
จีนเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟสำเร็จรูป คาดว่า มูลค่าตลาดจะสูงถึงราว 159,000 ล้านหยวน (ประมาณ 774,330 ล้านบาท) ภายในปี 2030 โดยโครงสร้างอุตสาหกรรมเริ่มหันมาพึ่งพาการผลิตภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการยกระดับกาแฟจากมณฑลยูนนาน เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า พร้อมขับเคลื่อนด้วยกำลังการผลิตและแปรรูปภายในประเทศ ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพและผลักดันกาแฟสำเร็จรูปพรีเมียมให้เติบโตในตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง
โครงสร้างอุตสาหกรรมกาแฟสำเร็จรูปของจีนหันมาพึ่งพาวัตถุดิบในประเทศมากขึ้น โดยแหล่งผลิตสำคัญอย่างมณฑลยูนนาน ในปี 2025 มีพื้นที่เพาะปลูกกาแฟประมาณ 1.463 ล้านหมู่ หรือประมาณ 609,583 ไร่ (หมู่ คือหน่วยวัดพื้นที่ของจีน โดย 1 ไร่ เท่ากับ 2.4 หมู่) และมีผลผลิตราว 139,000 ตัน มูลค่าผลผลิตทางการเกษตรเติบโตสูงถึงร้อยละ 77.8 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนศักยภาพอุปทานภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น การพัฒนาดังกล่าวช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมไปสู่รูปแบบที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังการผลิตภายในประเทศควบคู่กับการแปรรูปขั้นสูง นอกจากนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต อาทิ กาแฟฟรีซดราย (freeze-dried) และกาแฟสกัดเย็น (cold brew) ยังช่วยสนับสนุนให้กาแฟสำเร็จรูปคุณภาพสูงได้รับความสนใจมากขึ้นทั้งในด้านต้นทุนและคุณภาพ
มูลค่าตลาดอุตสาหกรรมกาแฟสำเร็จรูปของจีนเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จาก 22,100 ล้านหยวน (ประมาณ 107,627 ล้านบาท) ในปี 2020 เพิ่มขึ้นเป็น 86,500 ล้านหยวน (ประมาณ 421,055 ล้านบาท) ในปี 2025 สะท้อนถึงการขยายตัวของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ และความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเติบโตดังกล่าวมีปัจจัยมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยกาแฟสำเร็จรูปได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากสะดวก ชงง่าย และประหยัดเวลา ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนเมืองในปัจจุบัน ส่งผลให้ความต้องการในตลาดขยายตัว การบริโภคกาแฟกระจายตัวในวงกว้าง
แผนภาพแสดงมูลค่าตลาดอุตสาหกรรมกาแฟสำเร็จรูปของจีนปี 2020-2030

ที่มา: https://www.iimedia.cn/c400/111648.html
มณฑลยูนนานถือเป็นแหล่งปลูกเมล็ดกาแฟที่ใหญ่ที่สุดของจีน ด้วยพื้นที่ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลและสภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกกาแฟ ข้อมูลจากสำนักงานเกษตรและกิจการชนบทของมณฑลยูนนาน (云南省农业农村厅) ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา ผลผลิตเมล็ดกาแฟของยูนนานมากกว่า 100,000 ตันต่อปีมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2025 พื้นที่เพาะปลูกกาแฟของยูนนานอยู่ที่ 1.463 ล้านหมู่ (ประมาณ 609,583 ไร่) โดยมีผลผลิตเมล็ดกาแฟอยู่ที่ 139,000 ตัน สร้างมูลค่าทางการเกษตรรวม 8,660 ล้านหยวน (ประมาณ 42,172 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 77.8 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
แผนภูมิแสดงพื้นที่เพาะปลูก ผลผลิต และมูลค่าผลผลิตของเมล็ดกาแฟในมณฑลยูนนาน (ปี 2016–2025)

ที่มา: https://www.iimedia.cn/c400/111648.html
เมื่อพิจารณากลุ่มผู้บริโภคกาแฟสำเร็จรูป พบว่ากลุ่มผู้บริโภคหลักคือกลุ่มพนักงานบริษัท มีสัดส่วนถึงร้อยละ 51.3 ในด้านช่วงอายุ คนวัยหนุ่มสาว อายุ 23–35 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงาน ถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักของตลาดนี้ เมื่อพิจารณาตามพื้นที่ พบว่าผู้บริโภคในเมืองชั้น 1 (ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เซิ่นเจิ้น) มีสัดส่วนร้อยละ 31.6 ขณะที่เมืองที่มีศักยภาพใกล้เคียงกับเมืองชั้น 1 (เฉิงตู หางโจว ฉงชิ่ง เทียนจิน) มีสัดส่วนร้อยละ 25.7 แสดงให้เห็นว่าตลาดกาแฟสำเร็จรูปยังคงกระจุกตัวอยู่ในเมืองที่มีระดับเศรษฐกิจสูงเป็นหลัก
แผนภาพแสดงกลุ่มอายุและระดับเมืองของผู้บริโภคของกาแฟสำเร็จรูปในจีน

ที่มา: https://www.iimedia.cn/c400/111648.html
ในปี 2025 สัดส่วนประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองของจีนอยู่ที่ร้อยละ 67.89 ทำให้ขนาดของกลุ่มผู้บริโภคในเขตเมืองขยายตัวอย่างต่อเนื่อง วิถีชีวิตในเมืองที่เร่งรีบและการทำงานในออฟฟิศ ทำให้ความต้องการเครื่องดื่มกระตุ้นความสดชื่นและสะดวกในการบริโภคเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งนี้ จากพฤติกรรมการดื่มกาแฟของกลุ่มพนักงานออฟฟิศ พบว่าร้อยละ 52.8 ดื่มกาแฟ 3–4 ครั้งต่อสัปดาห์ ร้อยละ 21.2 ดื่ม 5–6 ครั้งต่อสัปดาห์ และร้อยละ 10.9 ดื่มวันละ 1 แก้ว สะท้อนถึงลักษณะการบริโภคกาแฟอย่างสม่ำเสมอและมีความถี่ค่อนข้างสูง ซึ่งกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักที่สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้อย่างมีนัยสำคัญ
แผนภาพแสดงสัดส่วนประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองและพฤติกรรมการดื่มกาแฟสำเร็จรูปของผู้บริโภคจีน

ที่มา: https://www.iimedia.cn/c400/111648.html
อุตสาหกรรมกาแฟสำเร็จรูปของจีนแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เชื่อมโยงตั้งแต่การปลูก การผลิตสินค้า จนถึงการจำหน่าย ในส่วนต้นน้ำ ได้แก่ การเพาะปลูกเมล็ดกาแฟ การจัดหาวัตถุดิบกาแฟ รวมถึงผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของอุตสาหกรรม ส่วนกลางน้ำ ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตกาแฟและแบรนด์กาแฟสำเร็จรูป ทั้งแบรนด์ระดับนานาชาติ (Nescafé, Maxwell House, G7, UCC) แบรนด์ท้องถิ่น (HOGOOD และ Nanguo (南国)) รวมถึงแบรนด์ใหม่อื่น ๆ และกลุ่มพรีเมียมที่แข่งขันในตลาด ขณะที่ปลายน้ำคือช่องทางจัดจำหน่าย ทั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (Taobao, Tmall, JD.com) ร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven, FamilyMart) ซูเปอร์มาร์เก็ต (Walmart, Carrefour) และแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่ง (Douyin, Kuaishou) ซึ่งช่วยขยายการเข้าถึงผู้บริโภค เหล่านี้ทำให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจรและเชื่อมโยงกัน ส่งผลให้ตลาดกาแฟสำเร็จรูปของจีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง
แผนภาพแสดงห่วงโซ่อุตสาหกรรมกาแฟสำเร็จรูปของจีน

https://www.iimedia.cn/c400/111648.html
แบรนด์กาแฟสำเร็จรูปที่ได้รับความนิยมของจีน

แบรนด์ CAT FOUR COFFEE (四只猫咖啡) เป็นแบรนด์กาแฟสำเร็จรูปจากมณฑลยูนนาน ราคาประมาณ 17 หยวนต่อถุง (ประมาณ 82 บาท) โดยแบรนด์ให้ความสำคัญกับการใช้เมล็ดกาแฟคุณภาพสูงจากพื้นที่เพาะปลูกในยูนนาน โดยเฉพาะแหล่งปลูกบนพื้นที่สูงซึ่งเป็นสภาพภูมิอากาศเหมาะสมต่อการผลิตกาแฟคุณภาพดี ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีรสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และสะท้อนอัตลักษณ์ของกาแฟจีนได้อย่างชัดเจน ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การเพาะปลูก การแปรรูป ไปจนถึงการจำหน่ายกาแฟสำเร็จรูปและเมล็ดกาแฟคั่ว ภายใต้แนวคิด “กาแฟยูนนานคุณภาพดี ต้องสี่แมว” (云南咖啡好,认准四只猫) โดยมีช่องทางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ อย่าง Taobao, Kuaishou, Douyin นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของกาแฟยูนนานและสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในท้องถิ่น จนได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในแบรนด์กาแฟสำเร็จรูปที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วของจีน
ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน:
การเติบโตของตลาดกาแฟสำเร็จรูปจีนสะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่
1) การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคชาวจีนที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และคุณภาพของผลิตภัณฑ์มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานและประชากรในเขตเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการขยายตัวของตลาดในระยะยาว
2) การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและการเติบโตของผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูประดับพรีเมียม แสดงให้เห็นว่าการบริโภคที่มุ่งเน้นคุณภาพและความหลากหลายของสินค้าขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
3) จีนกำลังเร่งพัฒนาห่วงโซ่อุปทานกาแฟภายในประเทศ โดยเฉพาะการเพิ่มพื้นที่ปลูก การใช้เทคโนโลยีในการเก็บเกี่ยวและการแปรรูปกาแฟในมณฑลยูนนาน ซึ่งจะส่งผลให้จีนมีความสามารถในการแข่งขันด้านวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์กาแฟเพิ่มขึ้นในตลาดภายในประเทศและในตลาดโลกอนาคต
ทั้งนี้ แม้จีนจะเร่งพัฒนาห่วงโซ่อุปทานให้เติบโตสอดรับกับจำนวนอุปสงค์ แต่ปริมาณความต้องการบริโภคกาแฟในจีนก็ยังมีพื้นที่สำหรับกาแฟต่างประเทศ โดยเมื่อพิจารณาสถิติจีนนำเข้ากาแฟจากไทย (HS Code 0901) พบว่าในปี 2020 มีมูลค่า 18,574 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 678,951บาท) และในปี 2025 มูลค่า 234,873 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 8,572,865 บาท) เติบโตถึงร้อยละ 1,164.5 ในระยะเวลา 5 ปี แสดงให้เห็นว่า ตลาดกาแฟของจีนที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดนั้น ยังมีที่ว่างสำหรับผู้ส่งออกกาแฟจากประเทศอื่น ๆ
ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม สามารถพิจารณาโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูปและเครื่องดื่มกาแฟมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มพรีเมียม กาแฟพร้อมดื่ม กาแฟเพื่อสุขภาพ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ด้านรสชาติและวัตถุดิบไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลไม้ที่เป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวจีนอยู่แล้ว อาทิ ทุเรียน และมะพร้าว ซึ่งแปรรูปเป็นเพียวเร่ หรือเนื้อผลไม้แช่แข็ง เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มต่อไป เป็นการนำเนื้อผลไม้เกรดรองมาเพิ่มมูลค่าได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ การขยายตัวของช่องทางจำหน่ายออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ และไลฟ์คอมเมิร์ซในจีน ยังเป็นช่องทางที่ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ในการเข้าถึงผู้บริโภคจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการอาจพิจารณาเข้าร่วมงาน 2026 Xiamen International Coffee Industry Expo 2026 (厦门国际咖啡产业博览会) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติเซี่ยเหมิน (Xiamen International Conference & Exhibition Center) มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน โดยเป็นงานแสดงสินค้าด้านอุตสาหกรรมกาแฟที่ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่เมล็ดกาแฟ วัตถุดิบ กาแฟสำเร็จรูป อุปกรณ์ชงกาแฟ บรรจุภัณฑ์ การออกแบบแบรนด์ ตลอดจนบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจกาแฟ
https://www.sgpjbg.com/Search.html?
https://www.iimedia.cn/c400/111648.html
https://www.baidu.com/s?wd
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
17 มิถุนายน 2569