
การค้าทวิภาคีไทย–ยูเออี
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี)ถือเป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีสัดส่วนถึง ร้อยละ 46.70 ของการส่งออกรวมมายังภูมิภาคนี้ และมีมูลค่าการค้าระหว่างกันมากเป็นอันดับที่ 6ของไทยโดยรวม
ข้อมูลสำคัญ มกราคม–กุมภาพันธ์ 2569
มูลค่าการค้ารวม 4,700 ล้าน USD ▲ 13.99% YoY | ส่งออกไปยูเออี 1,054 ล้าน USD ▲ 78.59% YoY | นำเข้าจากยูเออี 3,646 ล้าน USD ▲ 3.20% YoY | ดุลการค้า (ขาดดุล) -2,592 ล้าน USD ดีขึ้น 11.92% |
ตารางสรุปมูลค่าการค้า อัตราขยายตัว และสัดส่วน
| รายการ | มูลค่า (ล้าน USD) | อัตราขยายตัว (%) | สัดส่วน (%) | |||||
2567 | 2568 | 2569* | 2567 | 2568 | 2569* | 2568 | 2569* | |
| มูลค่าการค้ารวม | 20,271 | 21,597 | 4,700 | 6.34 | 6.54 | 13.99 | 3.15 | 3.67 |
| การส่งออก | 3,651 | 4,499 | 1,054 | 10.15 | 23.23 | 78.59 | 1.32 | 1.73 |
| การนำเข้า | 16,619 | 17,097 | 3,646 | 5.54 | 2.88 | 3.20 | 4.96 | 5.43 |
| ดุลการค้า | -12,968 | -12,598 | -2,592 | -4.31 | 2.85 | 11.92 | — | — |
* ข้อมูล มกราคม–กุมภาพันธ์ 2569
ไทยส่งออกไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
สินค้าส่งออก 10 รายการแรกมีมูลค่ารวม 931.99 ล้าน USD คิดเป็น ร้อยละ 88.41ของการส่งออกทั้งหมด โดยอัญมณีและเครื่องประดับพุ่งแรงถึง +1,247.85%ใน มกราคม–กุมภาพันธ์ 2569
สินค้าส่งออกสำคัญ 10 อันดับแรก 2567-2569 (มกราคม–กุมภาพันธ์)
สินค้า | 2567 (ล้าน USD) | 2568 (ล้าน USD) | 2569* (ล้าน USD) | %เปลี่ยนแปลง 2567 | %เ ปลี่ยนแปลง 2568 | % เปลี่ยนแปลง 2569* | สัดส่วน 2569* |
อัญมณีและเครื่องประดับ | 271.76 | 835.7 | 427.88 | 2.39 | 207.51 | 1,247.85 | 40.59% |
ยานพาหนะและส่วนประกอบ | 849.46 | 1,069.56 | 196.92 | -5.17 | 25.91 | 26.6 | 18.68% |
เครื่องใช้ไฟฟ้า | 481.79 | 513.37 | 87.17 | 2.4 | 6.56 | -8.86 | 8.27% |
เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ | 441.59 | 431.68 | 62.76 | 39.29 | -2.25 | 29.12 | 5.95% |
ไม้ปาติเกิ้ลบอร์ด | 266.47 | 273.09 | 44.26 | 14.32 | 2.48 | -11.14 | 4.20% |
เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ | 133.81 | 153.11 | 33.01 | 0.09 | 14.42 | 100.37 | 3.13% |
สินค้ากสิกรรม (ผัก/ผลไม้) | 80.34 | 100.34 | 29.71 | 22.79 | 24.89 | 128.01 | 2.82% |
ผลิตภัณฑ์ยาง (ยางรถยนต์) | 146.34 | 148.77 | 25.72 | 14.19 | 1.66 | -6.89 | 2.44% |
ปลากระป๋องและแปรรูป | 141.21 | 109.06 | 14.57 | 41.34 | -22.77 | -33.22 | 1.38% |
ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม (ก่อสร้าง) | 85.61 | 70.71 | 9.98 | 61.85 | -17.4 | -35.65 | 0.95% |
รวม 10 รายการ | 2,898.39 | 3,705.39 | 931.99 | 8.89 | 27.84 | 95.87 | 88.41% |
อื่นๆ | 752.92 | 794.06 | 122.21 | 15.3 | 5.46 | 6.75 | 11.59% |
มูลค่ารวม | 3,651.30 | 4,499.45 | 1,054.20 | 10.15 | 23.23 | 78.59 | 100.00% |
* ข้อมูล มกราคม–กุมภาพันธ์ 2569
ไทยนำเข้าจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
สินค้านำเข้าหลัก 3 รายการ ได้แก่ ทองคำ/เงินแท่ง/แพลตตินัม น้ำมันดิบ และเศษโลหะ มีสัดส่วนรวมกันถึง ร้อยละ98 ของการนำเข้าทั้งหมดส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 2,591.78 ล้าน USD
สินค้านำเข้าสำคัญ 10 อันดับแรก (มกราคม–กุมภาพันธ์ 2569)
สินค้า | 2567 (ล้าน USD) | 2568 (ล้าน USD) | 2569* (ล้าน USD) | % เปลี่ยนแปลง 2567 | % เปลี่ยนแปลง 2568 | % เปลี่ยนแปลง 2569* | สัดส่วน 2569* |
ทองคำ/เงินแท่ง/แพลตตินัม | 872.43 | 4,074.09 | 1,994.12 | 275.6 | 366.98 | 73.71 | 54.69% |
น้ำมันดิบ | 14,059.96 | 11,727.66 | 1,528.98 | 2.03 | -16.59 | -30.62 | 41.94% |
เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ | 308.35 | 326.63 | 48.47 | -1.78 | 5.93 | -3.4 | 1.33% |
น้ำมันสำเร็จรูป | 910.13 | 703.98 | 33.3 | -1.33 | -22.65 | -33.59 | 0.91% |
ก๊าซธรรมชาติ | 230 | 78.35 | 14.71 | 5.72 | -65.93 | -70.68 | 0.40% |
เคมีภัณฑ์ | 75.01 | 63.59 | 12.79 | -7.53 | -15.22 | 13.85 | 0.35% |
เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ | 8.73 | 11.96 | 2.53 | 30.47 | 36.99 | -11.4 | 0.07% |
เชื้อเพลิงอื่นๆ | 10.42 | 8.4 | 1.34 | 25.14 | -19.37 | -4.82 | 0.04% |
เหล็กและเหล็กกล้าฯ | 75.56 | 17.37 | 1.2 | 20.18 | -77.02 | -68.52 | 0.03% |
ผลิตภัณฑ์จากแป้ง | 5.2 | 5.76 | 1.09 | 21.58 | 10.78 | 28.63 | 0.03% |
รวม 10 รายการ | 16,555.80 | 17,017.81 | 3,638.53 | 5.93 | 2.79 | 3.3 | 99.80% |
อื่นๆ | 63.46 | 79.48 | 7.45 | -45.87 | 25.25 | -30.7 | 0.20% |
มูลค่ารวม | 16,619.26 | 17,097.29 | 3,645.99 | 5.54 | 2.88 | 3.2 | 100.00% |
* ข้อมูล มกราคม–กุมภาพันธ์ 2569
ความสัมพันธ์ทางการค้า
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ เมืองดูไบตั้งแต่ เดือนมีนาคม 2528 เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างไทย–ยูเออี และประเทศในตะวันออกกลาง/แอฟริกาตอนเหนือ โดยมีพันธกิจหลักเพื่อขยายช่องทางตลาดของสินค้าและบริการไทย ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าไทย และร่วมพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน
กิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่สำคัญ
Gulfood | งานแสดงสินค้าอาหารนานาชาติ |
INDEX | งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน |
Automechanika | งานแสดงสินค้าอะไหล่และส่วนประกอบรถยนต์ |
Expand North Star (GITEX) | งานส่งเสริมผู้ประกอบการ Startup ด้านเทคโนโลยี |
Abu Dhabi International Food | งานแสดงสินค้าอาหาร กรุงอาบูดาบี ภายใต้โครงการ SMEs Proactive |
Thai SELECT | โครงการเผยแพร่เครื่องหมาย Thai SELECT ส่งเสริมร้านอาหารไทยในยูเออี |
In-store Promotion | กิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับผู้นำเข้าและห้างโมเดิร์นเทรด/ซูเปอร์มาร์เก็ต |
ภาพรวมการลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
การลงทุนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในประเทศไทย
การร่วมลงทุนระหว่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และไทยมีลักษณะความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยมีรายละเอียดดังนี้
กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ บริษัท Mubadala Petroleum ดำเนินกิจการในไทยตั้งแต่ปี 2547 โดยถือครองสัมปทานปิโตรเลียมจำนวน 3 แปลงในพื้นที่นอกชายฝั่งอ่าวไทย ส่งผลให้เป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ เป็นการลงทุนที่มีความลึกซึ้งทางยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงาน |
โครงสร้างการร่วมทุน ปัจจุบันมีนิติบุคคลจากยูเออีกว่า 61 ราย เข้าไปลงทุนในประเทศไทย ในรูปแบบการร่วมทุนกับนิติบุคคลของไทย (Joint Venture) |
ทิศทางการลงทุนในอนาคต ในปี 2567 กองทุน Mubadala ลงทุนระดับสากลรวม 29.2 พันล้าน USD ผ่าน 52 รายการ มุ่งเน้นอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม โลจิสติกส์ และศูนย์ข้อมูล (Data Center) สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย |
การลงทุนของประเทศไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
แม้สัดส่วนการลงทุนของไทยในยูเออีจะยังมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมศักยภาพ ได้แก่
ร้านอาหารและจัดจำหน่ายอาหาร โรงแรม/สปาระดับลักชูรี ร้านนวดแผนไทย
อัญมณีและเครื่องประดับ: ผู้ประกอบการไทยแข็งแกร่งใน Dubai Gold Market ทั้งในฐานะ ผู้จัดจำหน่ายและผู้ค้าปลีก
พลังงาน: บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำเข้าน้ำมันดิบจาก ADNOC ภายใต้ข้อตกลง G2G ตั้งแต่ปี 2537 ครอบคลุมกำลังการกลั่นประมาณร้อยละ 20 ของกลุ่ม ปตท.
บริษัทไทยที่ดำเนินการในยูเออี
Minor International (MINT) | Dusit International | เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) |
ธุรกิจโรงแรมและการบริการ | ธุรกิจโรงแรมและกลุ่มร้านอาหารไทย/สปา | ธุรกิจอาหารและการกระจายสินค้า |
ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์
เพื่อสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ (Economic Resilience) มีข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน 3 ด้านหลักดังนี้
1 | ยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) เร่งผลักดันกลไกสำรองสินค้าและการจัดซื้อฉุกเฉินร่วมกัน โดยใช้ศักยภาพด้านการเกษตรของไทยสนับสนุนความต้องการนำเข้าของยูเออี สร้างห่วงโซ่อุปทานอาหารที่มั่นคงระหว่างสองประเทศ |
2 | การขยายตลาดฮาลาลเชิงรุก ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยใช้ยูเออีเป็น Hub กระจายสินค้าสู่ตลาด OIC และกลุ่มประเทศรายได้สูงในตะวันออกกลาง ผ่านการร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น เพื่อเข้าถึงตลาดมุสลิมระดับโลก |
3 | กลไกความร่วมมือฉุกเฉินทวิภาคี ศึกษาการจัดทำพิธีสาร "Emergency Supply Corridor" เพื่อรับประกันการจัดส่งสินค้าจำเป็น (น้ำมัน ปุ๋ย อาหาร) ระหว่างกันในภาวะวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจร่วมกัน |