fb
กล้าๆหน่อยเยอรมนี (ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์)
โดย
Thanit
ลงเมื่อ 29 มิถุนายน 2569 18:39
สคต. ณ กรุงเบอร์ลิน (เยอรมนี) (TTC, Berlin (Germany))

ไม่ว่าจะเป็นเมือง Hsinchu, Phoenix หรือ Shanghai  ซึ่งเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางการผลิตชิปที่สำคัญของโลก ล้วนเป็นอาณาเขตการทำงานของนาย René Reichardt โดยในโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) ที่ทันสมัยเกือบทุกแห่งทั่วโลก จะมีชิ้นส่วนจากบริษัทของเขาที่ตั้งอยู่ในเมือง Dresden ทางภาคตะวันออกของประเทศเยอรมนี ธุรกิจของบริษัท DAS Environmental Experts กำลังเฟื่องฟู  การเติบโตของบริษัทที่ดำเนินการแบบธุรกิจครอบครัว มีพนักงานราวๆ 1,000 คน กำลังเติบโตสอดคล้องกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของภูมิภาคโดยรอบเมือง Dresden จนพัฒนาเป็นภูมิภาค Hi-tech ที่สำคัญของยุโรป จนเป็นที่รู้จักในชื่อ ซิลิคอนแซกโซนี (Silicon Saxony) ตัวอย่างเช่น  บริษัท Infineon จะเปิดโรงงานแห่งใหม่มูลค่า 5 พันล้านยูโรในเมือง Dresden เมืองหลวงของรัฐ Sachsen ในเวลาเดียวกันบริษัท TSMC ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวันก็กำลังสร้างโรงงานอยู่ติดกับสนามบินของเมือง Dresden มูลค่า 10 พันล้านยูโร 

นับตั้งแต่เยอรมนีรวมประเทศ  เครือข่ายผู้ผลิตชิป ซัพพลายเออร์ และสถาบันวิจัยที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปต่างก็ทยอยก่อตั้ง/เกิดขึ้นตามแนวแม่น้ำ Elbe และต่อมาก็เรียกกันในชื่อ “Silicon Saxony” ซึ่งนับเป็นเรื่องราวความสำเร็จของภูมิภาคดังกล่าว  อย่างไรก็ตาม นาย Reichardt ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจในภูมิภาคบ้านเกิดของเขา กำลังกังวลใจเกี่ยวกับปริมาณการลงทุนในรัฐ Sachsen ซึ่งค่อนข้างต่ำ ส่วนนาย Ralf Wintergerst ประธานสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศ โทรคมนาคม และสื่อรูปแบบใหม่ (Bitkom - Der Bundesverband Informationswirtschaft, Telekommunikation und neue Medien e.V.) เห็นว่า Silicon Saxony ค่อนข้างเล็กเกินไป ตัวอย่างเช่น บริษัท Samsung ผู้ผลิตชิปจากเกาหลีใต้วางแผนจะลงทุนมากกว่า 60,000 ล้านยูโรในปีนี้ ขณะที่ TSMC เพิ่งประกาศแผนการลงทุนกว่า 40,000 ล้านยูโร แต่กลับไม่มีโครงการใหม่ๆ ใน Silicon Saxony ให้เห็นเลย 

แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบัน กำลังการผลิตในยุโรปมีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นได้จากปัญหาด้านการจัดหาชิ้นส่วนของบริษัท Nexperia (ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์) เนื่องจากปัจจุบัน Nexperia บริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์แห่งนี้ไม่สามารถเข้าถึงโรงงานในจีนได้อีกต่อไป  ทั้งนี้ นาง Tanjeff Schadt จากบริษัทที่ปรึกษา Strategy& กล่าวว่า ลูกค้าในเยอรมนีต่างก็กังวลเกี่ยวกับการจัดหาชิ้นส่วนสำคัญๆ  สิ่งนี้กำลังสร้างความวิตกกังวลให้กับบรรดาผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ และเริ่มมีการพูดถึงกำลังความยืดหยุ่นของสายการผลิต (Resilience ความสามารถในการกลับมาดำเนินการต่างๆ ได้ แม้ว่าจะประสบปัญหาจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง) อีกครั้ง  นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในสหภาพยุโรปส่วนใหญ่ยังพึ่งพาชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งรวมถึงชิปหน่วยความจำจากผู้ผลิตชิ้นส่วนของประเทศที่สามอีกด้วย โดยราคาของชิปหน่วยความจำเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในแต่ละไตรมาสที่ผ่านมา  (ทั้งนี้ จากช่วงเหตุการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าครั้งใหญ่เมื่อไม่กี่ปีก่อน ทำให้คณะกรรมาธิการยุโรปได้ตระหนักว่า สถานการณ์ในยุโรปไม่อาจดำเนินต่อไปเช่นเดิมได้อีก ในช่วงเวลาดังกล่าวสายการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปหยุดชะงักเป็นเวลาหลายสัปดาห์เนื่องจากขาดแคลนชิป ดังนั้น สัดส่วนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของยุโรปเมื่อเทียบกับทั่วโลก จึงควรจะต้องเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในปี ค.ศ. 2030 

จากการคำนวณล่าสุดทำให้ทราบว่า ยุโรปจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติมในโรงงานต่างๆ อีกประมาณ 120,000 - 160,000 ล้านยูโร จึงจะสามารถบรรลุเป้าหมาย และสถานที่ที่เหมาะสม ก็สมควรต้องเป็นศูนย์กลางการผลิตชิปชั้นนำของยุโรปอย่าง Silicon Saxony นั่นเอง  นาย Frank Bösenberg กรรมการผู้จัดการสมาคมอุตสาหกรรม Silicon Saxony กล่าวว่า เหตุผลที่ทำให้ไม่มีการวางแผนสร้างโรงงานเพิ่มเติมในรัฐ Sachen มี 2 ประการ ก็คือ ประการแรก : “ลูกค้ามองไม่เห็นความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการซื้อชิปจากยุโรป”  ประการที่สอง : “ภาคการเมืองทำงานช้ามาก” มีความจำเป็นต้องมีการจัดหาเงินทุนใหม่ และจัดหาเงินทุนจำนวนมากอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น  หากเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ ในระดับโลก อย่างเช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐอเมริกา ต่างก็ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างมหาศาล ขณะที่เยอรมนี ซึ่งมีเงินทุนอยู่แล้ว แต่นาย Bösenberg ตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรมกล่าวว่า “แต่เยอรมนียังขาดความเข้าใจว่า ทำไม “ไมโครอิเล็กทรอนิกส์” จึงมีความสำคัญ  ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2028 ภูมิภาคเอเชียจะมีโรงงานใหม่เกิดขึ้นกว่า 80 แห่งที่จะเริ่มดำเนินการ ส่วนในอเมริกาจะมี 16 แห่ง  และตามข้อมูลของ Semi สมาคมอุตสาหกรรม ระบุว่า ในยุโรปจะมีโรงงานใหม่เพียง 9 แห่งเท่านั้น โดยโรงงาน TSMC ในเมือง Dresden เป็นโรงงานที่ราคาสูงที่สุดในบรรดาโรงงานเหล่านี้

บริษัท DAS แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น หาก Silicon Saxony กล้าขยายธุรกิจ โดยไม่นานหลังจากเยอรมนีรวมชาติ นาย Horst Reichardt บิดาของนาย René Reichardt เจ้าของคนปัจจุบัน และ Lothar Ritter หุ้นส่วนของเขาได้ก่อตั้งบริษัทขึ้น ไม่นานหลังจากนั้น Siemens ได้ลงทุนในโรงงานผลิตชิปในเมือง Dresden ซึ่งก็คือ Siemens Microelectronics Center (Simec) โดยนาย René Reichardt อธิบายว่า “คำสั่งซื้อจาก Simec เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรา ซึ่งสามารถนำมาเป็นข้อมูลอ้างอิงที่ดีที่สุดสำหรับเราในภูมิภาคเอเชีย” หลังจากที่ Siemens สั่งซื้อเครื่องจักร 90 เครื่อง นาย Reichardt ผู้ก่อตั้งบริษัท จึงเริ่มขยายธุรกิจไปต่างประเทศทันที สำหรับลูกค้าในต่างประเทศ คำสั่งซื้อจาก Siemens เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของบริษัทขนาดเล็กแห่งนี้ บริษัท DAS นำเสนอระบบทำความสะอาดก๊าซไอเสีย และน้ำเสียจากโรงงานผลิตชิป พนักงานครึ่งหนึ่งออกแบบและผลิตเครื่องจักรของบริษัทในเมือง Dresden ส่วนพนักงานอีกครึ่งหนึ่งทำหน้าที่จำหน่ายและให้บริการระบบทั่วโลก นาย Reichardt สร้างรายได้ 85% จากการส่งออก  อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า ความใกล้ชิดกับกลุ่มอุตสาหกรรม (Cluster) มีความสำคัญอย่างยิ่ง มันเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากสำหรับนักพัฒนาของเราที่เรามีลูกค้าหลักอยู่ใกล้แค่เอื้อม  ในปัจจุบันเรามีคู่แข่งประมาณ 40 รายทั่วโลก แต่เราก็ยังสามารถยืนหยัดต่อสู้กับพวกเขาได้

นาย Lars Reger ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของบริษัท NXP ผู้ผลิตชิปจากประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า เงื่อนไขสำหรับการเพิ่มกำลังการผลิตในเมือง Dresden นั้นเอื้ออำนวยความสะดวกมาก เราตั้งเป้าที่จะดำเนินการจัดหาชิปแต่ละตัวของเราจากโรงงานสองแห่งจากแต่ละทวีปที่แตกต่างกัน สำหรับ Silicon Saxony นี่เป็นโอกาสที่เราจะสามารถบรรลุปริมาณการผลิตที่สูงขึ้นนั่นเป็นเหตุผลที่บริษัท NXP เข้าร่วมลงทุนในโรงงานแห่งใหม่ของ TSMC เช่นเดียวกับคู่แข่งอย่างบริษัท Infineon และบริษัท Bosch อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวก็มีข้อเสียอยู่บ้าง จากการวิเคราะห์ของ Strategy& พบว่า ผู้ผลิตชิปในเยอรมนีต้องจ่ายค่าไฟฟ้าสูงกว่าผู้ผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงสามเท่า ค่าแรงและค่าก่อสร้างก็สูงกว่าระดับสากลอย่างมาก อีกทั้งต้นทุนการผลิตขึ้นอยู่กับประเภทของชิปก็ยังสูงกว่าที่อื่นๆ ประมาณ 15% - 30%  นาย Reger จึงเห็นประเด็นหรือเกิดคำถามว่า “ลูกค้าเต็มใจและพร้อมที่จะจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับชิปที่ผลิตในยุโรปหรือไม่  นอกจากนี้ นโยบายที่มุ่งเน้นเฉพาะโรงงานอย่างเดียวก็ดูง่ายดายเกินไป เพราะมันยังมีปัจจัยเกี่ยวกับการเป็นอิสระในการออกแบบเซมิคอนดักเตอร์จากภูมิภาคอื่นๆ มากขึ้นด้วย    

หลังจากการก่อตั้งบริษัท DAS มานานกว่า 35 ปี นาย Reichardt ในฐานะ CEO ต้องการขยายธุรกิจต่อไปอีก โดยเขากล่าวว่า “เรากำลังมองหาสถานที่สำหรับสร้างศูนย์พัฒนาแห่งใหม่ในเมือง Dresden” เพื่อให้มั่นใจได้ว่า Silicon Saxony จะไม่ล้าหลัง บริษัทต่างๆ ต้องมีความกล้าหาญในการขยายธุรกิจเช่นเดียวกับสิ่งที่บริษัท DAS เคยทำเพื่อก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จ หรืออย่างที่นาย Bösenberg ตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรมเคยกล่าวว่า “เราไม่สามารถหยุดอยู่กับที่ได้”

(แหล่งที่มา หนังสือพิมพ์ Handelsblatt เดือนมิถุนายน 2569)

No.1_แนวโน้มสินค้าและบริการจากเยอรมนี Web.pdf
Share :
Instagram