fb
เปิดใช้งานโครงการสายส่งไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ยกระดับการแลกเปลี่ยน พลังงานสะอาดระหว่างลาว-จีน

เปิดใช้งานโครงการสายส่งไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ยกระดับการแลกเปลี่ยน พลังงานสะอาดระหว่างลาว-จีน

โดย
Boualaphat
ลงเมื่อ 21 เมษายน 2569 17:15
สคต. ณ กรุงเวียงจันทน์ (สปป.ลาว) (TTC, Vientiane (Lao PDR))
2

         โครงการสายส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดนขนาด 500 กิโลโวลต์ ระหว่างจีน–ลาว ได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแลกเปลี่ยนไฟฟ้าระหว่างสองประเทศได้ถึง 1,500 เมกะวัตต์ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวของลาว โดยคาดว่าจะสามารถส่งออกพลังงานสะอาดได้ถึง 3 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี และลดการปล่อยคาร์บอนได้ประมาณ 2.5 ล้านตัน ซึ่งจะสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในภูมิภาค พิธีเปิดใช้งานจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา โดยมีนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว พร้อมด้วยผู้นำจากลาวและจีน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการเปิดใช้งานโครงการนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตจีน–ลาว และยังเป็นผลงานเด่นต่อเนื่องจากโครงการรถไฟลาว–จีน ภายใต้ข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” โครงการก่อสร้างเริ่มต้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 มีความยาวรวม 177.5 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากมณฑลยูนนานของจีนเข้าสู่แขวงอุดมไซและหลวงน้ำทาของลาว โดยฝั่งลาวได้ก่อสร้างสถานีไฟฟ้า 500 kV แห่งใหม่ และสายส่ง 230 kV อีก 2 เส้น เพื่อเชื่อมเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าภาคเหนือ ภายใต้การดูแลของบริษัทสายส่งไฟฟ้าแห่งชาติลาว (EDL-T) ร่วมกับบริษัทโครงข่ายไฟฟ้าภาคใต้ของจีน (CSG) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของลาวกล่าวว่า โครงการนี้เปรียบเสมือน “กุญแจสำคัญ” ที่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านการส่งไฟฟ้า เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเองและมีความเข้มแข็งมากขึ้น เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า หากเปรียบรถไฟลาว–จีนเป็น “กระดูกสันหลังของการขนส่ง”โครงการสายส่งไฟฟ้านี้ก็เปรียบได้กับ “เส้นเลือดใหญ่” ที่จะช่วยเพิ่มพลังให้เศรษฐกิจของลาวเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่จากจีนมาใช้ จะช่วยให้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าของลาวมีความมั่นคง ทันสมัย และสามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและสากล จุดเด่นของโครงการนี้คือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารจัดการการก่อสร้าง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า 90% โดยมีการใช้ระบบบริหารไซต์งานอัจฉริยะ โดรนมากกว่า 30 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ในการขนส่งวัสดุกว่า 5,000 ตัน เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายพื้นที่ป่ากว่า 170 เฮกตาร์ นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยี IoT โดรน และหุ่นยนต์สุนัข มาใช้ในการตรวจสอบความปลอดภัยในฝั่งจีน ซึ่งถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโครงสร้างพื้นฐาน สีเขียวในภูมิภาค นอกจากความก้าวหน้าทางเทคนิคแล้ว โครงการยังสร้างงานให้กับคนท้องถิ่นมากกว่า 500 ตำแหน่ง และจัดฝึกอบรมพัฒนาทักษะแรงงานมากกว่า 1,600 ครั้ง รวมถึงร่วมกันจัดทำพจนานุกรมเทคนิควิศวกรรมไฟฟ้าแบบสองภาษา ลาว–จีน เพื่อแก้ไขอุปสรรคด้านภาษา สิ่งที่น่าสนใจอีกประการคือ ในวันเปิดใช้งานโครงการ CSG ยังได้เปิดตลาดพลังงานในภาคใต้ของจีนให้กับผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศ ทำให้พลังงานสะอาดจากภาคเหนือของลาวสามารถกำหนดตารางการส่งออกผ่านระบบซื้อขายไฟฟ้าได้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการปูทางสู่การสร้างตลาดพลังงานร่วมในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำล้านช้าง–แม่น้ำโขง
ที่มา: laoxpert

 

ข่าว ฉบับ 3 เม.ย 69.pdf
Share :
Instagram