.png

 

          นอกจากนี้ สมาคมฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานด้านการศึกษาของฮ่องกงจัดหลักสูตรฝึกศิลปะมวยไทย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความนิยมในอนาคต พร้อมขยายโอกาสทางธุรกิจการค้าให้แก่ผู้ประกอบการและครูมวยของไทย

 

image.png

          4.2 สมาคมมวยไทย WBC Muay Thai จัดตั้งขึ้นในปี 2547 มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ศิลปะมวยไทยตั้งแต่ระดับเยาวชน ตลอดจนการแข่งขันอย่างเป็นทางการ 

 

image.png

 

    5. การแข่งขันมวยไทยในฮ่องกง

         ด้วยกีฬามวยไทยเป็นที่นิยมอย่างมากในฮ่องกง จึงมีการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ในรุ่นน้ำหนักที่หลากหลายทั้งผู้ชายและผู้หญิง ค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขันแบบทั่วไปมีราคาอยู่ระหว่าง 100 – 500 ดอลล่าร์ฮ่องกงโดยสมาคมที่มีบทบาทสำคัญในการจัดงานได้แก่ สมาคม Muaythai Association of Hong Kong, China (HKMTA) และ WBC Muaythai World Boxing Council

 

image.png

 

      6. โอกาสทางธุรกิจจากมวยไทยในฮ่องกง

      6.1 การเป็นครูสอนมวยไทย

         การนำเข้านักมวยจากประเทศไทยเพื่อทำหน้าที่ฝึกสอน โดยนักมวยเหล่านี้จำเป็นต้องผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายและมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ผู้ฝึกสอนจะต้องมีใบอนุญาต "ครูมวย" ระดับมืออาชีพ ซึ่งออกโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (Sports Authority of Thailand (SAT)) เพื่อพร้อมและความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ด้านมวยไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใบรับรองนี้สามารถขอได้ผ่านโปรแกรมต่างๆ เช่น C-License ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญที่สนับสนุนการขึ้นทะเบียนและรองรับกิจกรรมฝึกสอนทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

        ทั้งนี้ สามารถมีรายได้จากการสอนในสถานออกกำลังกาย และการสอนอิสระแบบตัวต่อตัวหรือกลุ่มเล็ก ในสวน สาธารณะ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างดีจากชาวฮ่องกง มีค่าใช้จ่ายประมาณชั่วโมงละประมาณ 300 ฮ่องกงดอลล่าร์ต่อคน

 

image.png

6.2 การเปิดค่ายสอนมวยไทย

          (1) สถานออกกำลังกายต้องจดทะเบียนการค้าแม้ว่าเป็นสถานที่ออกกำลังกายและฟิตเนสจำเป็นต้องขอใบรับรองการจดทะเบียนธุรกิจจากหน่วยงาน The Companies Registry เพื่อยืนยันความถูกต้องและความพร้อมในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการ

(2) ฟิตเนสดำเนินงานในรูปแบบคลับ ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตสำหรับให้บริการคลับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น The Home Affairs Department และตรวจสอบจากหน่วยงาน The Department of Health  ว่าจำเป็นต้องมีใบอนุญาตเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัยหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าสถานประกอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดทุกข้อที่เกี่ยวข้อง 

(3) ผ่านการตรวจสอบจาก The Fire Services Department ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสถานที่เป็นสิ่งสำคัญ โดยสถานที่ของธุรกิจสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยในการป้องกันอัคคีภัย หากสถานประกอบการได้รับการตรวจสอบแล้ว ก็จะเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

(4) ด้านภาษีและประกันสังคม ต้องลงทะเบียนเพื่อจุดประสงค์ทางภาษีกับกรมสรรพากร   และควรศึกษาข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านประกันสังคมที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เช่น โครงการ MPF สำหรับพนักงาน เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจดำเนินการตามกฎหมายทุกประการ ทั้งในด้านภาษีและการรับรองความคุ้มครองที่จำเป็นสำหรับพนักงาน รวมถึงตัวธุรกิจเอง

 

image.png

 

6.3 การจำหน่ายอุปกรณ์กีฬามวย เน้นร้านเฉพาะทาง (Specialty Stores) ห้างสรรพสินค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต และช่องทางออนไลน์ เช่น นวม ชุดมวย น้ำมันมวย กระสอบทราย แผ่นรองพื้น ผ้าพัน ยาแก้ปวด เป็นต้น 

 

image.png

 

7. ความท้าทาย

         7.1 ค่าใช้จ่ายในการเปิดดำเนินกิจการยิมนั้นเป็นปัจจัยต้นทุนที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเช่าสถานที่ในฮ่องกง ซึ่งมีอัตราค่าเช่าที่ค่อนข้างสูง ประมาณ 20,000 - 50,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งและความสะดวกของพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับการว่าจ้างครูฝึกหรือเทรนเนอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายและมวยไทย โดยอัตราเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 15,000 30,000 ดอลลาร์ฮ่องกง รวมถึงต้นทุนการนำเข้าอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ซ้อมและอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่จำเป็น ซึ่งหลายรายการจำเป็นต้องนำเข้าจากประเทศไทย อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายประการ เช่น สาธารณูปโภคและการตลาด ที่ต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 

         7.2 ชาวฮ่องกงบางส่วนอาจมองว่ากีฬามวยไทยเป็นกิจกรรมที่มีลักษณะรุนแรงจนเกินไป จำเป็นต้องการมีการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมภาพลักษณ์และความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคมและชาวฮ่องกง โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและเยาวชนเพื่อให้มวยไทยเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในอนาคต

         7.3 ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับราคาค่าเรียนและค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อมซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับกีฬาประเภทอื่น โดยเฉพาะการฝึกซ้อมที่ต้องอาศัยครูผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมวยไทย ซึ่งย่อมมีค่าตอบแทนสูงตามมาเป็นเงื่อนไขสำคัญของค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังรวมถึงค่าอุปกรณ์ใหม่ๆ และการบำรุงรักษาส่วนประกอบต่างๆ ที่เพิ่มภาระด้านต้นทุนให้แก่ผู้บริหารกิจการยิมที่จะต้องบริหารค่าใช้จ่ายด้วยความรัดกุม

8. ข้อคิดเห็น 

          8.1 สนับสนุนผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดฮ่องกง โดยจัดโครงการประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเกี่ยวกับมวยไทย 

     8.2 สร้างความร่วมมือกับสมาคมมวยไทยแห่งฮ่องกง เพื่อผลักดันกิจกรรมและการแข่งขันที่มีมาตรฐานสากล พร้อมประชาสัมพันธ์ศิลปะมวยไทยในเชิงวัฒนธรรม

          8.3 ผลักดันการรับรองมาตรฐานครูมวยไทย ให้เป็นที่ยอมรับในฮ่องกง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและโอกาสในการประกอบอาชีพของครูฝึกจากไทย

         8.4 ใช้สื่อดิจิทัลและอินฟลูเอนเซอร์ ในการสร้างกระแสและโปรโมตสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย เพื่อเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานที่เป็นฐานลูกค้าหลัก

8.5 ฮ่องกงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับการต่อยอดธุรกิจมวยไทย ทั้งในด้านสินค้าบริการ และ Soft Power หากประเทศไทยสามารถผลักดันการสร้างแบรนด์ “ต้นตำรับมวยไทย” ควบคู่กับการพัฒนาบริการเชิงประสบการณ์และความร่วมมือกับสมาคมท้องถิ่น จะช่วยสร้างโอกาสทางการค้าและยกระดับภาพลักษณ์ของมวยไทยในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน

                                                           -------------------------------------------------------------------------

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

(1) Growth Market Report Analysis : Muay Thai Market Size & Industry Growth 2030

(2) poideata.io ; How many Muay Thai boxing gyms are in Hong Kong in 2025

(3) เว็ปไซต์: MUAYTHAI ASSOCIATION OF HONG KONG, CHINA

(3) เว็ปไซต์ : happyhongkonger.com/best-muay-thai-gyms-hong-kong  

(4) เว็ปไซต์ อุปกรณ์สำหรับมวยไทย; https//www.facebook.com/marketplace/hongkong/boxing-equipment

(5) กฎระเบียบการจดทะเบียนสถานที่ออกกำลังกาย : http://opencompanyhongkong.com/open-a-sports-business-in-hong-kong/

 

มวย 16 Feb 26.pdf
Share :
Instagram