fb
โอกาสสินค้าไทยในจีน : สินค้ากาแฟสำเร็จรูปและเครื่องดื่มกาแฟพร้อมชง

โอกาสสินค้าไทยในจีน : สินค้ากาแฟสำเร็จรูปและเครื่องดื่มกาแฟพร้อมชง

โดย
Ploenpit
ลงเมื่อ 20 สิงหาคม 2569 10:28
สคต. ณ นครเซี่ยงไฮ้ (จีน) (TTC, Shanghai (China))
4

โอกาสสินค้าไทยในจีน : สินค้ากาแฟสำเร็จรูปและเครื่องดื่มกาแฟพร้อมชง

image.png

 ธุรกิจเครื่องดื่มชาแบบใหม่ในจีนกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ รสชาติที่หลากหลาย และประสบการณ์การดื่มที่มากกว่าแค่การดื่มชา งานวิจัยของ iiMedia Research (2025) พบว่า ตลาดเครื่องดื่มชาแบบใหม่ในจีนมีมูลค่า 3.547 แสนล้านหยวนในปี 2024 และคาดการณ์จะเติบโตถึง 4 แสนล้านหยวนในปี 2028 สะท้อนถึงโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับผู้ประกอบการไทยในการส่งออกวัตถุดิบชา ส่วนผสมสมุนไพรไทย และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาสูตรเฉพาะที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและความหลากหลายที่กำลังมาแรงในจีน

image.png

โครงสร้างตลาดกาแฟสำเร็จรูปในจีน:

 ตลาดเครื่องดื่มชาแบบใหม่ในจีนมีการแข่งขันสูง โดยมีผู้เล่นกระจายอยู่ในหลายระดับของห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ภาคต้นน้ำ (วัตถุดิบชาและส่วนผสม) ภาคกลางน้ำ (ผู้ผลิตและแบรนด์เครื่องดื่มชา) ไปจนถึงภาคปลายน้ำ (ช่องทางจัดจำหน่าย)

แบรนด์เครื่องดื่มชาแบบใหม่ที่มีบทบาทในตลาดจีน ได้แก่ แบรนด์ท้องถิ่นจีนที่กำลังมาแรง เช่น Mixue Bingcheng , Naixue Tea , Chagee , ChaBaidao , Chayan Yuese  และ Heytea ซึ่งครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มชาพรีเมียมและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ขณะที่แบรนด์ไทยยังมีโอกาสในการเข้าสู่ตลาดนี้ผ่านการส่งออกวัตถุดิบชาและส่วนผสมจากธรรมชาติ

image.png

 ข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริโภคจีน

พฤติกรรมการซื้อเครื่องดื่มชาแบบใหม่ ดังนี้

  1. ผู้บริโภคส่วนใหญ่ (73.09%) ซื้อประจำ 1-2 แบรนด์และบางครั้งก็ลองแบรนด์ใหม่

  2.  ผู้บริโภค 9.57% ซื้อเฉพาะ 1-2 แบรนด์ประจำเท่านั้น

  3. ผู้บริโภค 9.99% เปลี่ยนแบรนด์บ่อย (มากกว่า 2 แบรนด์)

  4. ผู้บริโภค 7.35% ไม่ยึดติดกับแบรนด์ใดเป็นพิเศษ

 

          แบรนด์ที่ผู้บริโภคนิยมซื้อ ดังนี้

  1. Mixue Bingcheng (蜜雪冰城) – 31.21%

  2. Naixue Tea (奈雪的茶) – 27.46%

  3. Chagee (霸王茶姬) – 27.18%

  4. ChaBaidao (茶百道) – 25.38%

  5. Chayan Yuese (茶颜悦色) – 23.44%

  6. Shuyi Shaoxiancao (书亦烧仙草) – 23.30%

  7. Heytea (喜茶) – 22.61%

  8. Auntea (沪上阿姨) – 22.19%

  9. Guming (古茗) – 21.36%

    image.png

    ข้อมูลจากแผนภูมิการซื้อชาแบรนด์ใหม่จของผู้ซื้อ

    ความถี่ในการซื้อ ดังนี้                                            

    1. สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง – กลุ่มใหญ่ที่สุด                         

    2. สัปดาห์ละ 4-6 ครั้ง                                            

    3. สัปดาห์ละ 1 ครั้งหรือน้อยกว่า                                

    4. มากกว่า 6 ครั้งต่อสัปดาห์  

                                                                                                                   

    ความพึงพอใจของผู้บริโภค ดังนี้

    1. บริการจัดส่ง – พอใจมากที่สุด (39.39%)

    2. รสชาติ – พอใจมาก (36.89%)

    3. ราคา – พอใจค่อนข้างมาก (34.81%)

    4. ร้านค้า และ บรรจุภัณฑ์ – พอใจน้อยกว่า  (31.76% และ 31.07%)

    ความตั้งใจซื้อในอนาคต:                                       

    1. 64.63% จะซื้อในระดับเดิม

    2. 22.75% จะซื้อเพิ่มขึ้น

    3. 12.62% จะซื้อลดลง

    image.png

    โอกาสและจุดแข็งของสินค้าไทยในธุรกิจชาแบบใหม่

    จุดแข็งของไทยที่โดดเด่น ได้แก่ 

    1. วัตถุดิบชาคุณภาพจากภาคเหนือของไทย

    2.  ส่วนผสมสมุนไพรไทยที่มีชื่อเสียง เช่น กระเจี๊ยบใบบัวบกข่าตะไคร้มะพร้าว

    3.  ผลไม้เขตร้อนที่มีรสชาติเอกลักษณ์ เช่น มังคุดทุเรียนเสาวรสมะม่วง

    4.  ภาพลักษณ์ "ความสดชื่นแบบไทย" ที่ได้รับความนิยมจากกระแสวัฒนธรรมไทยในจีน

     (Thai Soft Power)

      กลยุทธ์ที่แนะนำ: 

    1.  ส่งออกวัตถุดิบคุณภาพ – เช่น ชาไทยส่วนผสมสมุนไพรผลไม้เขตร้อนแปรรูป

    2.  ร่วมมือกับแบรนด์จีน – นำเสนอวัตถุดิบเฉพาะของไทยให้แบรนด์ท้องถิ่นนำไปใช้ในเมนู

    3.  สร้างแบรนด์เครื่องดื่มชาไทยในจีน – เน้นจุดขาย "สูตรลับจากไทย" "สมุนไพรไทย" และ

        "รสชาติเขตร้อน"

    4.  ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ – พัฒนาสูตรน้ำตาลต่ำสูตรเพิ่มไฟเบอร์หรือสูตรสมุนไพรเพื่อสุขภาพ

    5. ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่น – เน้นดีไซน์สไตล์ไทยร่วมสมัยที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่

           สรุปสาระสำคัญจากข้อมูล

    ตลาดเครื่องดื่มชาแบบใหม่ในจีนมีมูลค่าสูงถึง 3.547 แสนล้านหยวนในปี 2567 และคาดการณ์

    จะเติบโตถึง 4 แสนล้านหยวนในปี 2571 สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของผู้บริโภคจีน

ผู้บริโภคส่วนใหญ่ซื้อเครื่องดื่มชาแบบใหม่สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และมักจะซื้อประจำ 1-2 แบรนด์ แต่ก็เปิดใจลองแบรนด์ใหม่ ๆ เป็นครั้งคราว โดยแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ (Mixue Bingcheng) รองลงมาคือ (Naixue Tea) และ (Chagee)

ด้านความพึงพอใจ ผู้บริโภคพอใจบริการจัดส่งมากที่สุด รองลงมาคือรสชาติและราคา ส่วนความพึงพอใจด้านร้านค้าและบรรจุภัณฑ์ยังอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการใหม่สามารถสร้างจุดแตกต่างได้

ตลาดกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาที่อาจกดดันกำไร แต่ยังมีโอกาสเติบโตผ่านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ การขยายสาขา และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงาน

 

ข้อคิดเห็นของสคต.เซี่ยงไฮ้

ตลาดเครื่องดื่มชาแบบใหม่ในจีนกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะเข้าสู่ช่วงการแข่งขันที่รุนแรง แต่ยังมีโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ สินค้าไทยมีจุดแข็งในเรื่องวัตถุดิบคุณภาพ โดยเฉพาะชาไทย สมุนไพร และผลไม้เขตร้อนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผู้ประกอบการไทยควรพิจารณาส่งออกวัตถุดิบคุณภาพให้กับแบรนด์ชาชื่อดังของจีน หรือร่วมมือกับแบรนด์ท้องถิ่นในการพัฒนาสูตรเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมจากไทย ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างจากคู่แข่ง นอกจากนี้ การนำเสนอเครื่องดื่มชาไทยในสไตล์ที่ทันสมัยตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ และมีเรื่องราวทางวัฒนธรรม จะช่วยดึงดูดผู้บริโภครุ่นใหม่ที่กำลังมองหาประสบการณ์การดื่มที่แปลกใหม่และมีความหมาย

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพ การรับรองมาตรฐาน และการทำความเข้าใจกฎระเบียบการนำเข้าเครื่องดื่มและวัตถุดิบในจีน เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าไทยในระยะยาว
 

___________________________________________________________________________________

จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้

สิงหาคม 2569


 

 

08 สค-โอกาสสินค้าไทยในจีนสินค้ากาแฟสำเร็จรูปและเครื่องดื่มกาแฟพร้อมชง.pdf
Share :
Instagram