fb
นายกรัฐมนตรีอินเดียเยือนอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ กระชับความร่วมมือ ด้านการค้า การลงทุน และความมั่นคง

นายกรัฐมนตรีอินเดียเยือนอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ กระชับความร่วมมือ ด้านการค้า การลงทุน และความมั่นคง

โดย
Parisa
ลงเมื่อ 13 กรกฎาคม 2569 01:30
สคต. ณ กรุงนิวเดลี (อินเดีย) (TTC, New Delhi (India))

นายกรัฐมนตรีอินเดียเยือนอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ กระชับความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และความมั่นคง

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซีย เครือรัฐออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 6–11 กรกฎาคม 2569 นับเป็นการเยือนต่างประเทศที่มีความสำคัญต่อ
การขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจของอินเดีย โดยผลการเยือนทั้งสามประเทศสะท้อนถึง
ความพยายามของอินเดียในการกระชับความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ทั้งในด้านการค้า การลงทุน ห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยี และความมั่นคง

อินโดนีเซีย: ยกระดับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์และขยายความร่วมมือด้านกลาโหม

การเยือนอินโดนีเซียถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเยือนต่างประเทศครั้งนี้ โดยนายกรัฐมนตรีโมดีได้หารือทวิภาคีกับประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต เพื่อทบทวนความคืบหน้าความร่วมมือระหว่างสองประเทศ พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจและข้อตกลงความร่วมมือรวม 14 ฉบับ ครอบคลุมด้านกลาโหม ความมั่นคงทางทะเล แร่หายากและแร่สำคัญ การเกษตร เทคโนโลยีอวกาศ สุขภาพ การศึกษา และวัฒนธรรม

สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งขยายความร่วมมือด้านการค้าและ
การลงทุน รวมถึงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของแร่สำคัญ (Critical Minerals) และอุตสาหกรรมเหล็ก 
เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

ในด้านความมั่นคง ทั้งสองประเทศมีการลงนามสัญญาจัดหา ขีปนาวุธ BrahMos ให้แก่กองทัพอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จสำคัญของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอินเดีย นอกจากนี้ ยังมีข้อตกลงส่งออกขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ Astra ไปยังอินโดนีเซียเป็นครั้งแรก สะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของอินเดียในฐานะผู้ส่งออกยุทโธปกรณ์ในภูมิภาค

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้มอบเครื่องอิสริยาภรณ์พลเรือนสูงสุด Bintang Adipurna แก่นายกรัฐมนตรีโมดี เพื่อยกย่องบทบาทในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอีกด้วย

ออสเตรเลีย: ผลักดันการลงทุน พลังงานสะอาด และความร่วมมือด้านความมั่นคง

หลังจากการเยือนอินโดนีเซีย นายกรัฐมนตรีโมดีเดินทางต่อไปยังนครเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลียเพื่อเข้าร่วมการประชุม Australia-India Annual Leaders' Summit ครั้งที่ ร่วมกับนายกรัฐมนตรี Anthony Albanese โดยทั้งสองฝ่ายได้ประกาศ ปฏิญญาร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านกลาโหมและ
ความมั่นคงฉบับใหม่ ซึ่งจะยกระดับความร่วมมือทางทหาร การฝึกร่วม การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ตลอดจนความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก 

ในด้านเศรษฐกิจ อินเดียและออสเตรเลียเห็นพ้องที่จะเร่งการเจรจาความตกลง Comprehensive Economic Cooperation Agreement (CECA) และกรอบความคุ้มครองการลงทุน เพื่อเพิ่มการค้าและ
การลงทุนระหว่างสองประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าด้านพลังงานที่สำคัญ คือ การดำเนินการตามข้อตกลงความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์พลเรือน ซึ่งจะเปิดทางให้ออสเตรเลียสามารถส่งออกยูเรเนียมสำหรับใช้ในโครงการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติของอินเดียได้ในอนาคต

กองทุน AustralianSuper ยังประกาศลงทุนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ในกองทุน National Investment and Infrastructure Fund (NIIF) ของอินเดีย สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนออสเตรเลียต่อศักยภาพเศรษฐกิจอินเดียในระยะยาว

นิวซีแลนด์: สถาปนาความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์และตั้งเป้าเพิ่มการค้าเป็นสองเท่าภายในปี 2573

ในช่วงสุดท้ายของการเยือน นายกรัฐมนตรีโมดีเดินทางเยือนนครโอ๊คแลนด์ ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี Christopher Luxon ซึ่งนับเป็นการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอินเดียครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปี

ผู้นำทั้งสองประเทศได้ประกาศจัดตั้ง India–New Zealand Strategic Partnership เพื่อยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน ความมั่นคง เทคโนโลยี และความร่วมมือระดับภูมิภาค พร้อมกำหนดเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศเป็นสองเท่าภายในปี 2573

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีโมดียังได้พบปะภาคธุรกิจและชุมชนชาวอินเดียในนิวซีแลนด์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระดับประชาชน ซึ่งถือเป็นอีกกลไกสำคัญในการผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคี

ข้อคิดเห็นของ สคต. ณ กรุงนิวเดลี

1. การเยือนอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ของนายกรัฐมนตรีอินเดียสะท้อนถึงการที่อินเดียให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมากขึ้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเสริมสร้างบทบาทของอินเดียในภูมิภาคและรักษาดุลอำนาจเชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจ โดยไทยสามารถใช้โอกาสดังกล่าวในการขยายความร่วมมือกับอินเดีย ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพร่วมกัน

2. ผลการเยือนทั้งสามประเทศสะท้อนให้เห็นว่าอินเดียให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมแร่สำคัญ (Critical Minerals) พลังงานสะอาด อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ อินเดียยังมีแนวโน้มกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบและสินค้าเพื่อลดการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะจีน ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายการส่งออกและสร้างความร่วมมือทางธุรกิจในสาขาที่สอดคล้องกับนโยบายของอินเดียในระยะต่อไป

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.newindianexpress.com/india/2026/Jul/10/after-australia-visit-pm-modi-leaves-for-new-zealand-for-final-leg-of-three-nation-tour

https://newsonair.gov.in/pm-narendra-modi-returns-to-india-after-successfully-concluding-his-3-nation-visit-to-indonesia-australia-and-new-zealand/

https://www.thehindu.com/news/national/narendra-modi-australia-visit-live-updates-three-nation-tour-green-energy-deals-anthony-albanese-melbourne/article71200835.ece

https://thediplomat.com/2026/07/indias-pm-winds-up-visit-to-indonesia-hails-new-avenues-for-cooperation/

https://www.eurasiareview.com/13072026-indias-pm-modi-visits-indonesia-to-boost-existing-strategic-ties-oped/

Share :
Instagram