1. สถานการณ์เศรษฐกิจ
- ธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 มีผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.35 เป็นร้อยละ 4.60 การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้นับเป็นการขึ้นครั้งที่ 4 ของปี 2569 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของออสเตรเลียแตะระดับสูงสุด (ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554) และทำให้ออสเตรเลียกลายเป็นประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยนโยบายสูงเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วรองจากประเทศไอซ์แลนด์ เนื่องจากปัจจัยด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีผลต่อราคาสินค้าและบริการอื่นๆปรับเพิ่มขึ้น ตลอดจนปัจจัยด้านการลงทุนในการก่อสร้าง Data Center และที่พักอาศัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางภาวะขาดแคลนแรงงานและต้นทุนด้านวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้นได้กระตุ้นปัญหาภาวะเงินเฟ้อให้รุนแรงขึ้น และมีแนวโน้มที่ธนาคารกลางจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีกภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งจะส่งผลต่อการบริโภคในภาคครัวเรือนลดลง
- สำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียเตือนชาวออสเตรเลียให้เตรียมรับมือกับภัยแล้งฉับพลันในช่วงฤดูร้อน (เดือนตุลาคมถึงธันวาคม) ที่เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่คาดว่าจะทวีความรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ซึ่งขับเคลื่อนโดยภาวะโลกร้อน อีกทั้ง องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้คาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงถึง 100% ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2570 สภาพอากาศสุดขั้วจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมต่างๆโดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตรและปศุสัตว์ ซึ่งอาจทำให้ราคาสินค้าเกษตรและวัตถุดิบอาหารปรับตัวสูงขึ้น
2. สถานการณ์การค้าภาพรวมของออสเตรเลีย [1]
ปี 2569 เดือนมกราคม- สิงหาคม สถานการณ์การส่งออกสินค้าของออสเตรเลีย มีมูลค่า 251,686 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 15.53) เป็นการส่งออกถ่านหินบิทูมินัส (ร้อยละ 27.23) สินแร่และหัวแร่เหล็ก (ร้อยละ 25.68) ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป (ร้อยละ 15.07) เนื้อสัตว์สำหรับบริโภค (ร้อยละ 5.34) และข้าวสาลีและเมสลิน (ร้อยละ 2.82) ประเทศส่งออกหลัก คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกงและสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 14 (อะลูมิเนียมที่ยังไม่ได้ขึ้นรูป ทองแดงบริสุทธิ์ เนื้อสัตว์สำหรับบริโภค ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป และน้ำมันปิโตรเลียมดิบ)
ปี 2569 เดือนมกราคม-สิงหาคม การนำเข้าสินค้าของออสเตรเลีย มีมูลค่า 240,969 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 26.80) โดยเป็นการนำเข้าเครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ (ร้อยละ 15.19) น้ำมันปิโตรเลียมดิบและน้ำมันดิบที่ได้จากแร่บิทูมินัส (ร้อยละ 14.68) รถยนต์สำหรับขนส่งบุคคลและขนส่งของ (ร้อยละ 12.56) เครื่องโทรศัพท์สำหรับเครือข่ายเซลลูลาร์หรือเครือข่ายไร้สายอื่นๆ (ร้อยละ 10.61) ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป (ร้อยละ 7.26) ประเทศคู่ค้าสำคัญ คือ จีน สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ไทยและญี่ปุ่น ปี 2569 เดือนมกราคม-สิงหาคม ออสเตรเลียได้ดุลการค้า 9,865 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 4 มีมูลค่า 12,197 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 58.70) (สินค้านำเข้าหลักจากไทย 5 อันดับแรกได้แก่ รถยนต์ ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป เครื่องปรับอากาศ เครื่องโทรศัพท์สำหรับเครือข่ายเซลลูลาร์หรือเครือข่ายไร้สายอื่นๆ และยางรถยนต์ใหม่) และ ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 8,363 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (275,979 ล้านบาท)
สถานการณ์การส่งออกสินค้าของออสเตรเลียในเดือนสิงหาคม 2569 มีมูลค่า 33,821 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 12.81) โดยเป็นผลมาจากการส่งออกถ่านหินบิทูมินัส (ร้อยละ 30.19) สินแร่และหัวแร่เหล็ก (ร้อยละ 22.71) ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป (ร้อยละ 14.62) เนื้อสัตว์สำหรับบริโภค (ร้อยละ 4.86) และ Lithium concentrates (ร้อยละ 2.44) ประเทศส่งออกหลัก คือ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และฮ่องกง สำหรับประเทศไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 15 (อะลูมิเนียมที่ยังไม่ได้ขึ้นรูป ข้าวสาลีและเมสลิน เนื้อสัตว์สำหรับบริโภค ทองแดงบริสุทธิ์และส้ม)
สำหรับการนำเข้าสินค้าของออสเตรเลียในเดือนสิงหาคม 2569 มีมูลค่า 32,381 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 29.76) โดยเป็นการนำเข้าเครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ (ร้อยละ 19.68) น้ำมันปิโตรเลียมที่ได้จากแร่ บิทูมินัส (ดีเซล) (ร้อยละ 12.89) รถยนต์สำหรับขนส่งบุคคลและขนส่งของ (ร้อยละ 11.62) เครื่องโทรศัพท์สำหรับเครือข่ายเซลลูลาร์หรือสำหรับเครือข่ายไร้สายอื่นๆ (ร้อยละ 10.21) ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป (ร้อยละ 8.01) ประเทศคู่ค้าสำคัญ คือ จีน สหรัฐอเมริกา ไทย ไต้หวันและเกาหลีใต้ ซึ่งในเดือนสิงหาคม 2569 ออสเตรเลียได้ดุลการค้าที่ 1,440 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 (ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป รถยนต์ เครื่องปรับอากาศ เครื่องจักรสำหรับการรับการเปลี่ยนและการส่ง หรือการสร้างเสียง ภาพหรือข้อมูลอื่นๆ และยางรถยนต์ใหม่)
[1] Source: Global Trade Atlas
3. สรุปสถานการณ์การค้าไทย-ออสเตรเลีย [2]
เป้าหมายส่งออก | มูลค่าการค้ารวม (ล้าน US$) | มูลค่าการส่งออก (ล้าน US$) | มูลค่าการนำเข้า (ล้าน US$) | |||||||
ปี 2025 (%) | ปี 2026 (%) | ปี 2025 | ปี 2026 | ปี 2025 | ปี 2026 | ปี 2025 | ปี 2026 | |||
| ม.ค-ส.ค. | +/- (%) |
| ม.ค-ส.ค. | +/- (%) |
| ม.ค-ส.ค. | +/- (%) | ||
0.0 (-2.5) | 1.0 | 17,344.83 (-2.70) | 16,781.21 | 50.56 | 12,047.02 (-2.45) | 11,482.46 | 50.54 | 5,297.80 (-3.25) | 5,298.75 | 50.60 |
[2] Source: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร
4. การค้าระหว่างไทยและออสเตรเลียเดือนสิงหาคม ปี 2569 [2]
การส่งออกสินค้าไทยไปออสเตรเลียเดือนสิงหาคม ปี 2569 มีมูลค่า 2,184.59 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (73,184 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 97.80 เป็นการเพิ่มขึ้นของสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก อาหารทะเลกระป๋อง และน้ำมันสำเร็จรูปแต่การส่งออกรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยางและเครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิว ลดลง
การนำเข้าสินค้าของไทยจากออสเตรเลียเดือนสิงหาคม ปี 2569 มีมูลค่า 490.01 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (16,415 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.94 เป็นการเพิ่มขึ้นของการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน สินแร่โลหะอื่นๆ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค นมและผลิตภัณฑ์นม เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์และเครื่องบินและส่วนประกอบ และเคมีภัณฑ์ แต่การนำเข้าสินค้าผัก ผลไม้ ลดลง
..........................................................................................................
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์