
ทำความรู้จักผู้บริโภคชาว Gen Z
Gen Z คือกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี 1997 – 2012 กำลังมีบทบาทสำคัญในโลกค้าปลีก เติบโตมาในฐานะ “คนดิจิทัลโดยกำเนิด” (digital natives) จึงคุ้นเคยกับเทคโนโลยี สื่อสังคมออนไลน์ และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นอย่างดี แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ เช่น ค่าครองชีพที่สูงและภาระหนี้การศึกษา แต่ก็ยังคงมีอำนาจการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Gen Z เป็นผู้บริโภคที่จริงจัง รอบคอบ และใส่ใจคุณค่าทางสังคม โดยคาดหวังให้แบรนด์มีความโปร่งใส ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความยั่งยืน
พฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ของกลุ่ม Gen Z สหรัฐฯ
ความถี่ในการซื้อ: เกือบครึ่งของวัยรุ่นและ 59% ของผู้ใหญ่ Gen Z ในสหรัฐฯ ช้อปออนไลน์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หลายคนซื้อบ่อยถึง 2 ครั้งขึ้นไปต่อสัปดาห์
เหตุผลที่เลือกซื้อสินค้าออนไลน์: ความสะดวก ความรวดเร็ว ตัวเลือกการชำระเงินหลากหลาย รวมถึงบริการ Buy Now, Pay Later ขณะที่ความล่าช้าในการจัดส่งหรือค่าขนส่งสูง มักเป็นเหตุผลที่ทำให้เลิกซื้อ
ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ: Gen Z ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มักเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจ และรอโปรโมชันเพื่อให้ได้ดีลที่ดีที่สุด

หมวดสินค้าที่นิยมซื้อ
เสื้อผ้าและรองเท้า โดยเฉพาะสนีกเกอร์และแฟชั่น (ประมาณ 70%)
สินค้าความบันเทิง เช่น วิดีโอเกมและบริการสตรีมมิ่ง
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น หูฟังและสมาร์ทโฟน (38–46%)
ผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลส่วนบุคคล โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง
หมวดสินค้าที่เติบโตใหม่ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ สินค้าเพื่อความยั่งยืนและสินค้ามือสอง

ช่องทางและแพลตฟอร์มที่ Gen Z เลือกใช้
ร้านค้าออนไลน์รายใหญ่ เช่น Amazon, Walmart, Target
แบรนด์สินค้าแฟชั่นและความงาม เช่น H&M, Sephora
โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ Instagram และ TikTok
มือถือคืออุปกรณ์หลักในการเลือกซื้อสินค้า มากกว่าคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต
แรงจูงใจและคุณค่าที่มีอิทธิพล
ใส่ใจจริยธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม
เลือกแบรนด์ที่สอดคล้องกับค่านิยมส่วนตัว เช่น ความยั่งยืน ความหลากหลาย
ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อสินค้าที่รักษ์โลก หากราคาเหมาะสม
ความภักดีต่อแบรนด์
Gen Z มี “ความภักดีแบบมีเงื่อนไข” คือพร้อมสนับสนุนแบรนด์ที่จริงใจ โปร่งใส และสอดคล้องกับค่านิยม แต่หากไม่ตอบโจทย์ ก็พร้อมเปลี่ยนไปหาแบรนด์อื่นทันที
บทบาทของโซเชียลมีเดีย
เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาและซื้อสินค้า
Influencer และคอนเทนต์รีวิวมีอิทธิพลสูงต่อการตัดสินใจ
กลยุทธ์ Nostalgia Marketing เช่น เทรนด์ยุค 90s และ 2000s ช่วยสร้างการเชื่อมโยงทางอารมณ์
สิ่งที่ Gen Z ต้องการจากแบรนด์
ความจริงใจและความโปร่งใส ทั้งด้านที่มาของสินค้าและการกำหนดราคา
ความยั่งยืนและการรับผิดชอบต่อสังคมที่พิสูจน์ได้
ประสบการณ์ Omnichannel ที่ผสานออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ
การปรับแต่งเฉพาะบุคคล เช่น AR ทดลองใช้ หรือโหวตออกแบบสินค้า
Social Commerce ที่สะดวก รวดเร็ว และเชื่อมโยงกับโซเชียลแพลตฟอร์ม
สรุป
Gen Z เป็นผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์อีคอมเมิร์ซ มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล มีความคาดหวังสูง และตัดสินใจซื้อสินค้าโดยยึดโยงกับคุณค่าทางสังคม แบรนด์ที่จะคว้าความภักดีจาก Gen Z ได้ต้องขายสินค้าด้วย ความจริงใจ นวัตกรรม และมีการเชื่อมโยงออนไลน์-ออฟไลน์อย่างสอดคล้องและต่อเนื่อง
ข้อเสนอแนะจากสคต.นิวยอร์ก
ผู้ประกอบการที่ต้องการเจาะตลาด Gen Z ในสหรัฐฯ ควรสื่อสารด้วยความจริงใจ โปร่งใส และเน้นคุณค่าด้านความยั่งยืน ใช้โซเชียลมีเดียและ Influencer เป็นช่องทางเข้าถึง พร้อมนำเสนอโปรโมชันหรือดีลที่คุ้มค่า การสร้างประสบการณ์ Omnichannel และการปรับสินค้าให้ตรงความต้องการเฉพาะบุคคล จะช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มโอกาสคว้าความภักดีจากผู้บริโภคกลุ่มนี้
ส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก
ข้อมูลอ้างอิง Mintel