
Mr. John Lee Ka-chiu ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง กล่าวว่ารัฐบาลฮ่องกงเตรียมใช้เวทีการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC Finance Ministers' Meeting ในการแสดงศักยภาพการพัฒนาอย่างรอบด้านของฮ่องกง รวมทั้งส่งเสริม บทบาทของเมืองฮ่องกงในฐานะ “สะพานเชื่อม” ระหว่างจีนกับประชาคมโลก โดยการประชุมดังกล่าวจะเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอจุดแข็งของฮ่องกงต่อผู้กำหนดนโยบายด้านการเงินและเศรษฐกิจจากทั่วภูมิภาค
เมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 25696 ที่ผ่านมา Mr. John Lee กล่าวแถลงระหว่างการประชุมสุดยอด Greater Bay Area โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประชุมรัฐมนตรีคลัง APEC ซึ่งมีกำหนดเปิดการประชุมในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน มีใจความสำคัญว่าปีนี้นับเป็นครั้งที่สามที่ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC โดยกำหนดหัวข้อหลักของการประชุมไว้ว่า “การสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกเพื่อความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” ซึ่งมุ่งเน้นแนวคิดด้านความเปิดกว้าง นวัตกรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก ทั้งนี้ การประชุมรัฐมนตรีคลังถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ฮ่องกงแสดงศักยภาพด้านการเงินของตน และมีส่วนสนับสนุนความสำเร็จของ APEC China Year ฮ่องกงจะใช้เวทีดังกล่าวใน การนำเสนอข้อได้เปรียบและโอกาสทางเศรษฐกิจอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองแก่ประเทศและเขตเศรษฐกิจสมาชิก APEC เจ้าหน้าที่ภาคการเงิน รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและสร้างโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต
ในประเด็นด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ฮ่องกงยังคงดำเนินการตามเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางบุคลากรนานาชาติ ซึ่งโครงการพัฒนาเขตเมืองเหนือ (Northern Metropolis) จะมีบทบาทสำคัญอย่างมาก ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว ปัจจุบันมีบริษัทและสถาบันด้านเทคโนโลยีกว่า 100 แห่งย้ายเข้ามาดำเนินงานในพื้นที่เขตพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเหอเถา ฝั่งฮ่องกง (Hetao Hong Kong Park) นอกจากนี้ อาคาร Loop Academy One (อาคารที่ 1) ซึ่งเป็นอาคารแห่งแรกในโครงการด้านการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรของเขต Hetao Hong Kong Park ซึ่งมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 นี้ คาดว่าจะช่วยเร่งการพัฒนาโครงการศูนย์กลางมหาวิทยาลัยในเขตพัฒนาเขตเมืองเหนือ Northern Metropolis University Town ให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น และส่งเสริมการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในระยะยาวเพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรในสาขานวัตกรรม เทคโนโลยี และการศึกษา
นอกจากนี้ Mr. John Lee ระบุว่าฮ่องกงจะยังคงพัฒนาต่อยอดศักยภาพจุดแข็งที่มีอยู่ โดยเฉพาะบทบาทในฐานะศูนย์กลางการซื้อขายและบริหารเงินหยวนนอกประเทศ (Global Offshore Renminbi Hub) ศูนย์กลางการบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่ง (Asset and Wealth Management Centre) รวมถึงศูนย์กลางการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Centre) ระดับนานาชาติ
อย่างไรก็ตาม ฮ่องกงยังคงมีความท้าทายจากการปรับโครงสร้างใหม่ของห่วงโซ่อุปทานโลก ท่าเรือฮ่องกงกำลังเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบการเติบโตที่เน้น “ปริมาณ” ไปสู่การสร้าง “มูลค่า” มากขึ้น ผ่านการพัฒนาด้านดิจิทัล การดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะ ขณะเดียวกันฮ่องกงได้เดินหน้าสร้างความเชื่อมโยงและประสานความร่วมมือกับท่าเรือในเมืองสำคัญของ Greater Bay Area เช่น เมืองเซินเจิ้น (Shenzhen) และเมืองกวางโจว (Guangzhou) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาคโดยรวม การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของฮ่องกงในการใช้เวทีระดับภูมิภาคอย่าง APEC เป็นช่องทางแสดงบทบาททางเศรษฐกิจและการเงินของเมือง พร้อมเร่งพัฒนา Northern Metropolis ให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการศึกษาของภูมิภาค ควบคู่ไปกับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และการเงิน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกในอนาคต
ความคิดเห็นของ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง
จากการที่รัฐบาลฮ่องกงใช้การเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง APEC เป็นเวทีในการนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจ การเงิน นวัตกรรม และการพัฒนาเมืองในมิติต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาของฮ่องกงที่มุ่งยกระดับบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเงินระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงจีนกับตลาดโลกอย่างเข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจ การลงทุน และการสร้างเครือข่ายทางการค้าในฮ่องกงและภูมิภาค Greater Bay Area (GBA)
ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มธุรกิจการเงิน Fintech เทคโนโลยีดิจิทัล และบริการทางธุรกิจ สามารถติดตามโอกาสการลงทุนและความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเขตเมืองเหนือ (Northern Metropolis) ซึ่งรัฐบาลฮ่องกงกำลังกำหนดให้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และและเทคโนโลยีการเรียนรู้ (EdTech) การที่มีบริษัทเทคโนโลยีและสถาบันวิจัยจำนวนมากทยอยเข้ามาดำเนินงานใน Hetao Hong Kong Park จะส่งผลให้เกิดความต้องการสินค้าและบริการสนับสนุนในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านดิจิทัล ระบบอัจฉริยะ อุปกรณ์เทคโนโลยี การศึกษาและฝึกอบรม ตลอดจนบริการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตของบุคลากรต่างชาติ
การที่ฮ่องกงยังคงเน้นบทบาทในฐานะ Global Offshore Renminbi Hub และ Asset and Wealth Management Centre สะท้อนให้เห็นว่าฮ่องกงจะยังคงเป็นประตูสำคัญสำหรับการเข้าถึงตลาดจีนและแหล่งเงินทุนระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะบริษัทที่มีแผนขยายธุรกิจไปยังจีนแผ่นดินใหญ่หรือภูมิภาคเอเชีย สามารถใช้ฮ่องกงเป็นฐานสำหรับการระดมทุน การจัดตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาค การบริหารความมั่งคั่ง และการแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลก
นอกจากนี้ การพัฒนาท่าเรือฮ่องกงจากการเน้นปริมาณการขนส่งไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัจฉริยะ และแนวคิดด้านความยั่งยืน เป็นสัญญาณว่าผู้ประกอบการไทยที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ การขนส่ง การจัดการคลังสินค้า และเทคโนโลยีซัพพลายเชน ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสิทธิภาพและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันในตลาดฮ่องกงและ Greater Bay Area ผู้ส่งออกไทยสามารถใช้ประโยชน์จากบทบาทของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศและประตูสู่ตลาดจีน โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลฮ่องกงเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคผ่านกรอบ APEC ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเชื่อมโยงระหว่างนักลงทุน ผู้ซื้อ และผู้ประกอบการจากประเทศสมาชิกต่างๆ สินค้าไทยที่มีศักยภาพจะมีโอกาสเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อระดับนานาชาติที่ใช้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางธุรกิจมากขึ้น