
“ศุภจี” เปิดบทใหม่ไทย–อินเดีย ดัน Trusted Strategic Partnership
ชู Co-Creation เชื่อมจุดแข็งสองประเทศ สู่ Global Supply Chain
“พาณิชย์” เดินเกมรุกอินเดีย ยกระดับความสัมพันธ์จาก “คู่ค้า” สู่ “พันธมิตรร่วมสร้าง” ดันร่วมลงทุน–ร่วมผลิต–ร่วมพัฒนาตลาดใหม่ เร่งเชื่อม UPI–PromptPay กำหนดสาขาความร่วมมือใน 45 วัน พร้อมปูทางความร่วมมือการค้าและการลงทุนระยะยาว ด้านอาหารสุขภาพ–Nutraceutical นำ 20 ผู้ประกอบการไทยเจาะตลาดอินเดีย และใช้ Thai SELECT หนุน Soft Power–สร้างดีมานด์สินค้าไทย
วันที่ 9 กันยายน 2569 ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนไทย ขับเคลื่อนความสัมพันธ์เศรษฐกิจไทย–อินเดียจาก “คู่ค้า” สู่ “พันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่ไว้วางใจได้” (Trusted Strategic Partnership) ภายใต้แนวคิด Co-Creation เชื่อมจุดแข็งสองประเทศเพื่อร่วมพัฒนาธุรกิจและตลาดใหม่ สู่ Global Supply Chain และตลาดประเทศที่สาม
ยกระดับไทย–อินเดีย จาก “คู่ค้า” สู่ “พันธมิตรร่วมสร้าง”
ภารกิจสำคัญคือการหารือกับ นายปิยุช โกยาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า ไทยและอินเดียมีศักยภาพที่สามารถเติมเต็มกันได้ โดยอินเดียมีตลาดขนาดใหญ่ เทคโนโลยี นวัตกรรม และบุคลากรทักษะสูง ขณะที่ไทยมีความแข็งแกร่งด้านฐานการผลิต คุณภาพสินค้า ความคล่องตัว และบทบาทเป็นประตูเชื่อมโยงสู่อาเซียน
นางศุภจีย้ำว่า เป้าหมายไม่ใช่เพียงเพิ่มมูลค่าการค้า แต่ต้องนำจุดแข็งของสองประเทศมาร่วมสร้างสินค้า บริการ เทคโนโลยี และธุรกิจใหม่ เพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุลและยั่งยืน
ชู 5 สาขานำร่อง เร่งเชื่อม UPI–PromptPay
ไทยเสนอ 5 สาขานำร่อง ได้แก่ อาหารแปรรูป สุขภาพและ Wellness อุตสาหกรรมสีเขียว อัญมณีและเครื่องประดับ และบริการ Hospitality พร้อมเดินหน้ากลไก JTC ไทย–อินเดีย และเร่งเชื่อมระบบชำระเงิน UPI–PromptPay เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว และภาคธุรกิจของสองประเทศ
ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกำหนดสาขาความร่วมมือสำคัญภายใน 45 วัน เพื่อผลักดันโครงการที่เป็นรูปธรรม และอาจต่อยอดสู่ความร่วมมือทางการค้าที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในอนาคต
เปิดเวที Co-Creation รัฐ–เอกชนร่วมสร้างธุรกิจสู่ตลาดโลก
นอกจากนี้ นางศุภจียังเป็นประธานการประชุม India–Thailand Regional Co-Creation Partnership ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี เปิดเวทีให้ภาครัฐและเอกชนไทย–อินเดียหารือโอกาส อุปสรรค และแนวทางพัฒนาธุรกิจร่วมกัน ในสาขาศักยภาพ อาทิ อาหารแห่งอนาคตและ Nutraceutical โลจิสติกส์และ Cold Chain พลังงานและวัสดุก่อสร้างสีเขียว อุตสาหกรรมอวกาศ และบริการ
นางศุภจีย้ำว่า ความร่วมมือระยะต่อไปต้องอยู่บนหลัก Trusted Relationship และ Mutual Benefit โดยมุ่ง “ร่วมสร้าง” และ “ร่วมขาย” ไปยังตลาดโลก
“เราไม่ได้ต้องการเพียงขายสินค้าให้กับอินเดีย หรือให้อินเดียขายสินค้าให้กับไทย แต่ต้องการขายร่วมกับอินเดียไปสู่ตลาดโลก โดยใช้จุดแข็งของแต่ละประเทศมาเติมเต็มซึ่งกันและกัน”
ดัน Nutraceutical–Wellness เชื่อม Ecosystem ไทย–อินเดีย
อีกหนึ่งความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม คือ การนำผู้ประกอบการไทย 20 ราย เข้าร่วม Bharat Nutraverse Expo 2026 จัด Thailand Pavilion นำเสนอสมุนไพร อาหารสุขภาพ Functional Ingredients, Functional Food, Nutraceutical และ Wellness เชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้ากับ Business Ecosystem ของอินเดีย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายสู่ตลาดประเทศที่สาม
นางศุภจีชี้ว่า อินเดียมีจุดแข็งด้านสมุนไพร ความหลากหลายทางชีวภาพ และองค์ความรู้อายุรเวท ขณะที่ไทยมีฐานเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร นวัตกรรม และ Wellness จึงสามารถนำศักยภาพของทั้งสองฝ่ายมาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มร่วมกัน
ในโอกาสนี้ นางศุภจีร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม MOU ระหว่าง SHEFEXIL ของอินเดีย และ Thai Herbal Industry Association (THIA) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านสมุนไพรและ Nutraceutical ทั้งองค์ความรู้ นวัตกรรม การค้า การลงทุน และข้อมูลด้านกฎระเบียบและมาตรฐาน
ใช้ Thai SELECT ต่อยอด Soft Power สร้างดีมานด์สินค้าไทย
นางศุภจีและคณะยังเยือน Erawaan ร้านอาหารไทย Fine Dining ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT 1 ดาว ณ โรงแรม The Claridges New Delhi เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์อาหารไทยและใช้ร้านอาหารไทยเป็นช่องทางสร้างความต้องการสินค้าและวัตถุดิบไทยในตลาดอินเดีย
ปัจจุบันอินเดียมีร้าน Thai SELECT 15 ร้าน ซึ่งมีบทบาททั้งในการเผยแพร่ Soft Power อาหารไทย และสร้างโอกาสทางการค้าสำหรับข้าวหอมมะลิ เครื่องปรุง สมุนไพร ผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์อาหารของไทย
การเยือนครั้งนี้สะท้อนทิศทางใหม่ที่ไทยไม่ได้มองอินเดียเพียงเป็น “ตลาดส่งออก” แต่เป็น พันธมิตรในการร่วมคิด ร่วมลงทุน ร่วมผลิต และร่วมสร้างตลาด เพื่อเชื่อมจุดแข็งของสองประเทศสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก
ทั้งนี้ ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 การค้าไทย–อินเดียมีมูลค่า 13,974.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.07 โดยอินเดียเป็นคู่ค้าอันดับ 7 ของไทยในโลก และอันดับ 1 ของไทยในเอเชียใต้
แหล่งข้อมูล :
สำนักประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
https://www.pib.gov.in/PressReleasePage.aspx?PRID=2308431®=48&lang=2