
เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ (Low-Altitude Economy) ณ ระดับความสูงไม่เกิน 3,000 เมตร ซึ่งครอบคลุมทั้งการบิน การปฏิบัติการ การให้บริการ การผลิต และการบำรุงรักษา ได้ถูกบรรจุเป็น “อุตสาหกรรมเสาหลักใหม่” ของจีนตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติจีน ฉบับที่ 15 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมการบินทั่วไป สู่การขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจยุคใหม่ระดับชาติ
โดยในปี 2569 จีนได้มีการขยายพื้นที่ทดลองการบินระดับต่ำหลายแห่ง อาทิ เครื่องบินไฟฟ้าที่ขึ้นลงแนวดิ่ง (eVTOL : electric Vertical Take-off and Landing) โดรนอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวทางอากาศการบินระดับต่ำ ซึ่งคาดว่าในปี 2569 ขนาดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจการบินระดับต่ำจะมีมูลค่าถึง 800,000 ล้านหยวน (4 ล้านล้านบาท) และคาดการณ์ในปี 2573 จะสูงกว่า 2 ล้านล้านหยวน (10 ล้านล้านบาท) (อัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน เท่ากับ 5 บาท)
1. โครงสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรม
ห่วงโซ่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจการบินระดับต่ำแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
ต้นน้ำ: การผลิตอุปกรณ์การบินระดับต่ำ (Low-Altitude Manufacturing) ซึ่งเป็นรากฐานของอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ ครอบคลุมถึงอากาศยานไร้คนขับ (UAV/Drones) เครื่องบินไฟฟ้าที่ขึ้นลงแนวดิ่ง (eVTOL) ระบบควบคุมการบิน แบตเตอรี่สถานะแข็ง (Solid-state) และคาร์บอนไฟเบอร์เกรดการบิน ซึ่งก็จะมีอุปสรรคทางเทคโนโลยีสูงที่สุด รวมทั้งสงครามราคานำมาสู่การลดต้นทุนผลิต
กลางน้ำ: การดำเนินงานการบินระดับต่ำ (Low-Altitude Operation) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของอุตสาหกรรม ประกอบด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะ ระบบควบคุมการจราจรทางอากาศดิจิทัล (Air Traffic Management) และสนามบินขึ้น-ลง (Vertiports) โดยมีความท้าทายด้านเงินลงทุนมหาศาลและระยะเวลาคืนทุนที่ค่อนข้างช้า
ปลายน้ำ: การบริการการบินระดับต่ำ (Low-Altitude Services) ถือเป็นจุดสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงที่สุด ครอบคลุมการขนส่งโลจิสติกส์ การเดินทางทางอากาศในเมือง (Urban Air Mobility : UAM) การท่องเที่ยว การเกษตร/ป่าไม้ และการกู้ภัยฉุกเฉิน
2. จุดเปลี่ยนเชิงนโยบายและความต้องการ
ปี 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ โดยยกระดับจากเดิมที่เป็นโครงการนำร่อง สู่การสร้างกฎหมาย การจัดหมวดหมู่กำกับดูแลกลุ่มอากาศยาน และการวางระบบกำกับดูแลการบินอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านนโยบาย มีการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องผ่านการบังคับใช้กฎระเบียบจำแนกการบิน ลดขั้นตอนการอนุมัติเที่ยวบิน และสนับสนุนให้ระดับจังหวัดและเมืองจัดตั้งพื้นที่สาธิตการบินเพื่อการขนส่งระยะสั้น การท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าในเมือง
การสนับสนุนจากภาครัฐ หลายพื้นที่ได้ออกนโยบายอุดหนุนเงินทุนสำหรับวิจัยพัฒนาตัวเครื่อง สร้างจุดขึ้น-ลง และดำเนินงานเส้นทางบินสาธิต พร้อมมอบสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดห่วงโซ่อุตสาหกรรมเข้าสู่พื้นที่
ด้านอุปสงค์ ตลาดแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
ตลาดหลักปัจจุบัน งานภาคอุตสาหกรรม เช่น ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ท่อก๊าซ งานสำรวจ และเกษตรกรรม
ตลาดเติบโต การท่องเที่ยวทางอากาศและการขนส่งสินค้าด่วน (โดรน/นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมเมือง)
ตลาดอนาคต การขนส่งผู้โดยสารในเมือง (Air Taxi) ยังต้องรอการอนุมัติ และลดต้นทุน
3. ข้อจำกัดและอุปสรรคในการพัฒนา
ถึงแม้ว่าขนาดตลาดจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่อุตสาหกรรมยังเผชิญความท้าทายสำคัญ ดังนี้
ข้อจำกัดด้านนโยบายและน่านฟ้า กระบวนการอนุมัติและแจ้งบินยังมีความซับซ้อน ทำให้การบินข้ามเขตยังมีอุปสรรคสูง
ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในระยะสั้น ยานพาหนะแบบ eVTOL ส่วนใหญ่ยังติดขั้นตอนการทดสอบบินและรับรองความสมควรเดินอากาศ (Airworthiness) ทำให้ยังไม่สามารถทำกำไรเชิงพาณิชย์ได้ทันที
โครงสร้างพื้นฐานยังไม่เพียงพอรองรับ อาทิ สถานีขึ้น-ลง ระบบสื่อสาร และสถานีบำรุงรักษายังต้องใช้เงินลงทุนสูง ส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางธุรกิจยังชะลอตัว
4. การแข่งขันและแนวโน้มเทคโนโลยี
โครงสร้างการแข่งขันสามารถจำแนกผู้เล่นออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
1) กลุ่มนวัตกรรมดั้งเดิม (eVTOL & Drone) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีสูง สามารถพัฒนาสินค้าได้รวดเร็ว
2) ค่ายรถยนต์พลังงานใหม่และยักษ์ใหญ่การบิน ซึ่งมีความได้เปรียบด้านเงินทุนและระบบไฟฟ้าจากอุตสาหกรรม EV (แบตเตอรี่, มอเตอร์, ระบบควบคุม) มาปรับใช้กับยานบิน ซึ่งจะดึงต้นทุนการผลิตให้ต่ำลง
3) บริษัทเทคโนโลยีและโลจิสติกส์รายใหญ่ ซึ่งจะเน้นการพัฒนาระบบการให้บริการ เช่น การวางเครือข่ายโดรนส่งของในเมือง ระบบเน็ตเวิร์ก 5G-A และอัลกอริทึม AI เพื่อคุมการบิน
4) ทุนรัฐวิสาหกิจและทุนอุตสาหกรรม เน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ถือครองสิทธิ์สัมปทานการบินและสนามบิน เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ในพื้นที่
ในอีก 5 ปีข้างหน้า การแข่งขันของอุตสาหกรรมฯ จะเปลี่ยนผ่านสู่ 3 ประเด็นหลัก คือ 1) การผลิตชิ้นส่วนที่มีความแม่นยำสูง 2) การผลิตจำนวนมากเพื่อให้ได้ต้นทุนต่ำ แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพ และ 3) ระบบดิจิทัลเพื่อบริหารจัดการการบิน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ให้มีประสิทธิภาพ โดยเทคโนโลยีที่ใช้ในอุตสาหกรรมฯ สามารถแบ่งได้ 4 ประเภท ได้แก่
ระบบควบคุมและการรับรู้อัจฉริยะ ใช้ AI หลบหลีกอุปสรรคและประมวลผลจากเซ็นเซอร์หลายตัว ลดการพึ่งพาคนคุมระยะไกล รองรับการบินพร้อมกันหลายลำในเขตเมืองที่หนาแน่นได้อย่างปลอดภัย
ระบบพลังงานหลากหลาย โดรนอุตสาหกรรมยังใช้แบตเตอรี่ลิเธียมเป็นหลัก ส่วน eVTOL เริ่มทดลองไฮบริดและไฮโดรเจน เพื่อเพิ่มระยะเวลาและน้ำหนักบรรทุก
ระบบควบคุมดิจิทัล เริ่มสร้างระบบจัดการบิน แผนที่การบินดิจิทัล และเครือข่ายสื่อสาร เพื่อรวมการขออนุมัติบิน ติดตาม real time และเตือนภัยก่อนชนได้ครบในระบบเดียว
การออกแบบจำเพาะเพื่อใช้งานตามภารกิจ เช่น สำหรับขนส่ง ตรวจสอบภาพ ท่องเที่ยว หรือแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อลดฟังก์ชันเกินจำเป็น
ความเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว
จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างในการผลักดันเศรษฐกิจการบินระดับต่ำให้เป็นเสาหลักการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจยุคใหม่ของจีน เป็นโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้ให้บริการ ได้ดังนี้
1. โอกาสในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ ได้แก่
- ชิ้นส่วนและวัสดุขั้นสูง ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และวัสดุคอมโพสิต (เช่น คาร์บอนไฟเบอร์/พลาสติกวิศวกรรม) สามารถยกระดับสายการผลิตสู่การเป็นซัพพลายเออร์ผลิตชิ้นส่วนเกรดการบินระดับต่ำ (Aviation-grade components) ให้กับผู้ผลิตโดรนหรือ eVTOL ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีมูลค่าสูงกว่า
- ธุรกิจบริการซ่อมบำรุงชิ้นส่วน เช่น โดรนเกษตรและโดรนอุตสาหกรรม
- การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เหมาะกับการใช้งานเฉพาะทาง
2. มุ่งเจาะธุรกิจบริการการบินระดับต่ำ (Low-Altitude Services) ที่เหมาะกับบริบทของไทย เช่น
- ภาคเกษตรกรรม บริการฉีดพ่นและสำรวจแปลงเกษตรขนาดใหญ่ (Smart Farming)
- ภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน บริการโดรนตรวจเช็กเสาไฟฟ้าแรงสูง สายส่งก๊าซ กังหันลม หรือรอยแตกร้าวของเขื่อน/ตึกสูง
- ภาคสาธารณสุข บริการส่งมอบยา/การแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ที่เข้าถึงยากหรือเกิดอุทกภัย รวมทั้งการกู้ภัย
- การขนส่งมิติใหม่ (Drone Delivery) เช่น การขนส่งสินค้าด่วน หรือสินค้าอีคอมเมิร์ซ เป็นต้น
- การท่องเที่ยวจุดขายใหม่ อาทิ บริการชมทิวทัศน์สถานที่ท่องเที่ยว การเดินทางเชื่อมต่อระหว่างเกาะระยะสั้น หรือการจัดโชว์โดรนแปลอักษรในเทศกาลสำคัญ
ที่มา:
https://www.chinairn.com/hyzx/20260920/134942982.shtml
https://www.chinairn.com/hyzx/20260920/171955956.shtml