fb
เวียดนามจะเปลี่ยนใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569

เวียดนามจะเปลี่ยนใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569

โดย
Nguyen
ลงเมื่อ 20 มกราคม 2569 16:30
สคต. ณ กรุงฮานอย (เวียดนาม) (TTC, Hanoi (Vietnam))
111

เวียดนามจะเปลี่ยนใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569

ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวียดนามจะเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ E5 และ E10 อย่างเป็นทางการ ตามแผนงานระยะยาวที่รัฐบาลและกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี การดำเนินการดังกล่าวมีความพร้อมทั้งในด้านกรอบกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค และความเห็นพ้องจากภาคธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน การลด    การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของประเทศ

ในการประชุมทบทวนการจัดหาและบริหารจัดการเชื้อเพลิงประจำปีที่ผ่านมาและกำหนดแผนงานสำหรับปี 2569     จัดโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า (Ministry of Industry and Trade: MoIT) นาย Le Ngoc Hung ผู้แทนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Ministry of Science and Technology: MST) กล่าวว่า รัฐบาลได้วางเงื่อนไขที่จำเป็นครบถ้วนสำหรับการนำเชื้อเพลิง E10 มาใช้ได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด

ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบการรายใหญ่ในภาคพลังงานได้เตรียมความพร้อมเชิงรุกสำหรับการเปลี่ยนผ่าน              บริษัท Petrolimex ระบุว่า ได้ดำเนินการเตรียมการทั้งหมดแล้ว ในขณะที่บริษัท PVOIL ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางเทคนิคและการบริหารจัดการส่วนใหญ่เรียบร้อย ความพร้อมดังกล่าวถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการรับประกันทั้งปริมาณและคุณภาพของเชื้อเพลิงชีวภาพเมื่อมีการนำมาใช้ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยอมรับว่ายังมีประเด็นที่ต้องปรับแก้บางอย่างในระบบมาตรฐานและข้อบังคับทางเทคนิคที่ใช้กำกับธุรกิจปิโตรเลียม โดยเฉพาะในด้านสถานที่จัดเก็บและโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะเดียวกัน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกำลังเร่งจัดทำร่างกฎหมายว่าด้วยคุณภาพผลิตภัณฑ์ฉบับใหม่ ซึ่งมีบทบัญญัติสำคัญหลายประการ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน

ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า การประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และท้องถิ่น มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ระบบมาตรฐานและข้อบังคับของดังกล่าวมีความสมบูรณ์ ช่วยสร้างตลาดที่มีเสถียรภาพ โปร่งใส และปลอดภัย ทั้งนี้ การตรวจสอบและการกำกับดูแลจะยังคงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพได้รับการประเมินว่ามีประโยชน์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ สร้างการจ้างงาน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินนโยบายดังกล่าว ในช่วงปลายปี 2568 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกับบริษัทเชื้อเพลิงรายใหญ่ เพื่อตรวจสอบการดำเนินการตามมติรัฐบาลที่ 53/2012/QD-TTg     ว่าด้วยการพัฒนาและการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและแก้ไขอุปสรรคที่เกิดขึ้น ผลการศึกษาชี้ว่า         ภาคธุรกิจส่วนใหญ่แสดงท่าทีสนับสนุนนโยบายดังกล่าว

ในขณะเดียวกัน นาย Pham Thanh Trung รองผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าระบุว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ว่าด้วยการค้าปิโตรเลียม ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการปรึกษาหารือ      ขั้นสุดท้ายก่อนการประกาศใช้

ด้วยการเตรียมการอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือจากภาคธุรกิจ การเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงชีวภาพตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนปี 2569 คาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญของตลาดพลังงานเวียดนาม และเป็นแรงขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

(จาก https://vietnamnews.vn/

ข้อคิดเห็น สคต

การที่เวียดนามเตรียมเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ E5 และ E10 อย่างเป็นทางการ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนทิศทางนโยบายพลังงานซึ่งมุ่งสู่ความยั่งยืนอย่างชัดเจน เมื่อพิจารณาควบคู่กับภาพรวมตลาดพลังงาน จะเห็นได้ว่านโยบายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่สอดรับกับแนวโน้มการขยายตัวของความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศอย่างเป็นระบบ ในปี 2568 ปริมาณการจัดหาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำหรับตลาดภายในประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 28.6 ล้านลูกบาศก์เมตร/ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.14 เมื่อเทียบกับปี 2567 ในขณะที่การบริโภคอยู่ที่ 26.4 ล้านลูกบาศก์เมตร/ตัน หรือเฉลี่ย 2.2 ล้านลูกบาศก์เมตร/ตันต่อเดือน โดยมีระดับสินค้าคงคลังประมาณ 1.7 ล้านลูกบาศก์เมตร/ตัน ซึ่งยังคงอยู่ในกรอบของปริมาณสำรองหมุนเวียนที่กำหนดไว้ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าตลาดมีเสถียรภาพเพียงพอรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่เชื้อเพลิงชีวภาพโดยไม่กระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงาน นอกจากนี้ แผนสำหรับปี 2569 ที่กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าจะจัดสรรปริมาณการจัดหาปิโตรเลียมรวมขั้นต่ำเกือบ 31.8 ล้านลูกบาศก์เมตร/ตัน หรือเฉลี่ย 2.65 ล้านลูกบาศก์เมตร/ตันต่อเดือน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตของ GDP ที่ร้อยละ 10 แสดงให้เห็นว่า นโยบายเชื้อเพลิงชีวภาพถูกวางบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในมุมของภาคธุรกิจ ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การปรับตัวให้ทันต่อกฎระเบียบใหม่ ภาคเอกชนจำเป็นต้องอัปเดตข้อมูลด้านกฎหมายอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริหารจัดการ และทรัพยากรบุคคล เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ การเตรียมพร้อมเชิงรุกของผู้ประกอบการรายใหญ่ในปัจจุบันถือเป็นสัญญาณบวกต่อความสำเร็จของนโยบายนี้

เวียดนามจะเปลี่ยนใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569.pdf
Share :
Instagram