
เมืองชิงต่าว เดินหน้ายุทธศาสตร์ระดับชาติ มุ่งสู่การเป็น “เมืองศูนย์กลางทางทะเลระดับโลก”ภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) ได้ใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และฐานอุตสาหกรรมดั้งเดิมอันแข็งแกร่ง ทั้งนี้ ในปี 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน เศรษฐกิจทางทะเล (Blue Economy) ของชิงต่าวได้เปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง จาก”การขยายตัวเชิงปริมาณ” สู่ “การเติบโตเชิงคุณภาพ” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ และการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมทะเลเชิงลึก (Deep-Blue Industry) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
เจาะลึกสถานการณ์ตลาด ยุทธศาสตร์ “4+4+2”
ในช่วงครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ชิงต่าวประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านจากโมเดลเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมที่พึ่งพาเพียงท่าเรือและการประมง ไปสู่การเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการจัดสรรทรัพยากรระดับโลก โดยเป็นเมืองแรกในจีนที่วางโครงสร้างอุตสาหกรรมสมัยใหม่ในรูปแบบ “4+4+2” ประกอบด้วย
4 อุตสาหกรรมดั้งเดิมที่มีความได้เปรียบ (Traditional Advantages) ยกระดับการประมงทางทะเล การขนส่งผ่านท่าเรือ การท่องเที่ยวชายฝั่ง และเคมีภัณฑ์ทางทะเล
4 อุตสาหกรรมเกิดใหม่ (Emerging Industries) อุปกรณ์วิศวกรรมทางทะเลระดับไฮเอนด์ ยาและผลิตภัณฑ์ชีวภาพทางทะเล การแยกและใช้ประโยชน์จากน้ำทะเล และพลังงานหมุนเวียนทางทะเล
2 อุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries)วางรากฐานการขุดเจาะทะเลลึก และระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทางทะเล
มูลค่าตลาดและห่วงโซ่อุตสาหกรรมทางทะเล
เศรษฐกิจทางทะเลของเมืองชิงต่าวมีอัตราการเติบโตและขนาดตลาดที่นำหน้าเมืองชายฝั่งหลักส่วนใหญ่ในจีน โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมทางทะเล (Gross Marine Product) ของชิงต่าว ทะลุ 600,000 ล้านหยวน (ประมาณ 2.88 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 30% ของ GDP เมืองชิงต่าว และมีส่วนร่วมต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองเกือบ 50% คาดการณ์ว่าภายในปี 2573 มูลค่าจะทะยานทะลุ 800,000 ล้านหยวน (ประมาณ 3.84 ล้านล้านบาท)
ปัจจุบันโครงสร้างทางเศรษฐกิจทางทะเลถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ทำให้เกิดการเชื่อมโยงพื้นที่อ่าวอย่างเป็นระบบ ได้แก่ (1) Qingdao Oceantec Valley(นวัตกรรมและเทคโนโลยี) มีการวิจัยร่วมกับสถาบันระดับชาติ (2) เขตพัฒนาเศรษฐกิจฝั่งตะวันตก The West Coast New Area (อุตสาหกรรมท่าเรือ) มุ่งเน้นอุตสาหกรรมหนักและการขนส่งผ่านท่าเรือหลัก Qianwan และ Dongjiakou เพื่อผลักดันโครงการปิโตรเคมีและการกลั่นน้ำมันของชาติ และ (3) เขต Laoshan (เทคโนโลยีสารสนเทศทางทะเล) โดยมีเขตพื้นที่รอบนอก อาทิ Jimo, Chengyang และ Jiaozhou ทำหน้าที่เชื่อมโยงและขยายห่วงโซ่เศรษฐกิจให้ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค
นอกจากนี้ ชิงต่าวยังเป็นแกนนำบูรณาการ “กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงระดับชาติ” กับเมืองเยียนไถและเวยไห่ ซึ่งเป็นเมืองรองติดทะเลใกล้เคียง ซึ่งประกอบด้วยองค์กรห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำถึงปลายน้ำกว่า 100 แห่ง โดยมีอัตราการผลิตชิ้นส่วนในท้องถิ่น (Local Content Rate) สำหรับเรือสูงเกินกว่า 40%
การวิเคราะห์ห่วงโซ่อุตสาหกรรม: จากการพัฒนาทรัพยากรสู่การสร้างมูลค่า (Value Creation)
ห่วงโซ่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจทางทะเลของชิงต่าว มีความสมบูรณ์เชิงระบบนิเวศสูง โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้:
ต้นน้ำ: นวัตกรรมเทคโนโลยีและการจัดหาทรัพยากร
ชิงต่าวเป็นศูนย์รวมทรัพยากรการวิจัยทางทะเลที่หนาแน่นที่สุดในจีน มีห้องปฏิบัติการระดับชาติเฉพาะทางด้านทะเล มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยจำนวนมาก ส่งผลให้มีความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงในตลาดเฉพาะ (Niche Market) เช่น เซ็นเซอร์ทางทะเลและหุ่นยนต์ใต้น้ำ ซึ่งช่วยทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ
กลางน้ำ: การผลิตอัจฉริยะและพลังงานสะอาด
มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านภาคการผลิตไปสู่ความอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ฐานอุตสาหกรรมการต่อเรือ Haixiwan กำลังก้าวสู่ระดับสากล โดยบริษัท CSSC ได้พัฒนาเรือที่ใช้เชื้อเพลิงสีเขียวเกินกว่าร้อยละ 90 และส่งมอบเครื่องยนต์เรือเชื้อเพลิงแอมโมเนียเครื่องแรกของจีน นอกจากนี้ในด้านพลังงานหมุนเวียน มีการใช้งานกังหันลมลอยน้ำและการพัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์ทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม
ปลายน้ำ: การประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์ขั้นสูง
โลจิสติกส์ท่าเรือ: ท่าเรือชิงต่าวเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัตโนมัติ (Fully Automated Port) ไร้คนควบคุมเต็มรูปแบบ สร้างสถิติประสิทธิภาพระดับโลก
การประมงน้ำลึก: ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานเชิงอุตสาหกรรมผ่านเรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะขนาด 100,000 ตัน เป็นระบบเครือข่ายเชื่อมโยง 3 ลำ (Guoxin No.1, Guoxin No.1 2-1 และ Guoxin No.1 2-2) ซึ่งเพิ่มผลิตผลได้อย่างมีนัยสำคัญ
การท่องเที่ยว: การยกระดับการท่องเที่ยวทางทะเล วัฒนธรรม และสุขภาพ ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น
ความเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว
แนวโน้มการเติบโตอย่างมั่นคงและความพร้อมของระบบนิเวศเศรษฐกิจทางทะเลของเมืองชิงต่าว ถือเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับภาคธุรกิจไทยในการสร้างความร่วมมือและการลงทุนระยะยาวใน 3 สาขาหลัก
อุตสาหกรรมประมงและแปรรูปอาหารทะเลขั้นสูง ผสานรวมจุดแข็งด้านวัตถุดิบและทรัพยากรประมงที่หลากหลายของไทย เข้ากับเทคโนโลยีการแปรรูปที่ทันสมัยและระบบโลจิสติกส์ห้องเย็นของชิงต่าว เพื่อยกระดับมูลค่าสินค้าและขยายส่วนแบ่งในตลาดจีน
โลจิสติกส์เชื่อมโยงจีนเหนือ ใช้ประโยชน์จากท่าเรืออัตโนมัติชิงต่าวในฐานะศูนย์กลางกระจายสินค้า (Logistics Hub) ประจำภูมิภาคทะเลป๋อไห่ เพื่อเป็นเส้นทางหลักในการส่งสินค้าเกษตรและอาหารทะเลของไทยเข้าสู่ตลาดจีนตอนเหนือ
ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวทางทะเลเชิงบูรณาการ พัฒนาเส้นทางและความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวชายฝั่งเชิงวัฒนธรรมและสุขภาพ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงจากจีน รวมถึงการใช้สิทธิประโยชน์จากนโยบายสนับสนุนและแพลตฟอร์มการค้าเสรีของชิงต่าวในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่ยั่งยืน