fb
พฤติกรรมและเทรนด์การช้อปปิ้งออนไลน์ของ Gen Z สหรัฐฯ

พฤติกรรมและเทรนด์การช้อปปิ้งออนไลน์ของ Gen Z สหรัฐฯ

โดย
Suwaparb
ลงเมื่อ 29 สิงหาคม 2568 11:00
สคต. ณ นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, New York (USA))
75

ทำความรู้จักผู้บริโภคชาว Gen Z

     Gen Z คือกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี 1997 – 2012 กำลังมีบทบาทสำคัญในโลกค้าปลีก เติบโตมาในฐานะ “คนดิจิทัลโดยกำเนิด” (digital natives) จึงคุ้นเคยกับเทคโนโลยี สื่อสังคมออนไลน์ และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นอย่างดี แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ เช่น ค่าครองชีพที่สูงและภาระหนี้การศึกษา แต่ก็ยังคงมีอำนาจการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

     Gen Z เป็นผู้บริโภคที่จริงจัง รอบคอบ และใส่ใจคุณค่าทางสังคม โดยคาดหวังให้แบรนด์มีความโปร่งใส ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความยั่งยืน

พฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ของกลุ่ม Gen Z สหรัฐฯ

  • ความถี่ในการซื้อ: เกือบครึ่งของวัยรุ่นและ 59% ของผู้ใหญ่ Gen Z ในสหรัฐฯ ช้อปออนไลน์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หลายคนซื้อบ่อยถึง 2 ครั้งขึ้นไปต่อสัปดาห์

  • เหตุผลที่เลือกซื้อสินค้าออนไลน์: ความสะดวก ความรวดเร็ว ตัวเลือกการชำระเงินหลากหลาย รวมถึงบริการ Buy Now, Pay Later ขณะที่ความล่าช้าในการจัดส่งหรือค่าขนส่งสูง มักเป็นเหตุผลที่ทำให้เลิกซื้อ

  • ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ: Gen Z ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มักเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจ และรอโปรโมชันเพื่อให้ได้ดีลที่ดีที่สุด

    image.png

หมวดสินค้าที่นิยมซื้อ

  • เสื้อผ้าและรองเท้า โดยเฉพาะสนีกเกอร์และแฟชั่น (ประมาณ 70%)

  • สินค้าความบันเทิง เช่น วิดีโอเกมและบริการสตรีมมิ่ง

  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น หูฟังและสมาร์ทโฟน (38–46%)

  • ผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลส่วนบุคคล โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง

หมวดสินค้าที่เติบโตใหม่ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ สินค้าเพื่อความยั่งยืนและสินค้ามือสอง

image.png

ช่องทางและแพลตฟอร์มที่ Gen Z เลือกใช้

  • ร้านค้าออนไลน์รายใหญ่ เช่น Amazon, Walmart, Target

  • แบรนด์สินค้าแฟชั่นและความงาม เช่น H&M, Sephora

  • โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ Instagram และ TikTok

  • มือถือคืออุปกรณ์หลักในการเลือกซื้อสินค้า มากกว่าคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต

แรงจูงใจและคุณค่าที่มีอิทธิพล

  • ใส่ใจจริยธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม

  • เลือกแบรนด์ที่สอดคล้องกับค่านิยมส่วนตัว เช่น ความยั่งยืน ความหลากหลาย

  • ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อสินค้าที่รักษ์โลก หากราคาเหมาะสม

ความภักดีต่อแบรนด์

Gen Z มี “ความภักดีแบบมีเงื่อนไข” คือพร้อมสนับสนุนแบรนด์ที่จริงใจ โปร่งใส และสอดคล้องกับค่านิยม แต่หากไม่ตอบโจทย์ ก็พร้อมเปลี่ยนไปหาแบรนด์อื่นทันที

บทบาทของโซเชียลมีเดีย

  • เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาและซื้อสินค้า

  • Influencer และคอนเทนต์รีวิวมีอิทธิพลสูงต่อการตัดสินใจ

  • กลยุทธ์ Nostalgia Marketing เช่น เทรนด์ยุค 90s และ 2000s ช่วยสร้างการเชื่อมโยงทางอารมณ์

สิ่งที่ Gen Z ต้องการจากแบรนด์

  • ความจริงใจและความโปร่งใส ทั้งด้านที่มาของสินค้าและการกำหนดราคา

 

  • ความยั่งยืนและการรับผิดชอบต่อสังคมที่พิสูจน์ได้

  • ประสบการณ์ Omnichannel ที่ผสานออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ

  • การปรับแต่งเฉพาะบุคคล เช่น AR ทดลองใช้ หรือโหวตออกแบบสินค้า

  • Social Commerce ที่สะดวก รวดเร็ว และเชื่อมโยงกับโซเชียลแพลตฟอร์ม

สรุป

Gen Z เป็นผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์อีคอมเมิร์ซ มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล มีความคาดหวังสูง และตัดสินใจซื้อสินค้าโดยยึดโยงกับคุณค่าทางสังคม แบรนด์ที่จะคว้าความภักดีจาก Gen Z ได้ต้องขายสินค้าด้วย ความจริงใจ นวัตกรรม และมีการเชื่อมโยงออนไลน์-ออฟไลน์อย่างสอดคล้องและต่อเนื่อง

ข้อเสนอแนะจากสคต.นิวยอร์ก

     ผู้ประกอบการที่ต้องการเจาะตลาด Gen Z ในสหรัฐฯ ควรสื่อสารด้วยความจริงใจ โปร่งใส และเน้นคุณค่าด้านความยั่งยืน ใช้โซเชียลมีเดียและ Influencer เป็นช่องทางเข้าถึง พร้อมนำเสนอโปรโมชันหรือดีลที่คุ้มค่า การสร้างประสบการณ์ Omnichannel และการปรับสินค้าให้ตรงความต้องการเฉพาะบุคคล จะช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มโอกาสคว้าความภักดีจากผู้บริโภคกลุ่มนี้

 

ส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก

ข้อมูลอ้างอิง Mintel

Share :
Instagram