fb
จีนอนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์จากผึ้งไทยเพิ่มเติม หนุนโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรไทย

จีนอนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์จากผึ้งไทยเพิ่มเติม หนุนโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรไทย

โดย
Vichupong
ลงเมื่อ 20 มกราคม 2569 13:30
สคต. ณ เมืองกวางโจว (จีน) (TTC, Guangzhou (China))
4

สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (General Administration of Customs of the People’s Republic of China: GACC) ได้ประกาศขยายขอบเขตการอนุญาตนำเข้า ผลิตภัณฑ์จากผึ้งจากประเทศไทย อย่างเป็นทางการ จากเดิมจีนอนุญาตให้นำเข้าเฉพาะน้ำผึ้ง (Honey) ปัจจุบันจีนได้ อนุญาตให้นำเข้าผลิตภัณฑ์จากผึ้งของไทยเพิ่มเติม ได้แก่ นมผึ้ง (Royal Jelly) และ เกสรผึ้ง (Bee Pollen) 

การขยายขอบเขตการนำเข้าดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ฝ่ายจีนและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยได้บรรลุข้อตกลงว่าด้วย ข้อกำหนดด้านการตรวจสอบและกักกันโรค ข้อกำหนดด้านสัตวแพทย์ สุขอนามัยอาหาร และการคุ้มครองพืช สำหรับผลิตภัณฑ์จากผึ้งของไทยที่ส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน

ผลิตภัณฑ์จากผึ้งดังกล่าวถือเป็นสินค้าที่มีศักยภาพสูงในตลาดจีน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ และมีแนวโน้มนิยมบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารฟังก์ชัน ตลอดจนผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ทั้งนี้ จากข้อมูลของ Global Trade Atlas ไทยส่งออกน้ำผึ้ง (HS Code: 040900) ไปยังจีน ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 มีปริมาณ 477.71 ตัน คิดเป็นมูลค่า 65.09 ล้านบาท ซึ่งการที่ไทยสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ “นมผึ้ง” และ “เกสรผึ้ง” ได้เพิ่มเติม จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทยอีกด้วยเช่นกัน

การเปิดตลาดดังกล่าวดำเนินการภายใต้กฎหมายและระเบียบด้านความปลอดภัยอาหารของจีนอย่างเคร่งครัด อาทิ กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยอาหาร กฎหมายว่าด้วยการตรวจสอบและกักกันสัตว์และพืชเข้า–ออกประเทศ กฎหมายว่าด้วยการตรวจสอบสินค้าเข้า–ออกประเทศ รวมถึงระเบียบการบริหารจัดการความปลอดภัยอาหารนำเข้า โดยมีพิธีสารระหว่างสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยข้อกำหนดด้านสัตวแพทย์ สุขอนามัยอาหาร และการคุ้มครองพืช สำหรับผลิตภัณฑ์จากผึ้งไทยที่ส่งออกไปจีน เป็นกรอบหลักในการดำเนินการ สะท้อนมาตรฐาน  ความเข้มงวดของจีน และความเชื่อมั่นต่อระบบกำกับดูแลของภาครัฐไทย 

ทั้งนี้ จีนได้กำหนดคำนิยาม ลักษณะทางชีวภาพ แหล่งที่มา และกระบวนการผลิตของสินค้าแต่ละประเภทไว้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการปลอมปนและยกระดับความปลอดภัยด้านอาหาร อย่างไรก็ตาม การส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้งไปจีน ผู้ประกอบการไทยต้องผ่านเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนกับฝ่ายจีนอย่างเป็นทางการ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยจะเป็นหน่วยงานตรวจสอบ รับรอง และเสนอรายชื่อโรงงานที่เป็นไปตามกฎหมาย มาตรฐาน และข้อกำหนดของจีนให้ฝ่ายจีนพิจารณา โรงงานที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนจะไม่สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ผึ้งไปยังจีนได้โดยเด็ดขาด ถือเป็นกลไกคัดกรองคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

2.png

ในด้านการตรวจสอบและกักกันโรค จีนกำหนดมาตรการอย่างละเอียด ตั้งแต่แหล่งที่มาของผึ้งต้องอยู่ในฟาร์มที่ขึ้นทะเบียนและอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานรัฐ พื้นที่โดยรอบต้องปลอดโรคสำคัญ เช่น โรคตัวด้วงรังผึ้ง (Small Hive Beetle - SHB)  โรคไรผึ้ง (Mite infestations) และ โรคตัวอ่อนผึ้งเน่า (Foulbrood) ทั้งยังต้องมีมาตรการจัดการเฉพาะกรณีศัตรูผึ้ง เช่น ไรวาร์รัว (Varroa mite) ผ่านกระบวนการกรอง การใช้ความร้อน หรือการแช่แข็งตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ

 นอกจากนี้ ทุกการส่งออกต้องแนบใบรับรองสุขอนามัยและการติดฉลาก การส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้งไปจีน แต่ละตู้คอนเทนเนอร์ต้องแนบใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) ตัวจริงอย่างน้อย 1 ฉบับ จัดทำเป็นภาษาจีน ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยต้องระบุข้อมูลการปิดผนึกตู้สินค้าอย่างชัดเจน อีกทั้งกระบวนการผลิต บรรจุ เก็บรักษา และขนส่ง ต้องแยกจากสินค้าที่ไม่ได้ส่งออกไปจีน และต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหารของจีน รวมถึงติดฉลากภาษาจีนครบถ้วนตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ผลระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย

การที่จีนประกาศขยายขอบเขตการอนุญาตนำเข้า ผลิตภัณฑ์จากผึ้งจากประเทศไทย ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกของการค้าสินค้าเกษตรไทยในตลาดจีน และสะท้อนความเชื่อมั่นของฝ่ายจีนต่อระบบควบคุมคุณภาพอาหารของไทย โดยเฉพาะในช่วงที่จีนให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหารและการนำเข้าสินค้าเกษตรคุณภาพสูง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรศึกษารายละเอียดข้อกำหนดอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานการผลิต การตรวจสอบย้อนกลับ และการขึ้นทะเบียนโรงงาน เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการค้า ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มศักยภาพ อย่างไรก็ดี ตลาดจีนมีการแข่งขันสูง ประเทศคู่แข่งอย่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศในยุโรป ต่างมีผลิตภัณฑ์จากผึ้งคุณภาพสูงเช่นกัน ไทยจึงต้องไม่หยุดอยู่แค่ “การได้สิทธิ์ส่งออก” แต่ต้องพัฒนาเรื่องคุณภาพ ความแตกต่างของสินค้า การสร้างเรื่องราวสินค้า (Storytelling) และการตลาดเชิงสุขภาพควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง

การเปิดตลาดผลิตภัณฑ์จากผึ้งครั้งนี้อาจเป็น “ต้นแบบ” ของการขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยชนิดอื่นในอนาคต หากทุกภาคส่วนสามารถใช้โอกาสนี้เป็นแรงผลักดันในการยกระดับมาตรฐานทั้งระบบได้สำเร็จ ไทยอาจไม่ได้เพียงส่งออกสินค้าไปจีนมากขึ้น แต่จะก้าวสู่การเป็น “ผู้ส่งออกอาหารคุณภาพ” ที่มีบทบาทชัดเจนในห่วงโซ่อาหารโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง

........................................

 

จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว

20 มกราคม 2569 

แหล่งข้อมูล

http://www.customs.gov.cn/customs/2026-01/12/article_2026011217395367720.html

 

 

จีนอนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์จากผึ้งไทยเพิ่มเติม หนุนโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรไทย.pdf
Share :
Instagram