fb
สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชิลีอย่างไร

สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชิลีอย่างไร

โดย
Ratanaporn
ลงเมื่อ 31 มีนาคม 2569 10:00
สคต. ณ กรุงซันติอาโก (ชิลี) (TTC, Santiago (Chile))
2

รัฐบาลชิลีประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงครั้งใหญ่ โดยมีผลบังคับใช้ในวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จากประมาณ 1.30 เหรียญสหรัฐต่อลิตรเป็น 1.70 เหรียญสหรัฐ ขณะที่น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 โดยเพิ่มขึ้นจาก 1.00 เหรียญสหรัฐเป็น 1.70 เหรียญสหรัฐ[1] การขึ้นราคาครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงกลไกราคาน้ำมันภายในประเทศให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยนาย ฮอร์เก กิรอซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวในแถลงการณ์ว่า ชิลีกำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ท่ามกลางข้อจำกัดทางการคลังที่รุนแรงมาก” สำนักข่าวท้องถิ่นของชิลีเผยว่ามีประชาชนจำนวนมากต่อแถวรอเติมน้ำมันในกรุงซันติอาโก เนื่องจากกังวลว่าราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงขึ้นอีก

ทั้งนี้ นาย ฮอร์เก เบอร์ริโอส ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชิลี เผยว่าภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบประมาณหนึ่งในสามของโลก อีกทั้งยังมีช่องทางการส่งผ่านน้ำมัน 1 ใน 5 เส้นทางสำคัญ ความตึงเครียดใด ๆ ในภูมิภาคนี้มักจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาในตลาดน้ำมันระหว่างประเทศในทันที ซึ่งประเทศชิลีมีความอ่อนไหวอย่างมากต่อปฏิกิริยาดังกล่าว เนื่องจากปริมาณน้ำมันที่ใช้ในประเทศคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 95 ของปริมาณน้ำมันทั้งหมด ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นความผันผวนของราคาน้ำมันจึงส่งผลกระทบอย่างรวดเร็วและขยายวงกว้างออกไปไกลกว่าแค่ต้นทุนด้านพลังงานและการขนส่ง โดยจะกระทบไปถึงการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและห่วงโซ่โลจิสติกส์ “เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตและการขนส่งก็จะเพิ่มขึ้น และสิ่งนี้ก็จะถูกส่งต่อไปยังราคาสินค้าและบริการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” โดยมีการคาดการณ์ว่าดัชนีราคาผู้บริโภคในภาพรวมในเดือนเมษายนนี้ อาจปรับตัวสูงขึ้นประมาณร้อยละ 8 นอกจากนี้ ความต้องการน้ำมันและการซื้อขายน้ำมันระหว่างประเทศส่วนใหญ่ผ่านสกุลเงินเหรียญสหรัฐ ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น และทำให้สินค้านำเข้ามีราคาแพงขึ้น 

ข้อมูลจากธนาคารกลางชิลี ณ วันที่ 30 มีนาคม 2569 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 1 เหรียญสหรัฐต่อ 929.90 เปโซชิลี ซึ่งแข็งค่าขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ หากสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่สามารถคลี่คลายลงได้ในระยะเวลาอันใกล้ ชิลีอาจได้รับผลกระทบในระดับปานกลางในเดือนเมษายน ทั้งนี้ หากความตึงเครียดคงอยู่และทำให้ราคาน้ำมันและเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน ชิลีจะได้รับผลกระทบที่รุนแรงและเกิดแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อ ลดโอกาสในการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ซึ่งอาจขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

บทวิเคราะห์/ความเห็นของสคต. 

แม้ว่าในทางภูมิศาสตร์ ชิลีจะอยู่ห่างไกลจากสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก จะส่งผลกระทบอย่างรวดเร็วต่อเศรษฐกิจของโลกที่ปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกันตลาดการเงิน และจะตอบสนองต่อสัญญาณความเสี่ยงระหว่างประเทศแทบจะทันที รวมถึงเศรษฐกิจของชิลีด้วย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นกับเส้นทางการขนส่งทางยุทธศาสตร์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก

ชิลีเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของภูมิภาคลาตินอเมริกา และพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันถึงร้อยละ 95 การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันและค่าเงินเหรียญสหรัฐจะทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้นโดยตรง และกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและการผลิต กระทบต่อดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ให้สูงขึ้นตามไปด้วย โดยธนาคารกลางของชิลีได้คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ซึ่งอาจสูงถึงประมาณร้อยละ 4[1] อย่างไรก็ดี รัฐบาลชิลีได้ประกาศมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากจากความผันผวนของราคาค่าน้ำมัน ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นผ่านกลไกการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงหรือ (MEPCO)[2] โดยเป็นการให้เงินอุดหนุนหรือลดภาษีสรรพสามิตลง เพื่อให้ราคาขายปลีกที่หน้าปั๊มเพิ่มขึ้นไม่เกินเพดานที่กำหนดในขณะนี้ซึ่งถือเป็นช่วงวิกฤตพลังงาน รัฐบาลได้ขยายขอบเขตการใช้กลไล MEPCO อาทิ การตรึงค่าโดยสารขนส่งสาธารณะไปจนถึงเดือนธันวาคม 2569 การขยายวงเงินอุดหนุน และปรับเปลี่ยนความถี่ในการปรับราคาจากทุกสัปดาห์ เป็นทุก 3 สัปดาห์ เพื่อให้ราคาน้ำมันคงที่นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งประธานาธิบดีโฮเซ่ อันโตนิโอ คาสต์ ได้ออกแถลงการณ์ว่า มาตรการดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายประมาณ 140 ล้านเหรียญสหรัฐต่อสัปดาห์และคาดว่าจะสูงถึง 160 ล้านเหรียญสหรัฐต่อสัปดาห์ หากสถานการณ์ฯ ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป โดยรัฐบาลได้ประเมินว่าภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดอาจสูงถึง พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะกระทบต่องบประมาณของรัฐบาลที่ตึงเครียดจากการขาดดุลทางการคลังในปีแล้วที่สูงถึงร้อยละ 3.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด 19) 

ผลกระทบต่อประเทศไทย

ต้นทุนค่าขนส่งและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น การค้าและการขนส่งสินค้าระหว่างไทยและชิลีต้องพึ่งพาการขนส่งทางเรือและทางอากาศเป็นหลัก อีกทั้งระยะทางของระหว่าง ประเทศห่างไกลกันมาก เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าระวางเรือ (Freight Rate) และค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) เพิ่มขึ้นทำให้ราคาสินค้าจากการขนส่งดังกล่าวเพิ่มขึ้นด้วย โดยสินค้าไทยที่มีราคาต่อหน่วยค่อนข้างต่ำ หรือเน้นปริมาณมากแต่ราคาต่อหน่วยต่ำ อาทิ ข้าว หรือเม็ดพลาสติกจะได้รับผลกระทบมากกว่าสินค้าที่มีมูลค่าสูง 

อำนาจการซื้อของผู้บริโภคชาวชิลีลดลง จากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวประกอบกับอัตราเงินเฟ้อของชิลีที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ราคาอาหารและบริการพื้นฐานที่อยู่ในระดับสูงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก ส่งผลให้ผู้บริโภคในชิลีต้องระมัดระวังการใช้จ่ายและเลือกซื้อเฉพาะสินค้าจำเป็น

การชะลอการตัดสินใจด้านการลงทุน สภาพแวดล้อมที่มีตัวแปรความผันผวนมากขึ้น ต้นทุนพลังงาน การขนส่งระหว่างประเทศ ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้นำเข้าชาวชิลี  และอาจรวมถึงการจัดหาสินค้าหรือนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย

สคต.ฯ เห็นว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นในชิลี ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านต้นทุนเชื้อเพลิงในประเทศเท่านั้น แต่เปรียบเสมือนแรงสั่นสะเทือนระลอกใหญ่ ที่ส่งผลกระทบมาถึงภาคการค้าระหว่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและชิลีที่ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ ทั้งในด้านต้นทุนโลจิสติกส์ที่เพิ่มสูงขึ้นและอำนาจการซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงตามภาวะเงินเฟ้อ การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับวิกฤตในครั้งนี้ จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน ผู้ประกอบการควรเร่งทบทวนโครงสร้างต้นทุนและแผนการขนส่ง โดยพิจารณาการบริหารจัดการคลังสินค้า ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดความถี่ในการขนส่ง รวมถึงการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ท่ามกลางความผันผวนของค่าเงินเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ ในสภาวะที่ต้นทุนพื้นฐานสูงขึ้น การใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี (TCFTA) เพื่อยกเว้นภาษีนำเข้าจะกลายเป็นกลยุทธ์หลักในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดชิลี ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประคองตัวผ่านวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษนี้ไปได้ และเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างความยั่งยืนทางการค้าในอนาคต

__________________________

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก

          มีนาคม 2569


 


[1] https://www.bcentral.cl/en/web/banco-central/content/-/detalle/informe-de-politica-monetaria-marzo-2025

[2] https://www.hacienda.cl/estabilizacion-precios-de-combustibles/informe-semanal


 


[1] https://www.reuters.com/business/energy/chiles-fuel-prices-jump-global-oil-shock-strains-public-finances-2026-03-24/

สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชิลีอย่างไร REV.pdf
Share :
Instagram