
ตามรายงานของกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา การส่งออกของกัมพูชาไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) มีมูลค่า 1.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 8.32% จาก 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดย ในไตรมาสแรกของปี 2569 มูลค่าการค้าระหว่างกัมพูชาและสหภาพยุโรปอยู่ที่ 1.37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 8.16% จาก 1.26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตลาดหลักของกัมพูชาในสหภาพยุโรป ได้แก่ สเปน เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส และเบลเยี่ยม โดย EU เป็นตลาดสำคัญสำหรับสินค้าเสื้อผ้า รองเท้า สินค้าเดินทาง และสินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ รองจากสหรัฐฯ แคนาดา สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น
นาย Penn Sovicheat รัฐมนตรีช่วยและโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การส่งออกที่เติบโตขึ้นเป็นผลจากความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน พร้อมชี้ว่าปริมาณการค้าที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาด และการรักษาฐานลูกค้าสำคัญของกัมพูชาในห่วงโซ่อุปทานโลก
ด้านการนำเข้าจาก EU มีมูลค่า 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7.1% โดย EU ยังคงเป็นคู่ค้าสำคัญของกัมพูชา คิดเป็นราว 15% ของการส่งออกทั้งหมด รองจากสหรัฐฯ ตลาด RCEP และเวียดนาม
ทั้งนี้ ในปี 2568 การค้าระหว่างกัมพูชาและ EU มีมูลค่า 5.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 10.2% โดยการส่งออกของกัมพูชาไป EU อยู่ที่ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การนำเข้าอยู่ที่ 863 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 5.88%
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. ในไตรมาสแรก ปี 2569 การส่งออกเติบโตในระดับ มากกว่า 8% สะท้อนว่าความสามารถในการแข่งขันของกัมพูชาในตลาด EU ยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันการค้ารวมที่เพิ่มขึ้น ยังบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดี โดย EU ยังคงมีสัดส่วนราว 15% ของการส่งออกทั้งหมด จึงถือเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีความสำคัญ
2. อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาสินค้ากลุ่มเสื้อผ้า (garment) เป็นหลักยังทำให้กัมพูชามีความเสี่ยงต่อความผันผวนของอุปสงค์และมาตรฐานด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดของ EU ดังนั้น การเติบโตในระยะต่อไป จึงควรเน้นการ “ยกระดับโครงสร้างการส่งออก” ไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรแปรรูป ด้วย
________________________________________________________
ที่มา Khmer Times
1 พฤษภาคม 2569