fb
ผู้บริโภคเวียดนามนิยมผลไม้นำเข้ามากขึ้น
โดย
Nguyen
ลงเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2569 11:58
สคต. ณ กรุงฮานอย (เวียดนาม) (TTC, Hanoi (Vietnam))
13

ผู้บริโภคเวียดนามนิยมผลไม้นำเข้ามากขึ้น

image.png

จากข้อมูลสถิติของสมาคมผักและผลไม้เวียดนาม (Vinafruit) ระบุว่า มูลค่าการนำเข้าผักและผลไม้ของเวียดนามในเดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ 528 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 74 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยมูลค่าผักและผลไม้ที่ส่งออกจากสหรัฐฯ มายังเวียดนามอยู่ที่ 307       ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 148 ซึ่งส่งผลให้สหรัฐฯ เป็นประเทศ   ที่ส่งออกผักและผลไม้มายังเวียดนามมากที่สุดในเดือนธันวาคม 2568 มูลค่าผักและผลไม้ที่ส่งออกจากจีนมายังเวียดนามอยู่ที่ 124 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 อยู่ในอันดับที่ และมูลค่าผักและผลไม้ที่ส่งออกจากออสเตรเลียมายังเวียดนามที่ 19 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 อยู่ในอันดับที่ 3 มูลค่าผักและผลไม้ส่งออกจากประเทศต่างๆ มายังเวียดนามในปี 2568 มากกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับปีก่อน คาดว่ามูลค่าการนำเข้าผักและผลไม้ของเวียดนามในปี 2569 อาจสูงถึง 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10–12 การที่เวียดนามเพิ่มการนำเข้าผักและผลไม้จากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ มีสาเหตุหลักมาจาก การลดภาษีนำเข้าเป็นร้อยละ สำหรับผักและผลไม้บางชนิดตั้งแต่ต้นปี 2568 ของรัฐบาลเวียดนาม ส่งผลให้ผลไม้จากสหรัฐฯ มีราคาที่แข่งขันได้ดี และสอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภคเวียดนามส่วนใหญ่ รวมถึงผู้บริโภคเวียดนามมีแนวโน้มชื่นชอบและมีทัศนคติที่ดีต่อสินค้าจากสหรัฐฯ มากยิ่งขึ้น

นาย Nguyen Van Muoi รองเลขาธิการสมาคมผักและผลไม้เวียดนาม (Vinafruit) กล่าวว่า มูลค่าผักและผลไม้นำเข้าของเวียดนาม ในปี 2568 ไม่ได้เป็นเพียงการชดเชยการขาดแคลนตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปิดตลาดอย่างลึกซึ้งของเวียดนามต่อตลาดโลก โดยผู้บริโภคเริ่มสนใจบริโภคผลไม้ระดับพรีเมียมที่มีใบรับรองความปลอดภัยและแหล่งกำเนิดชัดเจนจากกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ผลไม้ อาทิ แอปเปิล เชอร์รี และบลูเบอร์รี           จากประเทศต่างๆ อาทิ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหภาพยุโรป จะได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องๆ           ในเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตในเวียดนาม นอกจากนี้ ฤดูกาลจับจ่ายใช้สอยช่วงเทศกาลปีใหม่เวียดนาม (TET) ในปีนี้เริ่มต้นเร็วกว่าปกติ ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2569 โดยซูเปอร์มาร์เก็ตจนถึงร้านค้าต่างๆ หลายแห่งได้เริ่มวางจำหน่ายสินค้าเฉพาะเทศกาลปีใหม่ เช่น ขนมหวาน อาหาร โดยเฉพาะผลไม้นำเข้าที่ผู้บริโภคเวียดนามนิยม เช่น องุ่น แอปเปิล เชอร์รี และส้ม      มีการนำเข้าเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านปริมาณ ชนิดสินค้า และราคา ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ช่วงเวลาดังกล่าวยังเป็นช่วงที่บริษัทหลายแห่งในเวียดนามเริ่มมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่คู่ค้า ส่งผลให้การจำหน่ายผลไม้นำเข้าเป็นไปได้ดีและอย่างสะดวก

ในอดีต ผลไม้นำเข้าในเวียดนามมีราคาสูงและมีชนิดให้เลือกจำกัด แต่ปัจจุบันกลับมีความหลากหลายและอุดมสมบูรณ์มากขึ้น มีแหล่งกำเนิดที่หลากหลาย และมีราคาหลายระดับ ตั้งแต่หลักหลายหมื่นเวียดนามด่องไปจนถึงหลายล้านเวียดนามด่องต่อกิโลกรัม หรือเท่ากับตั้งแต่หลักหลายสิบไปจนถึงหลายพันบาทต่อกิโลกรัม เช่น แอปเปิลน้ำผึ้งนำเข้าจากญี่ปุ่นแบบกล่อง กิโลกรัม บรรจุ 7–9 ผล ราคา 2.8 ล้านเวียดนามด่อง ต่อกล่อง (3,500 บาท) ส้มเบนิจากญี่ปุ่นแบบกล่อง บรรจุ ผล ราคา 2.5 ล้านเวียดนามด่อง ต่อกล่อง (3,125 บาท) ลูกพลับแห้งนำเข้าจากญี่ปุ่น ขนาด 700 กรัม ราคา 1.7 ล้าน เวียดนามด่องต่อกล่อง (2,125 บาท) ในกลุ่มราคาย่อมเยากว่า เช่น องุ่นแดงไร้เมล็ดพันธ์นำเข้าจากแอฟริกาใต้มีราคา 500,000 เวียดนามด่องต่อกิโลกรัม (625 บาท) ขณะที่เชอร์รีนำเข้าจากชิลีมีราคา 180,000–400,000 เวียดนามด่องต่อกิโลกรัม เป็นต้น ผลไม้นำเข้าบางชนิดมีราคาลดลง เช่น ส้มแมนดารินจากออสเตรเลียซึ่งในอดีตมีราคา 250,000 เวียดนามด่อง ต่อกิโลกรัม  (313 บาท) ปัจจุบันเหลือเพียง 80,000–100,000 เวียดนามด่อง ต่อกิโลกรัม (100-125 บาท) แอปเปิล Envy จากนำเข้านิวซีแลนด์ เชอร์รีจากสหรัฐฯ องุ่นและลูกพีชจากจีน ต่างปรับลดราคาลงพร้อมกันร้อยละ 10–50 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567

สำหรับกีวีนำเข้าจากจีนมีราคาต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมาอยู่ที่ 80,000–120,000 เวียดนามด่อง ต่อกิโลกรัม (100-150 บาท) เนื่องจากได้เปรียบจากผลผลิตจำนวนมาก ต้นทุนแรงงานต่ำ และการผลิตในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขณะที่กีวีนำเข้าจากนิวซีแลนด์และฝรั่งเศสยังคงรักษาระดับราคาไว้ที่ 139,000 เวียดนามด่อง ต่อกิโลกรัม (174 บาท) จัดอยู่ในกลุ่มผลไม้      ที่มีเกรดระดับกลางถึงระดับพรีเมียม แม้จะมีราคาสูงกว่าแต่กีวีนำเข้าจากนิวซีแลนด์และฝรั่งเศสมีความเสถียรด้านราคาและมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่พร้อมจ่ายในราคาสูงขึ้นเพื่อคุณภาพและแบรนด์

แม้ในปัจจุบันผู้บริโภคเวียดนามจะมีทางเลือกผลไม้นำเข้าจากหลายประเทศมากขึ้น แต่ผลไม้นำเข้าจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และออสเตรเลีย ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เนื่องจากได้รับการรับรองมาตรฐานออร์แกนิกและมีแหล่งกำเนิดที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ รวมถึงแนวโน้มการเลือกซื้อกระเช้าของขวัญพร้อมผลไม้ ซึ่งมีความสวยงามดี ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบริโภคเวียดนามมาจากรายได้เฉลี่ยต่อหัวที่เพิ่มขึ้น และการตระหนักถึงสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจสร้างแรงกดดันให้ผลไม้ภายในประเทศต้องปรับตัวและพัฒนาอย่างเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อขยายส่วนแบ่งในตลาดในประเทศในอนาคต

(จาก https://vneconomy.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

จากข้อมูลสถิติของกรมศุลกากรเวียดนาม ทั้งปี 2568 เวียดนามนำเข้าผักผลไม้มูลค่ารวม 3,014 ล้านเหรียญสหรัฐฯ     (+24.2%) ตลาดนำเข้าสำคัญ ได้แก่ จีน 1,019 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+2.56%) สหรัฐฯ 901 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+65.6%) ออสเตรเลีย 170 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+12.6%) เมียนมา 141 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+2.1%) และไทย 74.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+20.3%) ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 6 ของเวียดนาม ดังนั้น ในบริบทที่แนวโน้มตลาดเวียดนามเปิดกว้างมากขึ้นและความต้องการบริโภคผลไม้นำเข้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลไม้จากประเทศไทยจึงมีโอกาสมากในการขยายส่วนแบ่งตลาด เนื่องจาก           มีความได้เปรียบด้านระยะทางขนส่งที่ใกล้ ค่าใช้จ่ายในการขนส่งต่ำ แหล่งผลิตเสถียรภาพ และได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีนำเข้า รวมทั้งผลไม้ไทยหลายชนิดที่มีเอกลักษณ์ เช่น ทุเรียน มังคุด และเงาะ เป็นผลไม้ที่ผู้บริโภคเวียดนามคุ้นเคยและ     นิยมบริโภคอย่างยาวนาน

อย่างไรก็ตาม การที่เวียดนามยังอนุญาตการนำเข้าผลไม้จากไทยเพียง 8 รายการ ได้แก่ มังคุด ลำไย เงาะ ขนุน มะขาม ลองกอง ขนุน และทุเรียน ซึ่งแตกต่างจากประเทศคู่ค้ารายอื่นๆ ของเวียดนาม ผลไม้ส่งออกจากไทยมายังเวียดนามจึงต้องเผชิญกับความท้าทายไม่น้อย เนื่องจากการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นจากประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐฯ จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหภาพยุโรป ซึ่งมีสินค้าที่หลากหลายและมีผลไม้ระดับพรีเมียมได้มากกว่า ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคเวียดนามให้ความสำคัญกับคุณภาพ ใบรับรองความปลอดภัยด้านอาหาร และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งกำเนิดสินค้ามากขึ้น 

ผู้บริโภคเวียดนามนิยมผลไม้นำเข้ามากขึ้น TH-V0.pdf
Share :
Instagram