fb
อินเดียใช้ประโยชน์ความตกลงอาเซียน–อินเดีย  เพิ่มนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากเวียดนาม

อินเดียใช้ประโยชน์ความตกลงอาเซียน–อินเดีย เพิ่มนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากเวียดนาม

โดย
Tran
ลงเมื่อ 05 พฤศจิกายน 2569 16:19
สคต. ณ นครโฮจิมินห์ (เวียดนาม) (TTC, Ho Chi Minh City (Vietnam))
3

เนื้อข่าว 

การปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาชิปหน่วยความจำ (Memory Chips) ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับสิทธิยกเว้นอากรนำเข้าในอัตราร้อยละ 0 ภายใต้ความตกลงทางการค้าอาเซียน–อินเดีย (ASEAN-India Trade in Goods Agreement: AITIGA) เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของอินเดียหันมาเพิ่มการนำเข้าชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์จากเวียดนาม โดยเฉพาะผู้ผลิตสมาร์ตโฟนและหูฟังไร้สาย (True Wireless Stereo: TWS Earbuds) ทั้งนี้ สำนักข่าว BusinessLine ของอินเดียรายงานว่า การนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากเวียดนามมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องในปีนี้ เนื่องจากมีความได้เปรียบด้านต้นทุนเมื่อเทียบกับการนำเข้าจากแหล่งอื่น ตลอดจนการผลิตภายในประเทศอินเดีย ส่งผลให้เวียดนามมีบทบาทเพิ่มขึ้นในฐานะแหล่งจัดหาชิ้นส่วนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของอินเดีย

image.png

 

ข้อมูลจากรัฐบาลอินเดียระบุว่า ในปี 2568 – 2569 อินเดียมีมูลค่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากเวียดนามรวม 5,360 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5 จากประมาณ 4,900 ล้านเหรียญสหรัฐในปีก่อนหน้า ขณะที่ในปี 2566 – 2567  มีมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.1 จาก 3,880 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2565 – 2566 สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของเวียดนามในฐานะแหล่งจัดหาสินค้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับภาคการผลิตของอินเดีย โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา บริษัทจำนวนมากได้ใช้ประโยชน์จากสิทธิยกเว้นอากรนำเข้าสำหรับสินค้าที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อนำเข้าชิ้นส่วนสมาร์ตโฟนและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่าง ๆ จากเวียดนามในปริมาณมาก อาทิ หน้าจอแสดงผล (Display Screens) โมดูลกล้อง (Camera Modules) และหูฟังที่ใช้เทคโนโลยีบลูทูธ (Bluetooth Earphones)

แหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมระบุเพิ่มเติมว่า ผู้นำเข้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทสัญชาติจีนที่มีฐานการผลิตหรือโรงงานประกอบสินค้าอยู่ในอินเดีย ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหาชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากการนำเข้าจากจีนโดยตรงมาเป็นการนำเข้าจากเวียดนามมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทบางแห่งเลือกนำเข้าหูฟังไร้สายจากเวียดนามโดยตรง เนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่าการผลิตภายในประเทศอินเดียอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บริษัทบางรายตัดสินใจจัดตั้งโรงงานผลิตในเวียดนามแทนการลงทุนสร้างฐานการผลิตในอินเดีย ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมให้ความเห็นว่า การนำเข้าชิ้นส่วนจากเวียดนามโดยได้รับสิทธิอากรนำเข้าในอัตราร้อยละ 0 ช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้ดีกว่าการลงทุนผลิตสินค้าเองภายในอินเดีย

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนแนวโน้มดังกล่าวคือความตกลงการค้าสินค้าภายใต้กรอบอาเซียน–อินเดีย (AITIGA) ซึ่งเปิดโอกาสให้สินค้าที่มีถิ่นกำเนิดในเวียดนามและเป็นไปตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) รวมทั้งมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin: C/O) ที่ถูกต้องครบถ้วน สามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรในการนำเข้าสู่อินเดียได้ แทนการใช้อัตราอากรศุลกากรปกติภายใต้การปฏิบัติเยี่ยงชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (Most-Favoured-Nation: MFN) ซึ่งโดยทั่วไปมีอัตราตั้งแต่ร้อยละ 0–20 สำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ นอกจากนี้ แม้รัฐบาลอินเดียจะมีมาตรการส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ โดยให้สิทธิประโยชน์จูงใจแก่บริษัทที่ลงทุนจัดตั้งโรงงานผลิตหน้าจอแสดงผลในอัตราร้อยละ 4 แต่ผู้ประกอบการบางส่วนเห็นว่าการนำเข้าสินค้าประเภทเดียวกันจากเวียดนามโดยได้รับสิทธิยกเว้นอากรนำเข้าในอัตราร้อยละ 0 อาจสร้างอัตรากำไรที่สูงกว่า เนื่องจากไม่ต้องรับภาระเงินลงทุนในการก่อสร้างโรงงาน การจัดหาเครื่องจักร และการดำเนินงานด้านการผลิตภายในอินเดีย

ขณะเดียวกัน ภาคการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของเวียดนามยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยข้อมูลจากกรมศุลกากรเวียดนาม ระบุว่า ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวียดนามมีมูลค่าการส่งออกคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน รวมถึงโทรศัพท์และชิ้นส่วน รวมทั้งสิ้น 189,650 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นประมาณร้อยละ 40 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมดของประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน ซึ่งมีมูลค่า 135,310 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 65.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเวียดนามในฐานะฐานการผลิตและแหล่งจัดหาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดจนความสามารถในการรองรับความต้องการของตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดอินเดียซึ่งมีแนวโน้มพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากเวียดนามมากขึ้นจากปัจจัยด้านต้นทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากร

(แหล่งที่มา https://news.tuoitre.vn/ ฉบับวันที่ 31 ตุลาคม 2569)

วิเคราะห์ผลกระทบ

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อภาคการผลิตและการส่งออกของเวียดนาม โดยมีบริษัทข้ามชาติรายใหญ่เข้ามาลงทุนและจัดตั้งฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง อาทิ Samsung, LG, Foxconn, Luxshare และ Goertek ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตสมาร์ตโฟน โมดูลกล้อง อุปกรณ์เครื่องเสียง และชิ้นส่วนเทคโนโลยีเพื่อป้อนตลาดโลก ส่งผลให้เวียดนามพัฒนาสถานะเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางสำคัญในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในจังหวัดบั๊กนิญ (Bac Ninh) ท้ายเงวียน (Thai Nguyen) และนิญบิ่ญ (Ninh Binh) ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมศุลกากรเวียดนาม ระบุว่า ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวียดนามมีมูลค่าการส่งออกคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบ รวมถึงโทรศัพท์และส่วนประกอบ รวมทั้งสิ้น 189,650 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นประมาณร้อยละ 40 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมดของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบ มีมูลค่าการส่งออก 135,310 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 65.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการขยายตัวของกำลังการผลิตและความสามารถในการรองรับความต้องการสินค้าเทคโนโลยีจากตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว การปรับตัวสูงขึ้นของราคาชิปหน่วยความจำ (Memory Chips) เกือบ 5 เท่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับมาตรการยกเว้นอากรนำเข้าของอินเดียสำหรับชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิตสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าภายใต้กรอบอาเซียน–อินเดีย (ASEAN-India Trade in Goods Agreement: AITIGA) ได้กลายเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการอินเดียเพิ่มการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากเวียดนาม โดยเฉพาะหน้าจอแสดงผล โมดูลกล้อง และหูฟังไร้สายแบบสเตอริโอแท้ (TWS Earbuds) ข้อมูลจากรัฐบาลอินเดียระบุว่า ในปี 2568–2569 อินเดียมีมูลค่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากเวียดนาม 5,360 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5 จากปีก่อนหน้า โดยผู้ประกอบการส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะบริษัทสัญชาติจีนที่มีฐานการผลิตหรือโรงงานประกอบสินค้าในอินเดีย เริ่มปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหาชิ้นส่วนจากจีนมาเป็นเวียดนามมากขึ้น เนื่องจากมีความได้เปรียบด้านต้นทุนและสามารถลดภาระการลงทุนในโรงงานผลิตภายในอินเดีย ทั้งนี้ การใช้สิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้ AITIGA ต้องเป็นไปตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า และมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่ถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะได้รับอัตราภาษีพิเศษตามความตกลง ส่งผลให้เวียดนามมีโอกาสขยายตลาดส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไปยังอินเดีย และเพิ่มความสำคัญในฐานะแหล่งจัดหาสินค้าของบริษัทข้ามชาติที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากตลาดอินเดียและตลาดโลกยังเป็นโอกาสในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เข้าสู่อุตสาหกรรมสนับสนุนของเวียดนาม โดยเฉพาะการผลิตชิ้นส่วนสมาร์ตโฟน โมดูลกล้อง อุปกรณ์สื่อสาร และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ตลอดจนการพัฒนาเครือข่ายผู้ผลิตภายในประเทศให้เชื่อมโยงกับบริษัทข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของมูลค่าการส่งออกยังไม่สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศอย่างเต็มที่ เนื่องจากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของเวียดนามยังพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากต่างประเทศในระดับสูง โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เวียดนามมีมูลค่าการนำเข้าคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบ 188,900 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 71.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนทั้งการขยายกำลังการผลิตและความต้องการนำเข้าชิ้นส่วนเพื่อรองรับการผลิตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการบางส่วนเร่งนำเข้าชิปและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบโซลิดสเตต (Solid-State Drive: SSD) เพื่อสำรองสินค้าและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 300–500 ตามข้อมูลของหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม (Vietnam Chamber of Commerce and Industry: VCCI) สถานการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานจากการพึ่งพาแหล่งวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากต่างประเทศ รวมถึงความเสี่ยงด้านต้นทุนการผลิตที่อาจส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกเวียดนาม

ดังนั้น แม้มาตรการยกเว้นอากรนำเข้าของอินเดียและสิทธิประโยชน์ภายใต้ AITIGA จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เวียดนามขยายตลาดส่งออกและยกระดับบทบาทในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ระดับภูมิภาค แต่การรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยเวียดนามควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน การเพิ่มสัดส่วนการผลิตชิ้นส่วนและวัตถุดิบภายในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากนักลงทุนต่างชาติ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบ บริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาชิป และรักษาความสามารถในการปฏิบัติตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าและมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้าอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายดังกล่าวจะช่วยให้เวียดนามสามารถเปลี่ยนผ่านจากการเป็นฐานการประกอบสินค้าไปสู่การเป็นฐานการผลิตที่มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมต้นน้ำและกลางน้ำมากขึ้น ตลอดจนเพิ่มมูลค่าเพิ่มภายในประเทศและเสริมสร้างความยั่งยืนของภาคการส่งออกในระยะยาว

นำเสนอโอกาส/แนวทาง

การขยายตัวของการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากเวียดนามของอินเดีย ภายใต้สิทธิประโยชน์ทางภาษีของ AITIGA สะท้อนโอกาสทางการค้าสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการจัดหาชิ้นส่วนสมาร์ตโฟน โมดูลกล้อง หน้าจอแสดงผล และอุปกรณ์สื่อสาร ตลอดจนการส่งออกวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ใช้ในอุตสาหกรรมดังกล่าวไปยังผู้ผลิตในเวียดนามและอินเดีย อย่างไรก็ตาม การแข่งขันด้านต้นทุนจากผู้ผลิตเวียดนามที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีอาจเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ประกอบการไทย ทั้งในตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการดึงดูดเงินลงทุน โดยเฉพาะกิจการที่ยังพึ่งพาการผลิตสินค้ามาตรฐานทั่วไปและมีต้นทุนสูง จึงควรเร่งปรับตัวสู่การผลิตชิ้นส่วนที่มีมูลค่าเพิ่มสูง พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้า ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจในเวียดนาม ควรพิจารณาใช้ประโยชน์จากการขยายตัวของฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์และความต้องการนำเข้าจากอินเดีย โดยสร้างความร่วมมือกับบริษัทข้ามชาติและผู้ผลิตชิ้นส่วนในพื้นที่ ตลอดจนพิจารณาการลงทุนหรือขยายกำลังการผลิตในอุตสาหกรรมสนับสนุน เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โมดูลกล้อง อุปกรณ์เชื่อมต่อ และวัสดุสำหรับการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยี ทั้งนี้ การใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตและส่งออกไปยังอินเดียจำเป็นต้องประเมินกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า และข้อกำหนดการใช้สิทธิภายใต้ AITIGA อย่างรอบคอบ เพื่อให้สินค้ามีคุณสมบัติได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีอย่างถูกต้อง โดยไม่ควรอาศัยเพียงการส่งผ่านหรือประกอบสินค้าอย่างไม่เพียงพอเพื่อให้ได้ถิ่นกำเนิดสินค้า

        ในระยะยาว ผู้ประกอบการไทยทั้งในประเทศและในเวียดนามควรให้ความสำคัญกับการกระจายแหล่งจัดหาชิปและวัตถุดิบ การบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและการขาดแคลนชิ้นส่วน รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการวิจัยพัฒนา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและลดการพึ่งพาผู้ผลิตจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมีโอกาสในการเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้ากับเครือข่ายการผลิตของบริษัทข้ามชาติในเวียดนาม ผ่านการเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการทางเทคนิคที่มีมาตรฐานสูง ซึ่งจะช่วยขยายตลาดและเพิ่มบทบาทของผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่มูลค่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระดับภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน

News 2 - 6 November 2026 - India’s imports of electronic components from Vietnam-edit.pdf
Share :
Instagram