fb
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
ทุเรียนสดกัมพูชาเข้าสู่ตลาดจีนโดยผ่านด่านโหย่วอี้กวนเป็นครั้งแรก

ทุเรียนสดกัมพูชาเข้าสู่ตลาดจีนโดยผ่านด่านโหย่วอี้กวนเป็นครั้งแรก

โดย
Qin
ลงเมื่อ 30 กันยายน 2568 15:45
สคต. ณ เมืองหนานหนิง (จีน) (TCC, Nanning (China))
63

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา รถบรรทุกระบบความเย็นที่ขนส่งทุเรียนสดจากกัมพูชาจำนวน 19.8 ตัน ได้เข้าถึงด่านโหย่วอี้กวน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง นับเป็นการนำเข้าทุเรียนสดจากกัมพูชาครั้งแรกผ่านด่านศุลกากรกว่างซีจ้วง หลังจากจีน – กัมพูชา ลงนามในพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการตรวจสอบกักกันพืชสำหรับทุเรียนสดกัมพูชาส่งออกไปจีน เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 นอกจากนี้ยังเป็นการนำเข้าทุเรียนสดกัมพูชาครั้งแรกสู่กว่างซีจ้วงหลังการจัดงานประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เกษตรจีน (เป๋ยไห่) – กัมพูชา เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

image.png

ทุเรียนล็อตนี้ นำเข้าโดยบริษัท Guangxi Xinjiu International Logistics Co., Ltd. นางเหลียง เหมยเหมย ผู้จัดการบริษัทฯ ให้ข้อมูลว่าทุเรียนกัมพูชาล็อตนี้ได้ขนส่งจากกัมพูชา โดยผ่านด่านม๊อคแบ็ด (Moc Bai) ของเวียดนาม แล้วขนส่งทางถนนมาถึงด่านโหย่วอี้กวน หลังผ่านขั้นตอนการพิธีการศุลกากรทุเรียนจะถูกกระจายสู่ตลาดรองในเมืองหนานหนิง และเมืองกว่างโจว ทุเรียนกัมพูชามีความได้เปรียบด้านเนื้อหนา เม็ดเล็ก เปลือกบาง ช่วงก่อนเทศกาลวันหยุดวันชาติจีนและวันไหว้พระจันทร์ของจีน คาดว่าจะสามารถสร้างกระแสการบริโภคทุเรียนระลอกใหม่ได้

image.png

นายเหลียง เหิงเผิง หัวหน้าหน่วยตรวจสอบด่านโหย่วอี้กวน เปิดเผยว่าได้รับรู้แผนนำเข้าของบริษัทนำเข้าล่วงหน้า ซึ่งได้จัดเจ้าหน้าที่เฉพาะให้คำแนะนำกับการยื่นสำแดง เพื่อให้ความรู้ข้อกำหนดการตรวจสอบสินค้าและการยื่นเอกสาร รวมถึงจัดสรรช่องตรวจสอบและกันกันสินค้าในอันดับแรก และเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการ เพื่อให้การตรวจสอบทุเรียนกัมพูชาดำเนินการได้โดยทันทีที่มาถึง ควบคู่กับตรวจสอบด้านความปลอดภัย และการให้บริการประสิทธิภาพสูง

ข้อมูลปี 2567 กัมพูชามีพื้นที่ปลูกทุเรียนจำนวน 10,454 เฮกตาร์ หรือประมาณ 65,337.5 ไร่ โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ 6,908 เฮกตาร์ หรือประมาณ 43,175 ไร่ มีผลผลิตทุเรียนทั่วประเทศ จำนวน 112,110 ตัน โดยทุเรียนส่วนใหญ่บริโภคภายในประเทศ และมีการส่งออกปริมาณเพียง 142 ตัน คือ การส่งออกมายังประเทศไทย จำนวน 86 ตัน ฝรั่งเศส จำนวน 53 ตัน และนอร์เวย์ จำนวน ตัน กัมพูชามี 9 จังหวัดที่มีศักยภาพสูงในการปลูกทุเรียน ได้แก่ จังหวัดกำปงจาม ตะโบงคมุม รัตนคีรี มณฑลคีรี พระตะบอง โพธิสัตว์ เกาะกง กำปงธม และกำปอด โดยเฉพาะทุเรียนจากกำปอด ซึ่งขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศ ฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกรกฎาคม บางครั้งถึงต้นเดือนสิงหาคม

ปัจจุบันกัมพูชามีสวนปลูกทุเรียนจำนวน 112 แห่ง และโรงคัดบรรจุจำนวน 30 แห่ง ได้ผ่านการรับรอง ซึ่งกิจการที่ผ่านการรับรองทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐาน GAP เงื่อนไขสุขอนามัยพืช และมาตรฐานความปลอดภัยอาหารของจีน

ทุเรียนกลายเป็นผลไม้สดชนิดที่ 5 ของกัมพูชาที่ได้รับอนุญาตส่งออกมายังจีน ต่อจากกล้วย มะม่วง ลำไย และมะพร้าว สะท้อนถึงความก้าวหน้าของการค้าผลิตภัณฑ์เกษตรและความสะดวกในการผ่านด่านจีน – กัมพูชา การขยายการนำเข้าสินค้าคุณภาพจากอาเซียน เช่น กัมพูชา ส่งผลให้ทุเรียนกัมพูชาผ่านด่านบกสู่กว่างซีจ้วงได้อย่างคล่องตัว ส่งเสริมให้ผลไม้อาเซียนรวมตัวที่กว่างซีก่อนกระจายไปยังทั่วประเทศจีน 

ตลอดช่วง เดือนแรกของปีนี้ ด่านโหย่วอี้กวนนำเข้าผลไม้รวม 837,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 57 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันที่ผ่านมา ในจำนวนนี้มีทุเรียน 476,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.7

ความคิดเห็นของ สคต. ณ เมืองหนานหนิง กัมพูชาเป็นประเทศที่ 5 ที่ได้รับอนุญาตนำเข้าทุเรียนสดของจีนต่อจากประเทศไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ในประเทศดังกล่าวนี้ ทุเรียนจากไทย เวียดนาม และกัมพูชามีการนำเข้าผ่านด่านโหย่วอี้กวน โดยด่านโหย่วอี้กวนเป็นด่านที่นำเข้าทุเรียนผ่านทางถนนที่มากที่สุดของจีน โดยเฉพาะในการนำเข้าทุเรียนไทย หลังจากทุเรียนกัมพูชาใช้ด่านโหย่วอี้กวนเป็นช่องทางนำเข้า อาจเป็นอีกหนึ่งคู่แข่งของทุเรียนไทยในตลาดจีน ไม่ว่าเป็นการเพิ่มความแออัดสะสมของรถบรรทุกขนส่งสินค้าผลไม้ผ่านด่านในช่วงฤดูการผลไม้ หรือคู่แข่งทางตลาด เนื่องจากฤดูกาลทุเรียนของกัมพูชาอยู่ในช่วงใกล้เคียงกับช่วงผลผลิตของไทย อย่างไรก็ตาม กัมพูชายังต้องเผชิญกับความท้าทายในการแข่งขันกับทุเรียนไทย เวียดนาม และมาเลเซีย เนื่องจากพันธุ์ทุเรียนของกัมพูชายังไม่เป็นที่รู้จักเหมือนหมอนทองของไทย หรือมูซังคิงของมาเลเซีย และผู้บริโภคชาวจีนอาจยังไม่มีความเชื่อมั่นในด้านรสชาติและคุณภาพทุเรียน รวมถึงปริมาณผลผลิตยังมีความแตกต่างกับทุเรียนไทยมาก นอกจากนี้ ทุเรียนกัมพูชามีแนวโน้มที่จะมีราคาสูง เนื่องจากปัญหาแรงงานและพื้นที่เพาะปลูกยังมีไม่มากหากเทียบกับประเทศคู่แข่งอื่น รวมถึงระบบโลจิสติกส์การขนส่งสู่ตลาดจีนยังไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญในด้านคุณภาพ และความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของทุเรียนไทย โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรปฏิบัติตามมาตรฐานการผลิตที่ปลอดภัยอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน แหล่งกำเนิดต้องผ่านมาตรฐานการรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี โรงงานแปรรูปต้องผ่านมาตรฐานการรับรองคุณภาพการผลิตของผู้ผลิต และต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยไร้สารตกค้าง เพื่อสร้างความมั่นใจและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของทุเรียนไทยให้กับผู้บริโภคจีน ทำให้ทุเรียนไทยสามารถแข่งขันและรักษาตลาดได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน สคต. ณ เมืองหนานหนิง จะติดตามสถานการณ์ของทุเรียนนำเข้าในตลาดจีนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลผลไม้ ตลอดจนการให้ข้อมูลที่ทันสถานการณ์และการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในการประสานงานด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 

 

---------------------------------------------------

 

 

แหล่งที่มา https://mp.weixin.qq.com/s/RwVyH2VtbjU7onxEB21G0Q

https://mp.weixin.qq.com/s/o2j6pdisyK3xTndW2m-u2g

https://mp.weixin.qq.com/s/ebXERstKcOXyoBQmgo7B8A

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างปรเทศ ณ เมืองหนานหนิง 

วันที่ 29 กันยายน 2568

Share :
Instagram