fb
อินเดียผลักดันการระดมทุนภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานในการประชุมด้านการเงิน BRICS

อินเดียผลักดันการระดมทุนภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานในการประชุมด้านการเงิน BRICS

โดย
Parisa
ลงเมื่อ 31 สิงหาคม 2569 16:54
สคต. ณ กรุงนิวเดลี (อินเดีย) (TTC, New Delhi (India))
2

อินเดียผลักดันการระดมทุนภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานในการประชุมด้านการเงิน BRICS

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 อินเดียใช้เวทีการประชุมด้านการเงินของกลุ่ม BRICS ณ เมืองชัยปุระ 
รัฐราชสถาน ผลักดันแนวคิดการเพิ่มบทบาทของเงินทุนภาคเอกชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเห็นว่าการลงทุนภาครัฐเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว จำเป็นต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนผ่านนโยบายที่มีความชัดเจนและมีเสถียรภาพ การพัฒนาโครงการที่มีความพร้อมในการลงทุน ตลอดจนการสนับสนุนจากสถาบันการเงินพหุภาคี

ประเด็นดังกล่าวได้รับการหารือในการสัมมนาเรื่องบทบาทของธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ (New Development Bank: NDB) ในการระดมเงินทุนภาคเอกชนในกลุ่มประเทศสมาชิก BRICS ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลาง BRICS โดยมีนาง Nirmala Sitharaman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและกิจการองค์กรของอินเดีย เป็นผู้นำเสนอแนวทางของอินเดีย และนาง Dilma Rousseff ประธาน NDB และอดีตประธานาธิบดีบราซิล กล่าวปาฐกถาพิเศษ

การลงทุนภาครัฐเพื่อสร้างฐานและดึงดูดเงินทุนภาคเอกชน

นาง Sitharaman กล่าวว่า อินเดียมองว่าการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนไม่ควรเป็นทางเลือกที่ต้องแข่งขันกัน แต่การลงทุนภาครัฐควรทำหน้าที่เป็นพื้นฐานในการสร้างโอกาสและลดความเสี่ยงเพื่อดึงดูด
การลงทุนจากภาคเอกชน โดยเฉพาะในโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีระยะเวลาคืนทุนยาว

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียได้เพิ่มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมถนนทางหลวง รถไฟ ท่าเรือ ระบบโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และพลังงาน ควบคู่กับ
การดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างฐานรองรับการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและเพิ่มความน่าสนใจของโครงการต่อผู้ลงทุนภาคเอกชน

รัฐบาลอินเดียยังได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ในการลงทุนและลดความเสี่ยงของโครงการ อาทิ การสนับสนุนเงินทุนเพื่อให้โครงการมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (Viability Gap Funding: VGF) รูปแบบการร่วมลงทุน Hybrid Annuity Model การใช้กลไกเพิ่มความน่าเชื่อถือด้านสินเชื่อ (Credit Enhancement) กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Investment Trusts: InvITs) แผนโครงสร้างพื้นฐานแห่งชาติ (National Infrastructure Pipeline: NIP) และโครงการ PM Gati Shakti 
ซึ่งมุ่งยกระดับการประสานงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ

ความชัดเจนของนโยบายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการลงทุน

อินเดียเห็นว่าอุปสรรคต่อการระดมทุนเพื่อการพัฒนาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขาดแคลนเงินทุน แต่ยังรวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนในด้านเสถียรภาพ ความต่อเนื่อง และความสามารถใน
การคาดการณ์นโยบายในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนที่มีระยะเวลาคืนทุนยาว

ในส่วนของกลุ่ม BRICS ซึ่งประเทศสมาชิกต่างมีความจำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ขณะที่ยังต้องบริหารข้อจำกัดด้านงบประมาณ การสร้าง
ความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สถาบันการเงินพหุภาคี และนักลงทุนภาคเอกชนจึงมีความสำคัญต่อการลดช่องว่างด้านเงินทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่

นาง Sitharaman ยังกล่าวถึงมาตรการภายใต้งบประมาณสหภาพอินเดียประจำปีงบประมาณ 2569–2570 ที่มุ่งส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน ได้แก่ การพัฒนาระเบียงขนส่งสินค้าโดยเฉพาะ (Dedicated Freight Corridors) ระเบียงรถไฟความเร็วสูง การเปิดใช้งานเส้นทางคมนาคมทางน้ำภายในประเทศเพิ่มเติม และโครงการส่งเสริมการขนส่งสินค้าชายฝั่ง (Coastal Cargo Promotion Scheme) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์และลดข้อจำกัดด้านต้นทุนการขนส่ง

NDB กับบทบาทการลดความเสี่ยงและระดมทุนเพิ่มเติม

การประชุมยังให้ความสำคัญกับบทบาทของ NDB ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุนภาครัฐ 
โดยสถาบันการเงินพหุภาคีควรมีบทบาทมากกว่าการปล่อยสินเชื่อโดยตรง แต่ควรทำหน้าที่เป็นกลไกใน
การลดความเสี่ยงของโครงการ (De-risking) เพิ่มความพร้อมในการลงทุนของโครงการ ดึงดูดผู้ร่วมลงทุน และพัฒนาโครงสร้างทางการเงินที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนภาคเอกชน

นาง Anuradha Thakur เลขาธิการด้านเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังอินเดีย ซึ่งกล่าวเปิดการสัมมนา ระบุถึงความจำเป็นในการพัฒนากรอบการเงินเพื่อรองรับการระดมทุนในระยะยาว โดยความร่วมมือระหว่างประเทศและสถาบันการเงินพหุภาคีสามารถช่วยแก้ไขข้อจำกัดร่วมกันของประเทศกำลังพัฒนา ทั้งในด้าน
การเตรียมความพร้อมของโครงการ ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ และการเข้าถึงนักลงทุน

ข้อคิดเห็นของ สคต. ณ กรุงนิวเดลี

1. การผลักดันของอินเดียในครั้งนี้สะท้อนทิศทางสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจในกลุ่ม BRICS ที่ให้ความสำคัญกับการสร้าง “ระบบนิเวศทางการเงิน” เพื่อทำให้โครงการโครงสร้างพื้นฐานมีความพร้อมและน่าสนใจสำหรับนักลงทุนมากขึ้น โดยภาครัฐยังคงมีบทบาทในการกำหนดทิศทางและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพื้นฐาน ขณะที่ภาคเอกชนจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการจัดหาเงินทุน เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญในการดำเนินโครงการ

2. สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าและมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอินเดียและประเทศสมาชิก BRICS การขยายตัวของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการเปิดรับเงินทุนภาคเอกชนของอินเดียอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในสาขาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด การลดการปล่อยคาร์บอน และบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาโครงการ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรติดตามนโยบายและโครงการลงทุนของอินเดียอย่างใกล้ชิด รวมถึงพิจารณา
การสร้างพันธมิตรกับภาคธุรกิจและสถาบันการเงินของอินเดียเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่การลงทุนและการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการขนาดใหญ่ของอินเดีย

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://rajasthan.economictimes.indiatimes.com/news/economy/india-pitches-private-capital-push-at-brics-finance-meet-in-jaipur/133200480

 

ข่าวเด่น 25 สิงหา ใส่ฟอร์ม.pdf
Share :
Instagram