ท่ามกลางอุณหภูมิเดือดในสมรภูมิสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าจะสงบลงในระยะเวลาอันใกล้ การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันดิบในตลาดโลกกว่าร้อยละ 40 เริ่มส่อแววส่งผลกระทบต่อตลาดอาหารในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงโปแลนด์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกสินค้าอาหารและเกษตรรายใหญ่ของสหภาพยุโรป
Poland Insight สื่อด้านเศรษฐศาสตร์และการเมืองของโปแลนด์ ได้รายงานว่า ผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซมิได้จำกัดอยู่เฉพาะแต่เรื่องของภาวะการขาดแคลนพลังงานและการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในโปแลนด์เท่านั้น แต่กำลังขยายวงกว้างขึ้นไปสู่การขาดแคลนสินค้าและสารเคมีที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยในภาคการเกษตร ซึ่งโปแลนด์และผู้ผลิตปุ๋ยในยุโรปตะวันออกยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะแอมโมเนียและยูเรียที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตปุ๋ยไนโตรเจน โดยต้นทุนด้านพลังงานและปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าเกษตรและอาหารภายในประเทศที่จะปรับราคาเพิ่มขึ้นตามภาวะต้นทุน
แม้ว่าในขณะนี้ นักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถคาดการณ์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาคการผลิตอาหารของโปแลนด์ได้อย่างชัดเจน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายด้าน แต่ที่สำคัญที่สุดน่าจะอยู่ที่ระยะเวลาการสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งหากยืดเยื้อยาวนานก็จะยิ่งเกิดความเสียหายต่อราคาพลังงานและเศรษฐกิจการค้ามากขึ้นเป็นเงาตามตัว
ข้อมูลเพิ่มเติม/ข้อคิดเห็นของสคต. วอร์ซอ
1. การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของโปแลนด์ในปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 48,000 ล้านยูโร ส่วนใหญ่ เป็นการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ขณะที่การส่งออกอาหารไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลางมีมูลค่าประมาณ 700 ล้านยูโร หรือราวร้อยละ 1.5 ของการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารรวม โดยเป็นการส่งออกไปยังซาอุดิอาระเบียมากที่สุดในกลุ่ม (ร้อยละ 40) รองลงไปเป็น UAE (ร้อยละ 20) และอิรัก (ร้อยละ 10) สำหรับอิหร่าน ในปี 2567 โปแลนด์ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปเพียงร้อยละ 2 หรือราว 13 ล้านยูโร
2. ผลกระทบอีกประการหนึ่งต่อสินค้าอาหารและเกษตรของโปแลนด์ ในกรณีที่การสู้รบยังคงยืดเยื้อต่อไป อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเส้นทาง trade flow ของสินค้าอาหารและเกษตรจากยูเครนไปยังตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสินค้าในประเภทที่โปแลนด์มีศักยภาพในการผลิตเช่นกัน อาทิ เนื้อสัตว์ปีก ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่ยูเครนส่งออกไปยังประเทศซาอุดิอาระเบีย อิรัก และคูเวต ในปี 2567 กว่า 1,300 ล้านยูโร ซึ่งหากสินค้าดังกล่าว ไม่สามารถส่งออกไปยังตะวันออกกลางได้เนื่องจากภาวะสงครามที่ต่อเนื่อง ก็มีโอกาสสูงที่จะทะลักเข้าสู่สหภาพยุโรป และส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้ผลิตที่เกี่ยวข้องได้
ที่มา:
1. polandinsight.com
2. polskieradio.pl