
ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ระบุว่า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ 4 แห่งของเวียดนาม ได้แก่ Shopee, TikTok Shop, Lazada และ Tiki มียอดขายเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 1.611 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 61.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ทั้ง 4 แพลตฟอร์มมียอดขายรวม 291.6 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 44.11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ตลาด Metric.vn ระบุว่า มียอดจำหน่ายสินค้ารวม 2,186 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.67 ในขณะที่จำนวนร้านค้าที่มีการเปิดดำเนินการและมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 613,800 ร้าน หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 14.11 เมื่อเทียบกับปีก่อน ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซของเวียดนามยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยยอดขายของทั้ง 4 แพลตฟอร์มเติบโตประมาณร้อยละ 38–52 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจดิจิทัลและพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภค
เมื่อพิจารณาเป็นรายเดือนพบว่า ยอดขายของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยังเติบโตสูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2568 อย่างต่อเนื่อง โดยเดือนมกราคม 2569 เติบโตสูงสุดร้อยละ 52 ก่อนชะลอลงเหลือร้อยละ 39 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จากนั้นกลับมาเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 47 ในเดือนมีนาคม 2569 ทรงตัวที่ร้อยละ 38 ในเดือนเมษายน 2569 และฟื้นตัวเป็นร้อยละ 43 ในเดือนพฤษภาคม 2569 และร้อยละ 44 และมิถุนายน 2569
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 หมวดสินค้าที่สร้างรายได้สูงสุด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ความงาม รองลงมาคือ แฟชั่นสตรี และ ของใช้ภายในบ้านและของตกแต่งบ้าน
ข้อมูลจาก Metric.vn ระบุว่า ร้านค้า Mall มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของตลาด แม้จะมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 2.79 ของจำนวนร้านค้าทั้งหมดบน Shopee, Lazada และ TikTok Shop แต่สามารถสร้างรายได้ถึงร้อยละ 34.2 ของยอดขายรวมทั้งสามแพลตฟอร์ม สะท้อนแนวโน้มที่รายได้กำลังกระจุกตัวอยู่กับผู้จำหน่ายที่เป็นทางการและมีศักยภาพสูง
ด้านส่วนแบ่งตลาดตามแบรนด์ กลุ่มสินค้าเทคโนโลยียังคงครองอันดับหนึ่ง โดย Apple มียอดขายสูงสุดกว่า 4 ล้านล้านด่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.77 จากปีก่อน ขณะที่ Samsung เติบโตโดดเด่นถึงร้อยละ 142.48 และ Xiaomi มียอดขายกว่า 1.5 ล้านล้านด่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 81.24
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 3 ปี 2569 คาดว่ายอดขายรวมของทั้ง 4 แพลตฟอร์มจะอยู่ที่ประมาณ 146.3 ล้านล้านด่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.31 จากไตรมาสก่อน และมียอดจำหน่ายประมาณ 1,084 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.45 สะท้อนว่าตลาด อีคอมเมิร์ซเวียดนามยังคงรักษาแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง.
(จาก https://vneconomy.vn/)
ข้อคิดเห็น สคต
ตลาดอีคอมเมิร์ซของเวียดนามในปี 2569 ยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและสมาร์ตโฟนในวงกว้าง ระบบการชำระเงินดิจิทัลที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับ การซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลักยังคงขยายตัวในอัตราสูง แม้ตลาดจะมีขนาดใหญ่ขึ้นแล้วก็ตาม แนวโน้มในระยะต่อไปคาดว่าตลาดอีคอมเมิร์ซของเวียดนามจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของชนชั้นกลาง กำลังซื้อของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น การแข่งขันของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่นำไปสู่การพัฒนาบริการด้านโลจิสติกส์และการชำระเงิน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การไลฟ์คอมเมิร์ซ (Live Commerce) และการตลาดผ่านผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ (Influencer Marketing) ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นยอดขายในอนาคต ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และการซื้อสินค้าจากร้านค้าอย่างเป็นทางการ (Official Store หรือ Mall) มากขึ้น เวียดนามยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในการขยายธุรกิจผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ อาหารและเครื่องดื่ม แฟชั่น สินค้าแม่และเด็ก และของใช้ภายในบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดมีความเข้มข้นมากขึ้นจากทั้งผู้ประกอบการในประเทศและแบรนด์ต่างประเทศ ผู้ประกอบการไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ การพัฒนาคุณภาพสินค้า การจัดตั้งร้านค้าอย่างเป็นทางการบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ การใช้กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค และการพัฒนาระบบบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดเวียดนาม