
รายงานล่าสุดจาก CNBC/NRF Retail Monitor ซึ่งจัดทำโดยสมาพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติสหรัฐฯ (National Retail Federation- NRF) ร่วมกับบริษัท Affinity Solutions เผยว่า ยอดค้าปลีกของสหรัฐอเมริกาในเดือนตุลาคม 2568 ฟื้นตัวย่างมีนัยสำคัญ โดยปรับเพิ่มขึ้นทั้งในรายเดือนและรายปี สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของอุปสงค์ ภาคครัวเรือนและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงแข็งแกร่งก่อนเข้าสู่ฤดูกาลจับจ่ายปลายปี แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังคงเผชิญกับปัจจัยแรงกดดันจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
ตามรายงานระบุว่า ยอดค้าปลีกหลัก (Core Retail Sales) ซึ่งไม่รวมร้านอาหาร ผู้จำหน่ายรถยนต์ และสถานีบริการน้ำมัน ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 จากเดือนก่อนหน้า และปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.89 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ยอดขายลดลงร้อยละ 0.49 เมื่อเทียบรายเดือน แต่ขยายตัวร้อยละ 5.72 เมื่อเทียบรายปี ทั้งนี้ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 ยอดค้าปลีกหลักขยายตัวร้อยละ 5.28 ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการบริโภคที่ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
สำหรับในมุมมองของภาคอุตสาหกรรม โดยนาย Matthew Shay ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ สมาพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติ (NRF) ได้ให้ข้อมูลว่า แม้ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดจะสะท้อนภาพที่หลากหลายทั้งสัญญาณเชิงบวกและลบ แต่ภาคการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่งซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของค่าจ้างที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้ออัตราการว่างงานที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ และความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นจากตลาดหุ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อทิศทางการบริโภคในช่วงเทศกาลวันหยุดสิ้นปีนี้
ในรายงานยังชี้ว่า ยอดค้าปลีกเดือนตุลาคม 2568 ปรับเพิ่มขึ้นในเกือบทุกหมวดหมู่สินค้า ยกเว้นเพียงกลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน รวมถึงวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์สวน โดยมีรายละเอียด ดังนี้:
หมวดสินค้า | การเปลี่ยนแปลงรายเดือน (MoM) | การเปลี่ยนแปลงรายปี (YoY) |
|---|---|---|
สินค้าออนไลน์ (Digital products) | +2.02% | +22.39% |
เสื้อผ้าและเครื่องประดับ | +1.42% | +7.89% |
อุปกรณ์กีฬา งานอดิเรก ดนตรี และหนังสือ | +0.09% | +7.19% |
สินค้าทั่วไป (General merchandise) | +0.58% | +6.99% |
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ | +0.13% | +6.58% |
ของชำและเครื่องดื่ม | +0.59% | +4.08% |
ผลิตภัณฑ์สุขภาพและดูแลส่วนบุคคล | +0.58% | +1.9% |
เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน | -0.08% | -1.7% |
วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์สวน | -0.81% | -8.52% |
หมวดสินค้าที่เติบโตโดดเด่นคือ สินค้าออนไลน์ ซึ่งขยายตัวกว่าร้อยละ 22 เมื่อเทียบรายปี สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคสู่ช่องทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สมาพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติ (NRF) คาดการณ์ว่า ยอดค้าปลีกในช่วงเทศกาลวันหยุดสิ้นปี 2568 จะเติบโตระหว่างร้อยละ 3.7 ถึงร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคง ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและภาวะตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นภาคการใช้จ่ายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
ข้อคิดเห็น
การฟื้นตัวของยอดขายค้าปลีกในเดือนตุลาคมถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและศักยภาพของตลาดภายในประเทศการเติบโตที่ต่อเนื่องของการค้าปลีกมีแนวโน้มเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งสมาพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติ (NRF) คาดการณ์ว่ายอดขายในช่วงเทศกาลสิ้นปีจะเติบโตร้อยละ 3.7 ถึง ร้อยละ 4.2 จากปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราที่สะท้อนถึงเสถียรภาพของการบริโภค แม้เศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงดอกเบี้ยสูงจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)
นอกจากนี้ การฟื้นตัวของยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ยังเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาคการส่งออกของไทย เมื่อกำลังซื้อของผู้บริโภคสหรัฐฯ ฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อความต้องการสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้น และส่งต่อภาคการผลิตในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อที่ฟื้นตัว
ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคเอกชนของไทยควรเร่งดำเนินมาตรการเสริมศักยภาพการส่งออก รวมทั้งการส่งเสริมสนับสนุนการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการส่งออก และการพัฒนาโลจิสติกส์
หากผู้ประกอบการไทยสามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดสหรัฐฯ ที่เน้น ดิจิทัล ความยั่งยืนและรักษามาตรฐาน คุณภาพ ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไทยจะสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและขยายส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว