fb
ยอดขายร้านเสื้อผ้าเดนมาร์กฟื้นตัว สวนทางยอดขายออนไลน์ที่หดตัว

ยอดขายร้านเสื้อผ้าเดนมาร์กฟื้นตัว สวนทางยอดขายออนไลน์ที่หดตัว

โดย
Kaewkarn
ลงเมื่อ 07 สิงหาคม 2569 20:52
สคต. ณ กรุงโคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) (TTC, Copenhagen (Denmark))
1

อุตสาหกรรมแฟชั่นของเดนมาร์กในปี 2568 มีพัฒนาการที่น่าสนใจ เมื่อยอดขายของร้านเสื้อผ้าแบบหน้าร้าน (Physical Stores) กลับมาเติบโตเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ขณะที่ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้ประกอบการเดนมาร์กกลับปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและทิศทางใหม่ของธุรกิจค้าปลีกแฟชั่นในประเทศ
ข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอเดนมาร์ก (Dansk Mode & Textil: DM&T) ระบุว่า ในปี 2568 ยอดขายของร้านเสื้อผ้าภายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 22,500 ล้าน   โครนเดนมาร์ก (DKK) ขณะที่ยอดขายผ่านเว็บไซต์ของผู้ประกอบการเดนมาร์กลดลงถึงร้อยละ 28 ซึ่งถือเป็น   การเปลี่ยนแปลงที่สวนทางกับแนวโน้มในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ที่การค้าออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม DM&T ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจยังไม่ใช่แนวโน้มถาวร เนื่องจากข้อมูลในไตรมาสแรกของปี 2569 พบว่ายอดขายหน้าร้านแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ยอดขายออนไลน์กลับมาขยายตัวร้อยละ 8 แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคยังอยู่ในช่วงปรับตัว และการค้าปลีกทั้งสองช่องทางยังคงมีบทบาทควบคู่กัน
ผู้เชี่ยวชาญของ DM&T อธิบายว่า การลดลงของยอดขายออนไลน์สะท้อนเฉพาะเว็บไซต์ของผู้ประกอบการเดนมาร์กเท่านั้น โดยไม่ได้รวมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคเดนมาร์กผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ เช่น Zalando, Boozt, ASOS หรือแพลตฟอร์มจากจีนอย่าง Shein ซึ่งคาดว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร้านค้าออนไลน์ของเดนมาร์กสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับผู้เล่นระดับนานาชาติที่มีศักยภาพด้านราคา             ความหลากหลายของสินค้า และการตลาดดิจิทัลที่แข็งแกร่งกว่า
ในอีกด้านหนึ่ง การเติบโตของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมสะท้อนว่าผู้บริโภคยังให้คุณค่ากับประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าในร้าน การทดลองสวมใส่ และการได้รับบริการจากพนักงานขาย ส่งผลให้ร้านค้าจริงยังคงมีบทบาทสำคัญ แม้ว่าธุรกิจแฟชั่นจำนวนมากจะดำเนินกลยุทธ์ Omnichannel โดยผสานร้านค้าจริงกับช่องทางออนไลน์เข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างต่อเนื่องในทุกช่องทาง

ด้านการค้าระหว่างประเทศ อุตสาหกรรมแฟชั่นเดนมาร์กยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากตลาดส่งออก โดยในปี 2568 การส่งออกสินค้าแฟชั่นเติบโตร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าช่วงไตรมาสแรกของ      ปี 2569 จะเริ่มชะลอตัวเล็กน้อยก็ตาม ทั้งนี้ การเติบโตของการส่งออกได้รับแรงหนุนจากตลาดนอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศส ขณะที่ตลาดเยอรมนี ซึ่งเป็นตลาดส่งออกแฟชั่นที่ใหญ่ที่สุดของเดนมาร์ก ยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ ทำให้การขยายตัวของการส่งออกโดยรวมยังมีข้อจำกัด
DM&T ระบุว่า ในระยะต่อไป การส่งออกจะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมแฟชั่นเดนมาร์ก หากภาคธุรกิจต้องการรักษาการเติบโตในปี 2569 จำเป็นต้องเร่งขยายตลาดต่างประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน ธุรกิจแฟชั่นจะต้องพัฒนารูปแบบการดำเนินงานแบบ Omnichannel ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง

Source: Børsen

บทวิเคราะห์ผลกระทบต่อไทย ข้อเสนอแนะ โอกาสและแนวทาง และความคิดเห็นของสคต.:  
•    การนำเข้าผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องหนัง เครื่องประดับ และสินค้าไลฟ์สไตล์ของเดนมาร์ก
o    การนำเข้าจากทั่วโลก ในปี 2568 เดนมาร์กนำเข้าผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องหนัง เครื่องประดับ และสินค้าไลฟ์สไตล์ ภายใต้กลุ่มรหัสศุลกากร HS 42, 46, 50–64, 69, 70, 71, 94 และ 96 จากทั่วโลก มีมูลค่ารวม 14,433.34 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.48% เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งมีมูลค่า 13,064.68 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเดนมาร์กยังคงมีความต้องการนำเข้าสินค้าในกลุ่มแฟชั่น สิ่งทอ เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน และสินค้าไลฟ์สไตล์จากต่างประเทศในระดับสูง
o    แหล่งนำเข้าสำคัญ แหล่งนำเข้าสำคัญอันดับ 1 ของเดนมาร์กในปี 2568 ได้แก่ จีน มูลค่า 2,983.89 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 20.67% ของการนำเข้าทั้งหมด และขยายตัว 16.23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รองลงมา ได้แก่ เยอรมนี มูลค่า 1,665.91 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 11.54% ขยายตัว 15.37% และ สวีเดน มูลค่า 1,397.44 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 9.68% ขยายตัว 12.97% ขณะที่โปแลนด์อยู่ในอันดับที่ 4 มูลค่า 1,334.23 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 9.24% และขยายตัวสูงถึง 18.60% ส่วนบังกลาเทศเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 5 มูลค่า 996.02 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 6.90% ขยายตัว 3.44%
o    แหล่งนำเข้าที่มีการขยายตัวโดดเด่น ในบรรดาประเทศคู่ค้าสำคัญ พบว่าหลายประเทศมีการส่งออกมายังเดนมาร์กเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมียนมา ซึ่งมีมูลค่าการนำเข้า 143.58 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 26.93% ขณะที่สโลวาเกีย มีมูลค่า 74.59 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.19% และ โรมาเนีย มูลค่า 74.82 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.95% นอกจากนี้ ประเทศในยุโรปบางแห่งมีอัตราการขยายตัวสูงมาก แม้มีฐานการค้าขนาดเล็กกว่า เช่น ไอร์แลนด์ ขยายตัว 94.76% และ สวิตเซอร์แลนด์ ขยายตัว 67.05% สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันและความหลากหลายของแหล่งนำเข้าสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ในตลาดเดนมาร์ก
o    การนำเข้าจากประเทศไทย ในปี 2568 ไทยเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 22 ของเดนมาร์ก สำหรับสินค้ากลุ่มดังกล่าว มีมูลค่ารวม 127.72 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.52% จากปี 2567 ซึ่งมีมูลค่า 122.20 ล้านเหรียญสหรัฐ และคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 0.88% ของการนำเข้าทั้งหมด แม้ว่าส่วนแบ่งของไทยในตลาดเดนมาร์กยังอยู่ในระดับค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับจีนและประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในยุโรปและเอเชีย แต่การนำเข้าจากไทยยังคงขยายตัวเป็นบวก สะท้อนถึงโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด โดยเฉพาะสินค้าที่ไทยมีศักยภาพด้านการออกแบบและงานฝีมือ เช่น สิ่งทอและเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ เครื่องประดับ เครื่องหนัง สินค้าหัตถกรรม ของตกแต่งบ้าน และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สามารถสร้างความแตกต่างด้วยคุณภาพ การออกแบบ วัสดุธรรมชาติ งานฝีมือ และแนวคิดด้านความยั่งยืน
•    การเปลี่ยนแปลงของตลาดแฟชั่นเดนมาร์กสะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเข้าสู่ยุค Omnichannel อย่างชัดเจน โดยผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อสินค้าผ่านหน้าร้านควบคู่กับช่องทางออนไลน์ มากกว่าการพึ่งพาช่องทางใดช่องทางหนึ่งเพียงอย่างเดียว สำหรับประเทศไทย แนวโน้มดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อผู้ส่งออกสินค้าแฟชั่น สิ่งทอ รองเท้า เครื่องหนัง เครื่องประดับ และสินค้าไลฟ์สไตล์ เนื่องจากแบรนด์และผู้ค้าปลีกเดนมาร์กยังคงให้ความสำคัญกับการมีสินค้าจำหน่ายในร้านค้าจริง ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไทยสามารถนำเสนอสินค้าในรูปแบบ Private Label, OEM/ODM หรือสร้างแบรนด์ของตนเองผ่านตัวแทนจำหน่ายและผู้ค้าปลีกในเดนมาร์กได้มากขึ้น
•    ขณะเดียวกัน การแข่งขันของผู้ค้าปลีกออนไลน์เดนมาร์กกับแพลตฟอร์มระดับโลก เช่น Zalando, ASOS และ Shein สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันในตลาดแฟชั่นยุโรปไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึงความรวดเร็วในการส่งมอบ ประสบการณ์ของผู้บริโภค ความยั่งยืน และภาพลักษณ์ของแบรนด์ การมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพสูง มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว และตอบโจทย์แนวโน้มของผู้บริโภคยุโรป เช่น สินค้าแฟชั่น      ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เส้นใยธรรมชาติ วัสดุชีวภาพ หรือกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสามารถสื่อสารเรื่องราว (Storytelling) และที่มาของสินค้าได้อย่างชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญ
•    ทั้งนี้ สคต. ณ กรุงโคเปนเฮเกน เห็นว่า แม้ตลาดแฟชั่นเดนมาร์กจะมีการแข่งขันสูงและให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น แต่ก็ยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สามารถตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้ การเร่งยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะด้านความยั่งยืน การตรวจสอบย้อนกลับ และการเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับแบรนด์และผู้ค้าปลีกเดนมาร์กผ่านงานแสดงสินค้าและกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ สามารถขยายโอกาสทางการค้าและสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวในตลาดเดนมาร์กและยุโรปเหนือต่อไป

 

Share :
Instagram