
ในช่วงที่เศรษฐกิจจีนอยู่ในภาวะชะลอตัว ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น สินค้าหลายประเภทที่เคยได้รับความนิยมจึงมียอดขายลดลง อย่างไรก็ตาม สินค้าความงามบางประเภทกลับเติบโตสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ หนึ่งในสินค้าที่น่าจับตามองคือ แผ่นแปะสิว (Acne Patch) ซึ่งกำลังกลายเป็นสินค้าความงามที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ของจีน
จากข้อมูลของ Cosmetics Observer แหล่งข้อมูลวิเคราะห์ตลาดความงามของจีน พบว่าในปี 2568 ยอดขายแผ่นแปะสิวมีการเติบโตประมาณ 3,500 เท่า แม้ว่าฐานตลาดเดิมจะยังมีขนาดไม่ใหญ่มากก็ตาม ขณะที่ยอดขายเครื่องสำอางแต่งหน้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลักของจีน ได้แก่ Taobao Tmall JD.com และ Douyin ในปีเดียวกัน มีมูลค่าประมาณ 543,900 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย แต่สินค้าความงามที่มีราคาไม่สูง ใช้งานง่าย และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน ยังคงมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะสินค้าในลักษณะ Niche Market ที่สามารถสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด
ข้อมูลจาก Magic Mirror Insights ระบุว่า ระหว่างเดือนมีนาคม 2568 - กุมภาพันธ์ 2569 ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับปัญหาสิวบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีน มีมูลค่าประมาณ 26,190 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีปริมาณจำหน่ายประมาณ 330 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลและรักษาสิวยังคงอยู่ในช่วงขยายตัว และผู้บริโภคจีนมีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลปัญหาผิวอย่างต่อเนื่อง แผ่นแปะสิวจึงกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่าย พกพาสะดวก ราคาไม่แพง และสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้
เดิมแผ่นแปะสิวถูกมองว่าเป็นเพียงอุปกรณ์ช่วยดูแลแผลหรือปกปิดสิว โดยส่วนใหญ่เป็นแผ่นสีขาวหรือสีเนื้อ รูปทรงกลมและสี่เหลี่ยม และมีเป้าหมายสำคัญคือการทำให้สิวดูไม่สะดุดตา แต่ปัจจุบันแนวคิดดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไป แผ่นแปะสิวรูปหัวใจ ดาว ดอกไม้ หรือรูปทรงต่าง ๆ เริ่มได้รับความสนใจ โดยผู้บริโภคบางกลุ่มไม่ได้พยายามซ่อนแผ่นแปะสิวอีกต่อไป แต่กลับใช้เป็นส่วนหนึ่งของการแต่งหน้าและการแสดงออกถึงบุคลิกของตนเอง ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของแนวคิดเรื่องความงามในกลุ่ม Generation Z จากเดิมที่ต้องการ “ปกปิดข้อบกพร่อง” มาเป็นการ “ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ” และนำสิ่งที่เคยเป็นข้อบกพร่องมาเปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกทางแฟชั่น อย่างไรก็ตาม แม้รูปแบบสินค้าจะเปลี่ยนไป แต่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อยังคงเป็น ประสิทธิภาพในการใช้งาน โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังนิยมแผ่นแปะสิวแบบใสหรือสีเนื้อ เนื่องจากดูเป็นธรรมชาติ ไม่สะดุดตา และสามารถใช้ร่วมกับการแต่งหน้าได้ จึงกล่าวได้ว่า ตลาดแผ่นแปะสิวในจีนกำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน 2 แนวทาง ได้แก่ ประโยชน์ใช้สอย และความสวยงาม/การแสดงออก
การแข่งขันในตลาดแผ่นแปะสิวไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ รูปแบบสินค้า ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ตัวอย่างเช่น แบรนด์ Fang Xiang (ฟางเสี่ยง) ซึ่งเดิมเน้นผลิตภัณฑ์ความงาม ได้เริ่มเข้าสู่ตลาดแผ่นแปะสิวหลังจากเห็นแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์จากรูปแบบซองไปสู่บรรจุภัณฑ์แบบกล่องที่สะดวกต่อการใช้งาน สินค้าขายดีของแบรนด์เป็นแผ่นแปะสิวสีเนื้อทรงกลม ราคา 21.63 หยวน จำนวน 51 ชิ้น และในช่วงที่ความต้องการสูงสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 300 ออเดอร์ต่อวันบน Taobao โดยในปี 2569 ยอดขายสินค้าดังกล่าวบนแพลตฟอร์มออนไลน์มีมากกว่า 1 ล้านชิ้น
ขณะเดียวกัน แบรนด์ต่าง ๆ เช่น YOU&PURE FULFIL และ Voolga ก็มีการพัฒนาแผ่น แปะสิวหลากหลายรูปแบบ โดยบางแบรนด์มียอดขายมากกว่า 100,000 ชิ้นต่อปี ส่วนแบรนด์ต่างประเทศอย่าง Starface ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกแผ่นแปะสิวรูปดาว แม้ยังไม่มีช่องทางจำหน่ายอย่างเป็นทางการบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจีน แต่ก็ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ แผ่นแปะสิวแบบ Microneedle ซึ่งอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามเชิงการแพทย์ ก็เริ่มได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มเช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังขยับจากผลิตภัณฑ์พื้นฐานไปสู่สินค้าที่มีเทคโนโลยีและคุณสมบัติเฉพาะมากขึ้น


ข้อคิดเห็นจาก สคต. ณ เมืองหนานหนิง: ตลาดแผ่นแปะสิวเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคจีน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่ได้มองหาสินค้าที่มีเพียงประโยชน์ใช้สอย แต่ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบ อัตลักษณ์ และความรู้สึกที่ได้รับจากสินค้า สำหรับผู้ประกอบการไทย โอกาสไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการส่งออกแผ่นแปะสิวสำเร็จรูป แต่สามารถต่อยอดไปสู่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับจุดแข็งของอุตสาหกรรมความงามไทย ซึ่งมีความโดดเด่นด้านสมุนไพร สารสกัดจากธรรมชาติ และองค์ความรู้ด้านการดูแลผิว ตัวอย่างแนวทางที่น่าสนใจ ได้แก่
พัฒนาแผ่นแปะสิวที่มีส่วนผสมจากสมุนไพรไทย หรือสารสกัดจากธรรมชาติที่มีจุดขายชัดเจน
พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่างกัน เช่น ผิวมัน ผิวแพ้ง่าย หรือผิวที่มีปัญหาสิวเฉพาะประเภท
การสร้างความแตกต่างด้วยการออกแบบ เช่น ลวดลายไทยร่วมสมัย ตัวการ์ตูน หรือรูปแบบที่เข้ากับเทรนด์ของคนรุ่น Z
การทำ Collaboration หรือ Co-branding กับศิลปิน คาแรกเตอร์ หรือ IP ที่ได้รับความนิยมในจีน เพื่อสร้างกระแสบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีขนาดเล็ก พกพาง่าย และเหมาะกับการจำหน่ายผ่าน E-commerce
เน้นการสื่อสารจุดขายด้าน คุณภาพ ส่วนผสม และประสิทธิภาพ ควบคู่กับดีไซน์ เพื่อไม่ให้การแข่งขันจำกัดอยู่ที่ราคา
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรศึกษาข้อกำหนดของจีนเกี่ยวกับการนำเข้า การขึ้นทะเบียน และการโฆษณาผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด โดยเฉพาะในกรณีที่ผลิตภัณฑ์มีการกล่าวอ้างด้านการรักษาหรือมีลักษณะเข้าข่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ กรณีของแผ่นแปะสิวสะท้อนให้เห็นว่า โอกาสทางธุรกิจในตลาดจีนไม่ได้จำเป็นต้องมาจากสินค้าที่มีมูลค่าสูงหรือเป็นสินค้าตลาดใหญ่เสมอไป แต่สามารถเกิดจากสินค้าชิ้นเล็กๆ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่มได้อย่างตรงจุด
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ผู้ประกอบการสามารถนำสินค้าที่มีอยู่เดิมมาสร้างคุณค่าใหม่ผ่าน นวัตกรรม การออกแบบ การสร้างแบรนด์ และการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค จากแผ่นแปะสำหรับปกปิดสิว จึงกลายเป็นไอเทมความงามและแฟชั่นที่คนรุ่นใหม่สามารถใช้เพื่อดูแลผิวและแสดงออกถึงตัวตนได้ในเวลาเดียวกัน สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า การเข้าสู่ตลาดจีนไม่จำเป็นต้องแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรสร้างสินค้าที่มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราว และตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคจีนอย่างตรงจุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างตลาดใหม่และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าไทยในระยะยาว
----------------------------------------------------------
แหล่งที่มา https://mp.weixin.qq.com/s/hXunB91HQckwi9xW-ygULA?scene=1
https://mp.weixin.qq.com/s/40oLXRnjZMrKLrPhGrzroA?scene=1&click_id=1283591244
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง
วันที่ 25 สิงหาคม 2569