
เมืองลินซ์ ประเทศออสเตรีย เตรียมจัดงาน Kinder-Sachen-Flohmarkt หรือตลาดนัดซื้อขายและแลกเปลี่ยนสินค้ามือสองสำหรับเด็ก ณ ตลาด Südbahnhofmarkt เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดยมีกำหนดจัดงานรวม 8 ครั้งตลอดช่วงฤดูร้อนนี้ ภายในงานเปิดโอกาสให้ครอบครัวนำเสื้อผ้า ของเล่น หนังสือ และอุปกรณ์สำหรับเด็กที่ยังอยู่ในสภาพดีมาซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยน และส่งต่อการใช้งานแก่ผู้อื่น
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มการบริโภคของชาวออสเตรียที่หันมาให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมการใช้ซ้ำ (reuse) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการบริโภคอย่างยั่งยืนที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตลาดนัดสินค้ามือสอง หรือ Flohmarkt ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมที่จัดขึ้นในเมืองลินซ์ หรือจำกัดเฉพาะสินค้าสำหรับเด็กเท่านั้น แต่เป็นรูปแบบการค้าขายที่ได้รับความนิยมและพบได้ทั่วประเทศออสเตรีย ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเวียนนา เมืองกราซ ซาลซ์บูร์ก อินส์บรุค ตลอดจนเมืองขนาดกลางและชุมชนท้องถิ่น โดยหลายพื้นที่จัดตลาดเป็นประจำทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน ณ ลานสาธารณะ ตลาดชุมชน โรงเรียน โบสถ์ และศูนย์กิจกรรมของเทศบาล นอกจากนี้ ยังมีตลาดนัดที่จัดขึ้นเฉพาะกลุ่มตามประเภทสินค้า อาทิ ตลาดสินค้าสำหรับเด็ก ตลาดเสื้อผ้าวินเทจ ตลาดของสะสม และตลาดเฟอร์นิเจอร์มือสอง ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
ผลสำรวจของ Handelsverband Austriaในปี 2568 (2025) ระบุว่า ชาวออสเตรียร้อยละ 73 เคยซื้อสินค้ามือสอง และประมาณร้อยละ 60 ซื้อสินค้ามือสองอย่างสม่ำเสมอภายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 211 ยูโรต่อคนต่อปี ขณะที่ร้อยละ 36 มีแผนเพิ่มความถี่ในการซื้อสินค้ามือสองในอนาคต สะท้อนให้เห็นว่าตลาดสินค้ามือสองยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า แรงจูงใจสำคัญอันดับแรกของผู้บริโภค คือ การยืดอายุการใช้งานของสินค้า (ร้อยละ 74) รองลงมาคือความคุ้มค่าด้านราคา (ร้อยละ 71) แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวออสเตรียให้ความสำคัญกับทั้งความยั่งยืนและความคุ้มค่าในการใช้จ่ายควบคู่กัน ในด้านการจำหน่ายสินค้ามือสอง พฤติกรรมการขายต่อก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยชาวออสเตรียประมาณ 3 ใน 4 เคยจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว และมีรายได้เฉลี่ยจากการขายต่อประมาณ 171 ยูโรต่อคนต่อปี ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยอดนิยมของออสเตรีย Willhaben รวมถึงตลาดนัดสินค้ามือสอง (Flohmarkt) สินค้าที่ได้รับความนิยมในการซื้อขาย ได้แก่ เสื้อผ้า หนังสือ ของเล่น เครื่องใช้ในบ้าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ทั้งนี้ ตลาดนัดสินค้ามือสอง (Flohmarkt) ในออสเตรียไม่ได้ถูกมองว่าเป็นพื้นที่สำหรับผู้มีรายได้น้อย หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการบริโภคที่ได้รับการยอมรับในทุกกลุ่มรายได้ ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกซื้อสินค้ามือสองเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม พร้อมทั้งสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนให้เห็นว่า ในตลาดออสเตรีย "ความคุ้มค่า" (Value) เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า "ราคา" (Price) และมีบทบาทสำคัญต่อพฤติกรรมการบริโภคในระยะยาว
ความเห็นและข้อเสนอแนะของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศฯ
สำนักงานฯ เห็นว่า การเติบโตของตลาดสินค้ามือสองในออสเตรียสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ "ความคุ้มค่า" (Value for Money) มากกว่าการเลือกซื้อสินค้าราคาต่ำเพียงอย่างเดียว โดยผู้บริโภคจำนวนมากยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้น หากสินค้ามีคุณภาพดี มีอายุการใช้งานยาวนาน สามารถซ่อมแซม นำกลับมาใช้ซ้ำ หรือส่งต่อให้ผู้อื่นได้ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าผู้บริโภคออสเตรียให้ความสำคัญกับ มูลค่าตลอดอายุการใช้งานของสินค้า (Lifetime Value) มากกว่าราคาซื้อในครั้งแรก (Upfront Price) และใช้ปัจจัยดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า
พฤติกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ของสหภาพยุโรปที่มุ่งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การลดของเสีย และการยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังสะท้อนค่านิยมของผู้บริโภคยุโรป โดยเฉพาะชาวออสเตรีย ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความทนทาน ความปลอดภัย ความสามารถในการซ่อมแซม และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์มากขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการไทย การเข้าสู่ตลาดออสเตรียและสหภาพยุโรปควรมุ่งพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสอดคล้องกับกฎระเบียบของสหภาพยุโรป โดยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพและปลอดภัย การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีอายุการใช้งานยาวนาน สามารถซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ ตลอดจนการใช้วัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่สามารถ รีไซเคิลได้หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า
สินค้าไทยหลายประเภทมีศักยภาพในการตอบสนองความต้องการของตลาดออสเตรีย โดยเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพสูง ใช้งานได้ยาวนาน และสอดคล้องกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อาทิ ของใช้และของตกแต่งบ้านจากไม้หรือวัสดุธรรมชาติ เฟอร์นิเจอร์ไม้และเฟอร์นิเจอร์หวาย เครื่องครัวและภาชนะจากไม้ เสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทอคุณภาพสูง เช่น เสื้อผ้าฝ้าย เสื้อผ้าลินิน และกระเป๋าผ้า รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เช่น ของเล่นไม้ เสื้อผ้าเด็ก และของใช้สำหรับเด็กที่ผลิตจากวัสดุปลอดภัยและได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นสินค้าที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือส่งต่อการใช้งานได้ จึงสอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคอย่างยั่งยืนของผู้บริโภคในตลาดยุโรป
ในด้านการตลาด ผู้ประกอบการควรสื่อสารจุดเด่นของสินค้าในมิติที่มากกว่าราคา โดยเน้น ความคุ้มค่าในระยะยาว (Long-term Value)คุณภาพ ความทนทาน การออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งาน และมาตรฐานการผลิต ควบคู่กับการสื่อสารถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (Sustainability) ผ่านข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เช่น การได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งนี้ การสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าไทยให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ใช้งานได้ยาวนาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสทางการค้าในตลาดออสเตรียและสหภาพยุโรปได้อย่างยั่งยืน
-------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา
กรกฎาคม 2569
แหล่งอ้างอิง:
https://www.handelsverband.at/presse/presseaussendungen/secondhand-2025/?utm
เครดิตภาพ: https://prater.at/