fb
ผู้ผลิตรถยนต์ของเยอรมนีกำลังพลิกฟื้นกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
โดย
Thanit
ลงเมื่อ 29 กันยายน 2568 13:24
สคต. ณ กรุงเบอร์ลิน (เยอรมนี) (TTC, Berlin (Germany))
53

อุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนีตั้งเป้าใช้งานแสดงสินค้า Internationale Automobil-Ausstellung (IAA) หรืองานแสดงรถยนต์นานาชาติ เป็นโอกาสสำคัญในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ โดยปัจจุบันทั้งบริษัท Volkswagen, Mercedes และ BMW กำลังตกอยู่ในแรงกดดันอย่างมาก จากการแข่งขันในตลาดรถยนต์ที่สำคัญที่สุด 3 แห่ง ได้แก่ ยุโรป สหรัฐอเมริกา และจีน ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่ส่วนแบ่งตลาดรวมของผู้ผลิตรถยนต์จากเยอรมนีลดลงต่ำกว่า 20% โดยสถานการณ์ดังกล่าวได้สะท้อนผ่านบทวิเคราะห์ตัวเลขของบริษัท Dataforce และ Marklines (ผู้ให้บริการข้อมูล) ซึ่งจัดทำให้กับสำนักข่าว Handelsblatt ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ทั้งสามบริษัท นำมาจัดแสดงในงาน IAA มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเครื่องยืนยันการเริ่มต้นใหม่ของพวกเขา สำหรับ BMW ได้จัดแสดงรถรุ่น iX3 ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ผลิตบนแพลตฟอร์มไฟฟ้า “New Class” ในขณะที่ Mercedes นำเสนอ GLC รถ SUV ไฟฟ้าที่ใช้แพลตฟอร์ม “MB.EA” รุ่น ใหม่ ด้าน VW จัดแสดงรถยนต์ซับคอมแพกต์ (Subcompact) รุ่น GLC ไฟฟ้า, รถรุ่น ID.Polo และ ID.Cross ซึ่งเป็นรถราคาประหยัดเป็นครั้งแรก ด้านนาย Ola Källenius ซีอีโอของ Mercedes กล่าวในงานว่า Mercedes และอุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนีกำลังขยายการลงทุนเพื่อมุ่งสู่อนาคตอย่างเต็มกำลัง” ในขณะที่ นาย Oliver Blume ซีอีโอของ VW กล่าวในงาน IAA ว่า เป็น IAA เป็นสัญญาณสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ในเยอรมนีและยุโรป” นาย Oliver Zipse ซีอีโอของ BMW กล่าวว่า “เรากำลังนำ BMW เข้าสู่ยุคใหม่” 

McKinsey ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาได้ออกมา คาดการณ์ว่า “เมื่อพิจารณาจากปัจจัย (1) การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเป็นการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (2) ยานยนต์ที่ต้องพึ่งพาระบบ Software อย่างมาก (3) การแข่งขันในตลาดที่เข้มข้น เนื่องจากคู่แข่งรายใหม่ และ (4) ปัจจัยในการประกอบธุรกิจที่ยากลำบากมากขึ้น ทั้งหมดนี้ ขมวดรวมได้ว่า ภายในปี 2035 ปัจจัยดังกล่าวจะทำให้การเพิ่มมูลค่าของภาคอุตสาหกรรมฯ คิดเป็นมูลค่า 440,000 ล้านยูโร” เลยทีเดียว ในอดีตผู้ผลิตส่วนใหญ่ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าด้วยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกได้ รถยนต์เหล่านี้ไม่น่าเชื่อถือทั้งในด้านรูปลักษณ์และเทคโนโลยี ระยะการขับขี่ที่สั้น และการชาร์จที่ช้าเกินไป แถมยังมีราคาแพงกว่ารุ่นเครื่องยนต์สันดาปที่เทียบเท่ากัน โดยเกิดขึ้นแล้วกับรถยนต์หรูอย่าง Mercedes EQS และ BMW i7 ก็มียอดขายไม่ดีนัก หลังจากการยกเลิกโครงการส่งเสริมการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในเยอรมนีเมื่อปลายปี 2023 อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าก็ประสบปัญหายอดขายซบเซาในตลาดเยอรมัน (เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปเพียงตลาดเดียว) ในขณะเดียวกัน VW, Mercedes และ BMW เองก็ไม่สามารถเอาชนะในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนได้ ท่ามกลางการแข่งขันภายในประเทศที่รุนแรงและต้องแข่งขันกับ Tesla ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกัน ผลที่ตามมา คือ ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตทั่วโลก ผู้ผลิตรถยนต์จากเยอรมนีกำลังสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างมากซึ่งแม้ที่ผ่านมาในช่วงการระบาดของไวรัสโคโรนา ในตลาดรถยนต์สำคัญที่สุด 3 แห่งของโลก ทั้ง VW, BMW และ Mercedes จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์ไฟฟ้ารวมกันอยู่ที่ประมาณ 14% แต่ส่วนแบ่งตลาดกลับลดลงเหลือ 12.3% ในปีที่แล้ว ในปีนี้ผู้ผลิตทั้ง 3 ราย สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อีกครั้งกลับมาอยู่ที่ 12.8% อย่างไรก็ตาม ยอดขายส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากตลาดยุโรป ซึ่งเป็นตลาดหลักที่ Tesla สูญเสียส่วนแบ่งตลาดไปมาก

ผู้ผลิตรถยนต์ของเยอรมนีต้องลงทุนหลายพันล้านในแพลตฟอร์มใหม่ โดยนาย Fabian Brandt ผู้บริหารฝ่ายที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ของ บริษัท Oliver Wyman ในเยอรมนีมองว่า ผู้ผลิตรถยนต์กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก และกล่าวว่า ผู้ผลิตรถยนต์ในเยอรมนีต้องเร่งดำเนินการทันที ก่อนที่จะสายไป ในช่วงเวลาที่เงินทุนของพวกเขายังเหลืออยู่ มิฉะนั้นพวกเขาอาจตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับผู้ผลิตชิ้นส่วนหลายรายที่ขาดเงินทุนในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจด้วยตนเอง การที่พวกเขาได้ลงทุนทางการเงินจำนวนมหาศาลล่วงหน้าทำให้รถยนต์รุ่น New Class ของ BMW, แพลตฟอร์ม MB.EA ของ Mercedes และรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดของ VW ล้วนถูกบังคับให้ต้องประสบความสำเร็จ แม้แต่ผู้บริหาร และสภาแรงงานของ Mercedes เองก็ยังมองไม่เห็นทางเลือกอื่นหลังจากที่พวกเขาประสบความล้มเหลวในการส่งรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกออกมา รถยนต์ไฟฟ้า GLC รุ่นใหม่ต้องกลับมาเป็นที่นิยม ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวใกล้ชิดกับ Mercedes หากรถยนต์รุ่นนี้ขายได้ช้า ซีอีโอ Källenius อาจจะถูกเลื่อยเก้าอีเลยก็ได้ โดยนาย Källenius ผู้บริษัทของ Mercedes กล่าวว่า ถ้าสิ่งที่เราทำไปตอนนี้ยังใช้ไม่ได้อีก ก็คงขอให้พระเจ้าคุ้มครอง! ได้เพียงอย่างเดียวแล้ว” หากเกิดความล้มเหลวผู้ผลิตก็อาจไม่สามารถอัดฉีดเงินจำนวนมากเข้าสู่การพัฒนาได้อีก ซึ่งเมื่อดูสถานการณ์ในปัจจุบันการลดจำนวนพนักงานของผู้ผลิตรถยนต์เยอรมันในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงาน 35,000 คน ของ VW น่าจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น นาย Brandt เชื่อว่า การพัฒนาและใช้แพลตฟอร์มใหม่อุตสาหกรรมรถยนต์เยอรมนีกำลังเดินมาถูกทางแล้ว และกล่าวว่า พวกเขาสามารถตามทันด้านเทคโนโลยีได้อีกครั้ง BMW, Mercedes และ Audi ได้ติดตั้งระบบ 800 โวลต์ 

ในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของพวกเขา ซึ่งเหนือกว่า Tesla ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ยังคงใช้ระบบ 400 โวลต์อยู่ ระบบ 800 โวลต์ นี้ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าของผู้ผลิตจากเยอรมนีสามารถชาร์จได้เร็วขึ้นมาก ในการชาร์จไฟเพียง 10 นาที รถ BMW รุ่น iX3 สามารถวิ่งได้ไกลถึง 370 กิโลเมตร ขณะที่ Mercedes รุ่น GLC ทำได้ประมาณ 300 กิโลเมตร ในการใช้เวลาชาร์จไฟที่เท่ากัน

นอกจากนี้ ด้านสถาปัตยกรรมอิเล็กทรอนิกส์และซอฟต์แวร์ (EAST-ADL Electronics Architecture and Software Technology - Architecture Description Language) ของรถยนต์เยอรมันก็ก้าวหน้าไปมาก เวลาในการชาร์จที่ยาวนานและการไม่เสถียรของการทำงานของระบบอินโฟเทนเมนต์ (Infotainment Systems คือ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ที่ผสานรวมการแสดงข้อมูล (Information) และความบันเทิง (Entertainment) เข้าด้วยกัน) ก็กลายเป็นเรื่องในอดีตไปเรียบร้อยแล้ว ภายในสิ้นปีนี้ BMW วางแผนที่จะเริ่มส่งมอบรถยนต์รุ่นแรก โดยเริ่มต้นที่ รถรุ่น SUV iX3 ซึ่งเปิดตัวไปล่าสุด หลังจากนั้น ก็จะตามมาด้วยรถยนต์ซีดานรุ่น i3 ที่จะออกในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า หลังจากนั้นคาดว่า จะมี i5 และ iX5 ตามมาด้วย นอกจากนี้รุ่น Series 7 จะถูกเสริมด้วยรุ่น New Class โดยภายในปี 2027 BMW วางแผนที่จะทยอยเปิดตัวรถยนต์ทั้งสิ้น 6 รุ่น ด้วยกัน ในขณะที่ นาย Källenius ซีอีโอของ Mercedes ก็มีแผนที่จะรับมือกับปัญหานี้ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ โดยในปี 2025 - 2028 Mercedes จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ และปรับปรุงอีกหลายสิบรุ่น อีกทั้งขยายรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ อย่างรถยนต์รุ่น C-Class เวอร์ชั่นไฟฟ้าที่มีกำหนดเปิดตัวในช่วงปลายปี 2026 และรถยนต์รุ่น E-Class เวอร์ชั่นไฟฟ้ามีกำหนดเปิดตัวในปี 2027 นาย Källenius เชื่อมั่นว่า ผลลัพธ์จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นเหล่านี้จะทยอยปรากฏให้เห็นในงบดุลอย่างช้าที่สุดภายในปี 2027 อย่างไรก็ตาม นาย Brandt เตือนว่า อย่าพึ่งตื่นเต้นจนเกินไป อุตสาหกรรมจำเป็นต้องพิจารณาตัวเองว่า แม้ว่าพวกเขาจะมีการใช้จ่ายมหาศาลในการวิจัยและพัฒนา แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาเรียกได้ว่า ค่อนข้างต่ำ ยิ่งไปกว่านั้นเยอรมนียังคงประสบปัญหาต้นทุนอยู่ นาย Brandt กล่าวว่า ไม่มีที่ใดในโลกที่การผลิตรถยนต์จะมีต้นทุนสูงเท่าที่นี่อีกแล้ว อย่างน้อยผู้ผลิตในยุโรปก็เริ่มสามารถรับมือกับการโจมตีจากผู้ผลิตจีนได้บ้างแล้ว โดยในงาน IAA-2023 แบรนด์ต่าง ๆ เช่น BYD, Xpeng, MG และ Leapmotor ครองตลาด และก่อให้เกิดความกังวลในอุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนีเกี่ยวกับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดยุโรปอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม หากยกเว้นรถยนต์บางรุ่นแล้ว ผู้ผลิตหน้าใหม่จากจีนก็ยังคงไม่สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดแบบมีนัยยสำคัญในยุโรปได้ ในบรรดารถยนต์ไฟฟ้าเกือบ 1.5 ล้านคัน ที่ขายในยุโรปในปีนี้มีเพียงเกือบ 105,000 คัน เท่านั้นที่มาจากผู้ผลิตจีน ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์กว่าสิบแบรนด์นี้คิดรวมกันเป็น 7.1% ในทางตรงกันข้ามส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าของ Volkswagen, Mercedes และ BMW ในยุโรปมีมากกว่า 40% ดังนั้น เรียกได้ว่า ยุโรปจึงยังคงเป็นฐานตลาดที่มั่นที่สำคัญของผู้ผลิตจากเยอรมนีอยู่ แต่ VW, Mercedes และ BMW เองก็ต้องเอาชนะจุดอ่อนในจีนให้ได้ มิฉะนั้นผู้ผลิตจากเยอรมนีที่เคยเป็นผู้เล่นในระดับโลกอาจเสี่ยงต่อการตกชั้นไปเป็นแค่แชมป์ระดับภูมิภาคเท่านั้น

 

จาก Handelsblatt 29 กันยายน 2568

Share :
Instagram